บทที่ 4 สลับตัว

ผึ้งหวานมองดูใบหน้าเนียนสวย ที่ตอนนี้มีรอยผื่นปรากฏอยู่ไปทั่วด้วยสายตากังวล คนบนเตียงเองก็ยิ้มแหย พลางใช้มือลูบตามแขนไปด้วยเพราะคันมาก แต่ไม่กล้าเกาเพราะเกรงว่าจะเป็นแผลลุกลาม จากอาการของโรคอีสุกอีใสที่เป็นอยู่

“มันเป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดจริงๆ ค่ะพี่ผึ้งหวาน ลิลลี่อายุป่านนี้แล้ว จะไปคิดยังไงละคะว่าตัวเองจะเป็นได้อีก นึกว่ามีแต่เด็กๆ ที่เป็น”

“โอย...แล้วเราจะทำยังไงกันดีละคะ เงินก็รับของเค้ามาแล้ว กำหนดถ่ายแบบวันมะรืนนี้แล้วด้วย พี่อ่านสัญญาแล้วแทบอยากจะลมจับ เราต้องไปให้ตรงตามนัด ไม่อย่างนั้นจะถูกริบเงินมัดจำ แล้วก็ถูกปรับด้วยนะคะ หนังสือของเค้ามีกำหนดออกแล้ว เค้ามารอเราไม่ได้หรอกค่ะ”

“โอย...ลิลลี่ก็ไม่ยอมเสียเงินขนาดนั้นหรอกค่ะพี่ผึ้งหวาน ไม่ได้ๆ ต้องคิดก่อนว่าจะทำยังไงดี”

ละอองเดือนเองก็บ่นอุบ ใครจะไปคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมากันเล่า เธอดันมาเป็นโรคอีสุกอีใสแบบนี้ ออกไปไหนไม่ได้พักหนึ่งเลยทีเดียว งานก็ต้องงดทำ แต่เธอรับเงินเขามาแล้ว แถมใช้ไปแล้วด้วยบางส่วน เรื่องอะไรจะยอมเสียโอกาสกัน แต่จะทำยังไงกันดีล่ะ ดันมาเป็นโรคนี้เสียด้วย หญิงสาวทำหน้านิ่ว พอๆ กับผึ้งหวาน ที่กำลังนั่งทำหน้าเครียด ห้องคนไข้ตกอยู่ในความเงียบ เมื่อสองสาวพากันจมอยู่ในความคิดกับการหาวิธีที่จะไม่สูญเงินที่กำลังจะมากองอยู่ตรงหน้า

เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น พร้อมกับหญิงสาวที่เปิดประตูเข้ามา ทำให้ผึ้งหวานหันขวับ เกือบจะตกใจเพราะว่าเธอหน้าคล้ายกับคนที่นอนอยู่บนเตียงราวกับแกะพิมพ์ เวลาเห็นหน้าละอองดาวพี่สาวของละอองเดือนทีไร ผู้จัดการสาวร่างอวบเป็นอันต้องตกใจทุกครั้ง เพราะสองสาวหน้าตาเหมือนกันเสียจริงๆ แทบจะแยกไม่ออก

“ซื้อแอปเปิ้ลมาฝากนะเดือน เดี๋ยวคืนนี้พี่จะหอบงานมาทำเป็นเพื่อน พี่ผึ้งหวานกลับไปก่อนก็ได้นะคะ รบกวนมาทั้งวันแล้ว”

หญิงสาวยิ้มหวานให้กับผู้จัดการส่วนตัวของน้องสาว ลักยิ้มที่มุมแก้มเล็กน้อยบอกว่าเธอเป็นคนละคนกับละอองเดือน แต่ใครจะมาสังเกตกันล่ะ มองหน้าหวานๆ นั่นแล้ว ผึ้งหวานก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้นมาทันที

“น้องลิลลี่ พี่คิดอะไรออกแล้วล่ะ ว่าเราจะทำยังไงดีกับปัญหาที่เราเจออยู่นี่ เพียงต้องขอความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ จากน้องดาวเท่านั้นเอง”

“คะ?”

