บทที่ 1 มาร์คัส ไกรอนันต์เลิศ
“มาร์คัส เบาๆ สิคะ”
“ไหนบอกว่าชอบแรงๆ ไม่ใช่เหรอครับนาเดีย”
เสียงห้าวเอ่ยกลั้วหัวเราะ มือไม้ของเขายังไม่ยอมหยุดการกระทำ ที่ทำให้คนในอ้อมแขนบ่นว่าเขา มือหนากำลังบีบเคล้นทรวงสาวอย่างเมามัน ร่างอิ่มนั่งเกยบนตัก เสื้อผ้าหลุดลุ่ยจนแทบเปลือยเปล่า เธอเงยหน้าให้เขาซุกไซ้ใบหน้าหล่อคมลงกับซอกคอขาวนวล นัยน์ตาสวยหวานมองใบหน้าเรียวหล่อเหลานั้นอย่างหลงใหล เธอกำลังอยู่ในอ้อมแขนของ มาร์คัส ไกรอนันต์เลิศ เจ้าพ่อแห่งวงการนิตยสารผู้ชาย I’M M ที่มีแต่คนใฝ่ฝันอยากจะมาอยู่ในอ้อมแขนอันระอุร้อนคู่นี้
“อา...”
เสียงหวานครางออกมาอย่างเร่าร้อน เมื่อใบหน้าหล่อคมราวกับเทพบุตรกรีก ซุกแนบลงกับทรวงสาวขาวนวล เปิดเปลือยทรวงงามที่ผ่านการศัลยกรรมจนมันอวบใหญ่เกือบสามสิบหกนิ้วต่อสายตาเขา มาร์คัสห่อปากกับขนาดของมัน ก่อนจะจูบฟัดอย่างเมามัน เพียงสัมผัสก็รู้ว่าเป็นของไม่แท้ มันทำให้อารมณ์ตื่นเต้นของเขาลดน้อยลงไปบ้าง เพราะไม่เหมือนของธรรมชาติ แต่จะอย่างไรมันก็สวยงาม และคนในอ้อมกอดนี่ก็สวย ขาว นวล น่าฟัดไปทั้งตัว
มือใหญ่ลูบไล้ไปตามเรียวขานวล เธอและเขาอยู่บนเก้าอี้ทำงานขนาดใหญ่ของมาร์คัสด้วยกัน และนั่นมันไม่ใช่ปัญหาสำหรับการที่เขาและเธอจะเสพความสุข ในเมื่อมันเป็นสถานที่ส่วนตัวอย่างห้องทำงานของเขา ซึ่งไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่ง และตอนนี้หัวอกของเขาและเธอกำลังร้อนเร่าไปด้วยเพลิงเสน่หา อะไรในตอนนี้จึงไม่น่าสนใจเท่ากับกันและกันที่กำลังเรียนรู้ สัมผัสกันอย่างร้อนเร่าเท่านั้นเอง
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังไล้ริมฝีปากไต่ลงไปต่ำถึงหน้าท้องเนียนชะงัก เมื่อมันเป็นเสียงเรียกเข้าที่เขาตั้งไว้เฉพาะ ตอนนี้เขาและเธอกลิ้งตกลงไปอยู่บนพื้นพรมแล้ว เสื้อผ้าแทบจะไม่เหลือติดตัว หญิงสาวที่กำลังนอนตาปรืออยู่ใต้เรือนร่างของเขา กำลังมองเขาด้วยสายตาหลงใหล
เธอมองใบหน้าเรียว ที่ประกอบไปด้วย คิ้วเข้ม นัยน์ตาคมกริบหวานบาดใจสีน้ำตาลเข้มระยับ จมูกโด่งสวย ริมฝีปากได้รูปอิ่มนิดๆ ดูเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ เขาเหมือนเทพบุตรตกสวรรค์ ที่พร้อมจะสร้างความปั่นป่วนหัวใจให้กับผู้หญิงทุกคนที่เผลอไผลเข้าใกล้เลยเสียจริงๆ
“อื้อ...อย่าทิ้งนาเดียวไว้แบบนี้นะคะ อย่าไปสนใจเลยค่ะ”
มาร์คัสหัวเราะบางๆ แต่เขาก็ลุกขึ้นจากร่างบางที่กำลังนอนคลุกเคล้าอยู่ มือเขาล้วงกระเป๋ากางเกงแสลคที่สวมอยู่และมันยังไม่ถูกถอดออกไปจากตัว หยิบเอาโทรศัพท์รุ่นล่าสุดออกมา ก่อนจะกรอกเสียงลงไป
“ว่าไง?”
“จะว่ายังไงล่ะพี่”
ปลายสายตอบอย่างห้วนๆ เล็กน้อย เหมือนอารมณ์ขุ่น มาร์คัสหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ อารมณ์พิศวาสแรงร้อนที่กำลังพุ่งขึ้นเริ่มลดลงตามลำดับ เมื่อได้พูดคุยกับปลายสาย ที่เป็นน้องชายเจ้าอารมณ์และเจ้าระเบียบของเขา
“เอ้า...ก็นายโทรมานี่หว่า ริโอ”
ชายหนุ่มขยับมานั่งขัดสมาธิบนพื้นพรม เลิกสนใจสาวสวยที่นอนอะร้าอะร่าม เรียกความสนใจจากเขาอยู่ นาเดียค่อยๆ ทรงตัวลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะค่อยคลานเข้ามาหาเขาด้วยทีท่ายั่วยวนของนางแมวป่า มาร์คัสถึงกับตาลาย เมื่อตาคมกริบนั่นมองจ้องไปยังทรวงอกคู่มหึมาที่กระเพื่อมท้าทาย ยามที่เจ้าตัวเคลื่อนตัวมาหาเขา
“เมื่อไหร่พี่จะกลับบ้าน ป้าถามหาแต่พี่ มาร้องห่มร้องไห้กับผมเรื่องที่พี่ไม่รับสาย พี่มัวแต่ไปมุดหัวทำอะไรอยู่”
“บ๊ะ!”
นึกถึงหน้าตาของน้องชายแล้วมาร์คัสก็อยากจะหัวเราะออกมาดังๆ แต่ก็ติดขัดที่จะโดนน้องบังเกิดเกล้าซึ่งอายุต่างจากเขาแค่เพียงปีเดียว เทศนาสั่งสอนอะไรเข้าอีก นึกถึงใบหน้าที่มักจะนิ่งเฉยเป็นเนืองนิตย์ของมาริโอแล้วก็ต้องอมยิ้ม พลางแกล้งทำเสียงขู่ออกไป
“จะเกินไปหรือเปล่าวะริโอ นี่พี่ชายของนายนะโว้ย!”
“ไม่เกินไปหรอกมาร์คัส ถ้าพี่ไม่ใช่พี่ชายผม ผมคงจะด่ายิ่งกว่านี้อีก”
ปลายสายถอนใจ เสียงดังจนเขายังได้ยิน มาร์คัสสะดุ้งน้อยๆ เมื่อร่างอิ่มตอนนี้กอดรัดเขาแล้วถูเนื้อตัวอวบอัดกับผิวเนื้อแกร่ง บริเวณตรงแผงอกเปลือยเปล่าของเขาไปมา นาเดียจูบไล้ผิวสีแทนของมาร์คัสอย่างคลั่งไคล้ แล้วเริ่มเคลื่อนจากบ่าไหล่ ลงไปต่ำเรื่อยๆ ผิวของเขาตึงแน่น กล้ามเนื้อตรงบริเวณซิกแพคชวนให้หลงใหล ชายหนุ่มถึงกับสูดปากเมื่อมือนิ่มไต่ลงไปถึงเข็มขัด แล้วปลดมันออก ก่อนที่ใบหน้างดงามจะลดเลื่อนลงตามมือของเธออย่างซุกซน
“อืม...อย่าบ่นมากเลย อืม...”
น้ำเสียงกระเส่าแปลกๆ ที่ได้ยินนั่น ทำให้มาริโอถึงกับย่นหัวคิ้วอย่างสงสัย ว่าพี่ชายของเขาทำไมถึงทำเสียงแบบนั้น
“เป็นอะไรไปหรือเปล่ามาร์คัส?”
“เปล่านี่ อา...”