ละอองเดือนมองหน้าผู้จัดการสาว ขณะที่ผู้เป็นพี่สาวก็หันมามองผึ้งหวานด้วยเหมือนกัน ด้วยความสงสัย ว่าทั้งสองคนกำลังมีเรื่องกลุ้มใจอะไรกันอยู่

“ก็น้องดาวกับน้องลิลลี่หน้าตาเหมือนกันมากๆ จนพี่เองยังแยกไม่ออก แล้วคนอื่นๆ ก็คงจะแยกไม่ออกใช่ไหมคะ?”

คำถามของผึ้งหวาน จุดประกายความคิดให้กับละอองเดือนในทันที เธอมองสบตากับผึ้งหวาน ที่กำลังมองเธออยู่เช่นกัน หญิงสาวปรบมือเข้าหากันทันที

“จริงสิคะ ลืมไปได้ยังไงกัน เราไม่ต้องสูญเงินแล้วคราวนี้ อยู่ที่พี่ดาวคนเดียวน่ะแหละว่าจะยอมไหม?” เธอหันมาถามพี่สาว พร้อมกับทำตาแป๋ว ละอองดาวยังคงงุนงงและไม่เข้าใจว่าทั้งคู่กำลังพูดกันถึงเรื่องอะไร

“นะพี่ดาวช่วยเดือนหน่อย เมื่อคืนถึงเดือนเมาก็จำได้นะ ว่าพี่ดาวพูดอะไรไว้บ้าง”

“อะไร? มีอะไรจะให้พี่ช่วย”

ละอองดาวทำตาปริบๆ เมื่อน้องสาวทำหน้าอ้อนถึงขนาดนั้น ลางสังหรณ์บอกกับเธอว่า บางทีอาจจะไม่ใช่เรื่องดีก็เป็นได้ เวลาน้องสาวตัวแสบทำหน้าแบบนี้ทีไร เธอมีอันต้องได้รับบทหนักเสียทุกที

“ไปทำงานแทนดาวหน่อย”

“หา!”

ละอองดาวทำหน้าเจื่อนๆ ขณะที่เดินตามร่างท้วมของผึ้งหวานเข้าไปในอาคารทันสมัยแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ตั้งของสนพ. FREE ซึ่งทำนิตยสาร I’M M นิตยสารผู้ชายยักษ์ใหญ่ ที่มียอดจำหน่ายมากที่สุดในตอนนี้

มือของเธอค่อนข้างเย็นเชียบขณะที่จับกุมกันไว้ เพื่อระงับความตื่นเต้น เธอมองสบตากับผู้จัดการสาวที่มองมายังเธออย่างให้กำลังใจ แล้วกลืนน้ำลาย นี่คิดถูกหรือคิดผิดนะที่รับปากยายน้องสาวตัวแสบมาทำงานให้แบบนี้ ตอนนี้แข้งขาของเธอสั่นไปหมดแล้ว ใครเขาจะจับได้ไหมว่าเธอไม่ใช่ละอองเดือน

“ใจเย็นๆ นะคะน้องดาว ไม่มีอะไรมาหรอกค่ะ แค่ถ่ายรูปเฉยๆ แป๊บๆ ก็เสร็จแล้วล่ะค่ะ” ผึ้งหวานรีบกระซิบบอก พลางจับมือของหญิงสาวร่างเพรียวข้างๆ มาบีบอย่างให้กำลังใจ ตกใจเล็กน้อยที่มือของละอองดาวเย็นเชียบ

“เค้าจะจับได้ไหมคะพี่ผึ้งหวาน ว่าดาวไม่ใช่เดือน”

“ตอนนี้น้องดาวคือลิลลี่ค่ะ ท่องไว้ ว่าตัวเองคือลิลลี่ นางแบบสาวแสนเซ็กซี่ เชิดไว้ค่ะ เชิดไว้”

ผึ้งหวานคอยบอกบท พลางมองคนข้างๆ วันนี้เธอแปลงโฉมละอองดาวให้เป็นลิลลี่ ได้อย่างหมดจดชนิดหัวจรดเท้า