เขาอดครางออกมาเบาๆ ไม่ได้ เมื่อสาวงามกำลังไล้ละเลียดดื่มชิมเขา เธอช่างสร้างความเสียวสุขให้เขาอย่างมากมายจริงๆ มือใหญ่ลูบเรือนผมนิ่มไปมา พยายามกลั้นเก็บน้ำเสียงของตนเองไว้
“ผมไม่คุยกับพี่แล้ว เป็นอันว่ากลับบ้านด้วยเย็นนี้ ผมไม่อยากได้ยินป้าหรือว่าพ่อบ่นเกี่ยวกับพี่อีก ถ้ายังไม่กลับผมจะไปลากตัวพี่มาเอง”
“ใจเย็นๆ จ้ะฮันนี่ เดี๋ยวผมจะสนุกกับคุณไม่ได้เต็มที่”
มาร์คัสรีบเอ่ยห้ามแม่เสือสาวยวนสวาทที่กำลังดื่มกินเขาอย่างเมามัน มาร์คัสค่อยประคองเธอขึ้นมาจูบที่ปากอิ่ม ก่อนจะค่อยเอนเธอลงนอนบนพื้นพรม ตอนนี้ทั้งคู่เร่าร้อนจนแม้แต่แอร์คอนดิชั่นในห้องก็ไม่อาจจะบรรเทาความร้อนพิศวาสนี้ลงได้
มาร์คัสจัดการร่างอวบอิ่มเย้ายวนอย่างเชี่ยวชาญ ปรนเปรอทั้งเธอและเขาจนอิ่มเอม นาเดียนอนซุกกับอกอุ่นอย่างแสนสุขและเหนื่อยอ่อน เขาช่างเก่งกาจ เชี่ยวชาญ เป็นยอดนักรักอย่างที่ใครต่อใครเล่าลือกันจริงๆ
นี่แหละคือคาสโนว่าหนุ่ม มาร์คัส ไกรอนันต์เลิศ...
บ้านหลังสีขาวครีมหลังใหญ่ หลังคาเป็นกระเบื้องดินเผาสีแดงเข้ม บ้านทรงสเปน ตั้งอยู่ในท่ามกลางแมกไม้นานาพันธุ์ ดูสงบและร่มรื่น พื้นที่ของบ้านกว้างขวาง แม้จะอยู่ในใจกลางตัวเมืองใหญ่ มีคอร์ตจัดสวนน้ำพุประดับด้วยดอกไม้หลากพันธุ์ มีรูปปั้นหงส์คู่งดงามอวดความสวยอยู่กลางสวน ทางเดินรอบคอร์ตเป็นประตูโค้ง พื้นคอร์ตปูด้วยกระเบื้องสีเอิร์ทโทน สีสันสดใสเน้นสไตส์ของบ้านแบบสเปน
หนึ่งในเจ้าของบ้านสวยหลังนี้ กำลังทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่หน้าบ้าน พลางยืนเท้าเอวเหมือนจะรอใครบางคน เขาชะเง้อมองไปทางประตูรั้ว นัยน์ตาคมกริบมองเพ่งอยู่แทบไม่วางตา
ในที่สุดรถสปอร์ตสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นรถนำเข้า มีเพียงไม่กี่คันในเมืองไทย ก็แล่นเข้ามาในบริเวณบ้าน เท้าของชายหนุ่มก้าวเดินลิ่วไปทันที แล้วไปยืนหน้าบึ้งอยู่ข้าง ๆ รถ เล่นเอาเจ้าของรถที่เปิดประตูออกมาถึงกับขำพรืดออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ เมื่อเห็นสีหน้าของน้องชายที่มายืนหน้างอรอรับเขาราวกับภรรยาที่มารอรับสามีที่ไม่กลับบ้านมาทั้งคืน
“เฮ้! ริโอ นี่นายเปลี่ยนจากเป็นน้องชาย มาเป็นเมียพี่แล้วหรือเปล่า ถึงได้มายืนหน้ามุ่ยรอรับถึงที่แบบนี้ มีสากซ่อนไว้ด้วยหรือเปล่าวะ พี่จะได้เตรียมวิ่งหนีทัน”
“มาร์คัส!”
มาริโอทำเสียงเขียวใส่พี่ชาย พลางส่ายหน้าช้าๆ มุมปากกระตุกจะเป็นรอยยิ้ม แต่ก็กลั้นไว้ทัน เพราะเกรงว่าผู้เป็นพี่ชายจะได้ใจ มาร์คัสหัวเราะเบาๆ แล้วโอบบ่ากว้างของน้องชาย พาฉุดเดินเข้าไปในบ้านทรงสเปนหลังหรูด้วยกัน
“พี่หายไปไหนมาเกือบอาทิตย์”
คำถามแรกจากน้องชายขี้เป็นห่วง ทำให้มาร์คัสอมยิ้ม เสียงห้าวตอบกลั้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
“ไปดูการถ่ายแบบปกที่สวิสมา นายก็รู้ว่าเซ็ตนี้นางแบบของเราเป็นระดับท็อปโมเดล สถานที่ถ่ายทำก็ต้องติดต่อประสานงาน พี่เลยไปนานหน่อย”
“แล้วจำเป็นต้องไปเองด้วยเหรอมาร์คัส ตกลงว่าไปดูการถ่ายแบบหรือว่าไปดูอะไรกันแน่”
มาริโอดักคอพี่ชายอย่างรู้ทัน มาร์คัสหัวเราะหึๆ จริงอยู่เขาไปที่สวิสเซอร์แลนด์เพื่อดูการถ่ายทำภาพพิเศษลงนิตยสารด้วยตัวเอง แต่เวลาที่เหลือ เขาใช้มันไปกับนางแบบแสนเซ็กซี่ที่เขาจ้างหล่อนมาเป็นแบบปกนั่นเอง จึงกลับเลยจากกำหนดถึงสามวัน และที่น้องชายจอมขรึม ทำทีเหมือนจะเป็นพี่ชายเขามากกว่าน้องชายมายืนทำหน้ายักษ์ใส่เขาอยู่แบบนี้ สาเหตุก็เพราะมาจากการที่เขามัวแต่โอ้เอ้กับนางแบบแสนสวย ที่เขาเป็นคนเลือกมากับมือ เพราะตั้งใจจะทาบทามเจ้าหล่อนให้มา ‘ทำความรู้จักกัน’ จนมาไม่ทันงานวันเกิดของมัลลิกาผู้เป็นป้าของเขา ทำให้นางต้องคร่ำครวญบ่นน้อยอกน้อยใจกับหลานชายคนรอง จี้ให้เขาตามตัวพี่ชายซึ่งเป็นหลานรักมาให้ได้ จนมาริโอพลอยไม่ได้ทำงานทำการไปด้วย
มาริโอมองพี่ชายแล้วส่ายหน้าน้อยๆ มาร์คัสเป็นชายหนุ่มที่หล่อเหลา คมเข้ม ใบหน้าเรียวได้รูป สันกรามแข็งแรง บ่งบอกถึงการมีพลังในตัวเอง คิ้วเข้มเรียงเป็นระเบียบ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มวาวระยับ เปี่ยมเสน่ห์และมีแรงดึงดูดมหาศาล ริมฝีปากอิ่มหนาเล็กน้อย ดูแล้วเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ ผมตัดสั้นเสยอวดใบหน้าคมสัน ที่ไม่ว่าใครที่ได้มองแล้ว ต้องหันกลับมามองอีกรอบอย่างไม่รู้ตัว เพราะความเจ้าเสน่ห์ และทรงพลังนั่น
และเสน่ห์อันร้ายแรงของพี่ชาย มันก็เหมือนเป็นอาวุธร้ายของมาร์คัส ที่เขาใช้ประหารใจของสาวสวยมากหน้า ที่แวะเวียนมาชื่นชมคาสโนว่าคนนี้อย่างไม่ขาดสาย จนเขากลัวว่าไม่วันหนึ่งก็วันใด พ่อพี่ชายตัวร้ายของเขาอาจจะตายคาอกสาวๆ สักคนก็เป็นได้ เพราะแทบจะไม่ว่างเว้นจากการมีสาวๆ บนเตียงเลยแม้แต่คืนเดียว
“ดูหลายๆ อย่าง วิวมันสวยดี ที่สวิสน่ะ”
มาร์คัสตอบพลางผิวปากอย่างรื่นเริง ผู้เป็นน้องชายได้แต่ระอา เขายังคงบ่นต่อไปเหมือนจะอยากระบาย สิ่งที่พี่ชายตัวดีทำความเดือนร้อนใจไว้กับตนเอง
“ป้ามัลบ่นถึงพี่ ร้องไห้ถึงพี่ หาว่าพี่เกิดอุบัติเหตุที่โน่น ให้ผมตามหาพี่ โทรศัพท์จิกผมทุกสามนาทีว่าติดต่อพี่ได้หรือยัง ผมแทบไม่เป็นอันทำงานทำการ เพราะโทรศัพท์ของป้ามัล”
“โธ่...น้องชายสุดที่รัก” มาร์คัสตบบ่าหนาของน้องชายเบาๆ
“วันหลังก็ตอบป้ามัลไปสิ ว่าพี่ติดงาน หรือโกหกไปก็ได้ว่าพี่ยังคุยไม่ได้ หรือจะให้ดี นายปลอมเสียงเป็นพี่ตอบแทนไปเลยพี่ก็ไม่ว่าหรอก”
“มาร์คัส!” มาริโอมองพี่ชายด้วยสายตาเขียวปั๊ด แล้วตอบเสียงห้วน
“ผมไม่ชอบโกหก”
“เอาน่าบางทีนายก็ต้องโกหกบ้างนะ ริโอ จะได้ไม่ปวดหัวยังไงล่ะ”
ยิ่งแหย่พ่อน้องชายจอมดุก็ยิ่งทำเหมือนจะของขึ้น มันทำให้มาร์คัสสนุกในการเย้าแหย่มากขึ้น มาริโอส่ายหน้าช้าๆ ปลดมือพี่ชายออกจากบ่าหนา แล้วเดินลิ่วนำเข้าบ้านไปในทันที
“มีน้องชายกับเขาคนหนึ่งก็เหมือนกับมีพ่อเพิ่มมาอีกคนหนึ่ง ริโอนะริโอ นายจะขี้บ่น แล้วจะแก่ก่อนวัยไปถึงไหนกันนะ”
มาร์คัสมองตามหลังแล้วก็หัวเราะเบาๆ น้องชายของเขามาริโอ มีนิสัยแตกต่างเขาราวกับฟ้ากับเหว ตรงกันข้ามกันแทบทุกอย่าง มาร์คัสเป็นคนสบายๆ ขี้เล่น เชื่อมั่นในตัวเองสูง แต่บางทีก็เจ้าอารมณ์ นิสัยเอาแต่ใจ ชอบเอาชนะ เจ้าเล่ห์ ฉลาดแกมโกง
ส่วนมาริโอ เป็นคนค่อนข้างเอาจริงเอาจัง เงียบขรึม เหมือนเสือซ่อนเล็บ ที่ซ่อนความฉลาด เอาจริง ไว้ภายใต้ท่าทางเรื่อยๆ ดูนิ่งสงบเหมือน้ำที่ไหลเย็น หาแต่ก็พร้อมจะเดือดเป็นไฟ ถ้าเกิดว่าเขาอารมณ์ร้ายขึ้นมา
สองพี่น้องแห่งบ้านไกรอนันต์เลิศ แตกต่างกันโดนสิ้นเชิงแบบนี้ เพราะถูกเลี้ยงดูมาจากผู้หญิงคนละคน เนื่องจากมารดาของทั้งคู่ คาร่า หญิงสาวชาวสเปนที่พบรักกับชายหนุ่มชาวไทยอย่างมารุต จนมีทายาทตัวน้อยๆ พยานแห่งรักเป็นพวกเขาทั้งสองคน เสียชีวิตไปตั้งแต่แรกที่มาริโอคลอด มารุตซึ่งตกอยู่ในห้วงโศกเศร้าในการสูญเสียภรรยาสุดที่รัก และกำลังประสบปัญหาด้านธุรกิจ จนแทบจะไม่ได้ดูแลลูกชายทั้งสอง จึงมีคนยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือ อย่างมัลลิกาผู้เป็นพี่สาว และมาลินผู้เป็นน้องสาวของเขา ซึ่งรับเอาบุตรชายทั้งสองไปแยกกันเลี้ยงดู
มัลลิกาเป็นสาวโสดที่ไม่ยอมแต่งงาน แม้จะอายุมากแล้ว รักและตามใจหลานชายของนางมาก ทุกอย่างที่มาร์คัสอยากได้ มัลลิกาจะคอยทูนหัวทูนเกล้าให้หมด จนทำให้มาร์คัสกลายเป็นคนเอาแต่ใจ และไม่ค่อยยอมใคร เพราะนึกว่าตนเองเป็นที่หนึ่งอยู่เสมอ นิสัยนี้ติดตัวมาจนชายหนุ่มเป็นหนุ่มฉกรรจ์ เวลาที่เขาทำผิดขึ้นมา แน่นอนว่ามัลลิกาจะต้องกางปีกปกป้อง แม้จะอายุล่วงมาจนป่านนี้แล้วก็ตามที
ส่วนมาริโอ เขาถูกเลี้ยงดูอบรมมาอย่างลูกผู้ชายแท้ๆ จากธวัช สามีของมาลิน ปลูกฝังนิสัยเอาจริงเอาจังและเป็นระเบียบวินัยให้กับชายหนุ่มมาตั้งแต่เป็นเด็กๆ เขาต้องคอยดูแลน้องสาวอย่าง อรนลิน จึงทำให้ติดนิสัยเป็นพี่ใหญ่ คอยดูแลกำกับควบคุม และนิสัยนี้ก็ติดมาจนเมื่อมาอยู่กับพี่ชายแท้ๆ ของตนเอง คล้ายกับว่ามาริโอกลายเป็นพี่ชายของมาร์คัส คอยปราม คอยดูแลพี่ชายตัวแสบไปเสียนี่ และต้องปวดหัวกับพฤติกรรมของลู่ของพี่ชายอยู่บ่อยๆ อันนี้รวมถึงบิดาด้วย เชื้อสายด้านความเจ้าชู้ ถ่ายทอดมาสู่กันอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เสือที่ยอมถอดลายไปตอนพบรักแท้อย่างคาร่า กลับมาเป็นเสือร้ายอีกครั้งหนึ่ง เพราะความเหงา และอ้างว้าง โหยหาในความรัก ที่เขาได้สูญเสียไปอย่างไม่มีวันกลับ บิดาของสองหนุ่มมีสาวๆ มากหน้ามาทดแทน บางคนก็เลี้ยงดูเป็นการชั่วคราว บางคนก็แค่ฉาบฉวย แต่มารุตไม่เคยขาดผู้หญิง เหมือนจะใช้พวกหล่อนทดแทนความรักซึ่งเขาได้สูญเสียไป แต่ก็ไม่มีใครมาแทนที่คาร่าได้เลย แม้แต่คนเดียว
มาร์คัสดำเนินตามรอยบิดาแทบจะไม่ผิดเพี้ยน เขามีผู้หญิงมากหน้าหลายตาเข้ามาในชีวิต แม้จะอายุ 30 ปีแล้ว สมควรที่จะเริ่มมองหาหญิงสาวสักคนมาเป็นคนรัก เพื่อสร้างครอบครัว แต่เขาก็ยังไม่เคยยุติที่ผู้หญิงคนไหน มาร์คัสไม่เคยควงผู้หญิงคนไหนเกินสามเดือน สำหรับเขาแล้วความรักเป็นเพียงความอ่อนหวานที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ ซึ่งเขายังไม่เคยได้จับต้อง สัมผัส ความสนุกสนานในการบริหารเสน่ห์ของตนเองต่างหากเล่า เป็นความสุขของเขาในตอนนี้ ยิ่งผู้เป็นป้าชอบพูดกรอกหูเขาอยู่บ่อยๆ ว่าส่วนใหญ่ผู้หญิงสมัยนี้มักจะทอดกายให้ผู้ชายก็เพราะเงิน บางครั้งก็เพราะผลประโยชน์ เขาต้องระวังให้มากเพราะความร่ำรวยของมาร์คัสทำให้มีหญิงสาวหลายๆ คนจ้องจะจับเขา มาร์คัสเห็นด้วยกับมัลลิกา เพราะผู้หญิงเกือบทุกคนที่เขาควง และมีสัมพันธ์ลึกล้ำด้วย พวกหล่อนก็ต่างต้องการสิ่งนี้ทั้งนั้น ซึ่งคนอย่างมาร์คัสนั้นไม่ยอมให้จับกันได้ง่ายๆ นักหรอก
มาริโอแตกต่างจากบิดาและพี่ชาย เขาค่อนข้างจะเลือก และค่อนข้างจะมุ่งมั่นกับงานมากเสียกว่าจะเอาเวลาไปสนใจกับเรื่องพวกนี้ ความที่เป็นคนจริงจัง มุ่งมั่น ทำให้บางทีชายหนุ่มเหมือนเป็นคนเย็นชา ไม่ยี่หระต่อความรัก อดีตคนรักของเขารับไม่ได้ที่มาริโอบ้างานมากเกินไป จนไม่สนใจเธอ จึงเป็นฝ่ายบอกเลิกราเขาไป แม้จะเจ็บแต่มาริโอก็ยังคงนิ่งเฉย ทั้งที่หัวใจกลัดหนอง มองภายนอกเขาเหมือนคนไร้หัวใจ ทุ่มชีวิตให้กับงาน แต่ใครจะรู้เล่าว่าลึกๆ แล้วเขาก็อ่อนไหว และต้องการความรักเหมือนกัน
แม้จะต้องแยกกันในตอนเด็กๆ แต่สองพี่น้องก็ค่อนข้างจะสนิทกันมาก เพราะเยื่อใยแห่งสายเลือด และต้องไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตอนที่เรียนต่างประเทศ ทำให้พวกเขารักกันมาก การที่มาริโอคอยบ่นว่าพี่ชาย นั่นก็เพราะความรักและเป็นห่วงนั่นเอง
“มาร์คัส กลับมาแล้วเหรอลูก ไม่ยอมติดต่อมาเลย ป้าเป็นห่วงจนแทบจะขาดใจอยู่แล้วนะ ดูสิ...ให้ริโอติดต่อให้แต่น้องชายเราก็ไม่เคยติดต่อได้ มัวแต่ทำงานน่ะสิ ไม่ยอมห่วงพี่ชายของตัวเองบ้างเลย พี่ชายหายไปทั้งคน ตั้งหลายวันดูสิ...”
เสียงแหลมเอ่ยทักทายทันที เมื่อร่างสูงของมาร์คัสก้าวเข้าไปในบ้าน พร้อมกับร่างท้วมที่วิ่งเข้ามากอดอย่างแสนคิดถึง รัดแน่นจนมาร์คัสแทบจะหายใจไม่ออก ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ ขณะที่มาริโอที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้มองพี่ชายด้วยสายตาขวางๆ ที่ทำให้เขาโดนมัลลิกาต่อว่าเอา
“ยุ่งนิดหน่อยน่ะครับ ผมไม่เป็นอะไรหรอกครับป้ามัล นี่ผมมีของขวัญวันเกิดย้อนหลังมาให้ป้ามัลด้วยนะครับ”
ชายหนุ่มล้วงมือไปในกระเป๋ากางเกง พลางหยิบเอากล่องกำมะหยี่ขนาดเล็กออกมา ส่งให้กับมัลลิกา ที่ยิ้มแย้มจนแก้มแทบปริ ใบหน้าแดงซ่านด้วยความยินดี ที่หลานชายยังจำได้ถึงวันสำคัญของนาง แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่มาร่วมงานก็ตามที
“สวยมากๆ เลย พลอยอเมทิสใช่ไหมลูก”
มัลลิกาถึงกับอุทานอย่างดีใจ เมื่อเห็นของขวัญจากหลานชาย ที่เป็นจี้พลอยสีม่วงล้อมเพชรแท้น้ำงาม ทำเป็นรูปดอกไม้อย่างสลักเสลาประณีต ตอนนี้นางหายโกรธหลานชายสุดที่รัก ที่มาไม่ทันงานครบรอบวันเกิดของนางไปแล้ว เพราะเพียงได้เห็นหน้า และได้ของขวัญอันแสนจะถูกใจ
“ครับ ผมเห็นว่าป้ามัลชอบสีม่วง ก็เลยซื้อจี้มาให้ นี่ไปเลือกมาตั้งนานนะครับ”
มาร์คัสว่า เขาขยิบตาให้น้องชาย เป็นเชิงว่าแค่นี้มัลลิกาก็หายโกรธ ไม่บ่นว่าเขาแม้แต่คำเดียว เล่นเอาคนที่ฟังคำบ่นมาก่อนพี่ชายเกือบอาทิตย์อย่างมาริโอถึงกับเมินหน้า ทำเหมือนกับจะค้อนพี่ชาย มาร์คัสเห็นอาการของน้องชายเข้าแล้วก็อมยิ้ม ก่อนจะโอบประคองผู้เป็นป้า เดินมานั่งที่โซฟาด้วยกัน แม้จะพอใจกับของขวัญ แต่มัลลิกาก็อดมองหลานชายตัวดีแบบค้อนๆ ไม่ได้ ที่ทำให้นางเป็นห่วงหนักหนา
“ว่าแต่เรา ทำงานอะไรนักหนากัน ถึงไม่มีเวลาแม้แต่จะโทรศัพท์มาหาป้า”
มัลลิกาทำหน้างอๆ ทำให้หลานชายต้องกอดนางไว้อย่างเอาใจ พลางพูดเสียงทุ้มหวาน
“โธ่...โทรศัพท์ผมมันเกเรนิดหน่อยน่ะครับ เลยใช้ไม่ค่อยได้ ผมก็เลยไม่ได้ติดต่อใครเลยตอนไปทำงานที่โน่น พึ่งจะกลับมาซื้อใหม่นี่แหละครับ อย่าโกรธกันเลยนะครับป้ามัล อยากจะกลับมางานของป้ามัลมากๆ แต่ว่ามันก็สุดวิสัยจริงๆ”
“อะแฮ่ม!”
เสียงกระแอมดังขัดขึ้นมาจากน้องชายที่นั่งทำหน้านิ่งอยู่ มาร์คัสหันไปหลิ่วตาให้กับน้องชายของเขา มัลลิกาฟังเพียงแค่นั้นก็หายโกรธ นางชวนหลานชายคุยจ้อ ถึงเรื่องประเทศที่มาร์คัสไปทำงานมา
มาริโอมองสองป้าหลานที่พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ดูเหมือนจะลืมเขาไปแล้วเสียชั่วคราวก็ส่ายหน้าน้อยๆ มาร์คัสกระล่อนเป็นไฟและเอาตัวรอดเก่งแบบนี้เสมอ และมัลลิกาก็ไม่เคยโกรธหลานชายคนโปรดได้นานเสียที เขาสงสารนางที่บ่นถึงพี่ชายไม่หยุดปาก จนบางทีถึงกับน้ำตาคลอยามเอ่ยถึง จึงไปตามตัวมาให้ มัลลิกาตอนนี้ไปทำงานอยู่ที่ต่างประเทศ ร่วมหุ้นกับเพื่อนที่เป็นชาวฝรั่งเศส ทำร้านเสื้อผ้าและเครื่องสำอาง จึงไม่ค่อยได้มาหาหลานชายบ่อยๆ นัก นางจึงน้อยใจมาร์คัสที่ไม่ยอมอยู่ต้อนรับนาง
หางตาของชายหนุ่มแอบลอบมองใบหน้าคมสันหล่อเหลาของพี่ชาย นึกถึงความเจ้าเสน่ห์ของมาร์คัสแล้วก็ให้นึกกลุ้มใจนัก ไม่รู้ว่าคนอย่างมาร์คัสจะรักใครเป็นบ้างหรือเปล่าหนอ...
ใจนึกหมั่นไส้อยากจะให้มาร์คัสเรียนรู้ความรู้สึกอ่อนไหวแบบนี้สักครั้ง จะได้เลิกเจ้าชู้ เลิกล้อเล่นกับหัวใจของใครต่อใครเสียที จะว่าไปก็คงจะมีแต่เค้ากระมังที่คร่ำเคร่งกับเรื่องความรัก จริงจังกับความรู้สึกนี้ จนไม่ยอมมีให้มีใครผ่านกำแพงเข้ามาอีกได้ง่ายๆ เข็ดนักกับความรักที่ปวดร้าว แต่ดูเหมือนทั้งบิดาและพี่ชาย ดูช่างจะสนุกกับการใช้ชีวิตโสดกันเสียจริงๆ