ผมยาวเคลียบ่าสีดำสนิทของเจ้าตัว ถูกเปลี่ยนสีไปเป็นสีน้ำตาลประกายชมพู เปรี้ยวจี๊ด ทำเป็นลอนใหญ่ ใบหน้ารูปไข่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเน้นนัยน์ตาสวยให้คมเฉี่ยว ลิปสิติกสีแดงกำมะหยี่ทำให้เรียวปากดูอวบอิ่มน่าจุมพิต เดรสสีดำแบบเกาะอกแนบไปกับรูปร่างงดงามยาวคลุมเข่า แต่ผ่าข้างขึ้นสูง รองเท้าส้นสูงเกือบสี่นิ้วสีแดงกำมะหยี่ ทำให้ละอองดาวแทบจะหน้าคะมำก็หลายหน เครื่องประดับเป็นโชกเกอร์เส้นใหญ่ทำจากนิล ยิ่งเสริมให้เธอดูงดงามราวกับนางพญา มองส่องกระจกที่สะท้อนตนเองกลับมาหลังจากที่ถูกผึ้งหวานจับแปลงโฉมแล้วเรียบร้อย เธอก็จำตัวเองแทบไม่ได้ ภาพของบรรณาธิการสาวที่มักจะรวบผมเป็นมวย ใส่แว่นกรอบหนา หายไปกลายเป็นสาวเปรี้ยว แสนเซ็กซี่ขึ้นมาแทน

“ดาวจะทำได้หรือคะพี่ผึ้งหวาน ดาวจะโพสท่ายังไง จะทำยังไง แล้วเกิดถ้าเค้าจับได้ เค้าจะริบค่าจ้างคืนไหมพี่ผึ้งหวาน”

ประการหลังนี่แหละ ที่เป็นสิ่งสำคัญ ที่ทำให้เธอต้องมารับหน้าที่นี้แทนน้องสาว ที่ดันมาป่วยกะทันหัน มหกรรมตบตาครั้งมโหฬารนี้จึงเริ่มต้นขึ้น

‘เดือนรับเงินมาแล้วน่ะพี่ดาว พี่ดาวช่วยหน่อยนะ นะพี่ดาวนะ เดือนเอาเงินไปมัดจำค่าผ่าตัดแม่แล้ว แม่จะได้หายเร็วๆ ยังไงล่ะพี่ดาว นะ นะ พี่ดาว’

เพื่อมารดาที่จะได้รับการรักษานั่นแหละ มันทำให้ละอองดาวตัดสินใจที่มาทำงานแทนน้องสาวในวันนี้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเธอตัดสินใจถูกหรือผิด ที่มารับหน้าแทนละอองเดือน แต่ไหนๆ ก็ก้าวมาแล้ว เธอก็คงจะถอยไม่ได้ ทำมันให้ดีที่สุดตามแบบของเธอนี่แหละ!

“ทำได้สิคะ เค้าจะมีคนคอยบอกว่าให้ทำอะไรบ้างน่ะค่ะ ไม่ต้องกลัวนะคะ ท่องไว้ค่ะ ว่าวันนี้น้องดาวไม่ใช่น้องดาว แต่น้องดาวคือลิลลี่ สาวสวยที่สุดในตอนนี้ เริด เชิด และมีเสน่ห์สุดๆ ค่ะ”

“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ?”

ละอองดาวย่นจมูก ให้เธอคิดว่าตัวเองเป็นแบบนั้น แล้วเธอจะทำท่าแบบไหนกันล่ะเนี่ย ก็คนมันเคยทำงานแบบนี้เสียที่ไหน เคยแต่ตรวจต้นฉบับ ปรับแก้คำผิด งานนางแบบอย่างนี้ ไม่เคยคิดเคยฝันว่าจะมาทำ อย่างมาก็เคยแค่ถ่ายรูปเล่นกัน มาทำจริงจังแบบนี้ เธอจะทำได้ไหมหนอ

“พี่จะช่วยสะกดจิตให้นะคะ” ผึ้งหวานว่า แล้วจ้องเข้าไปในตาของละอองดาว ที่มองเธอตาแป๋วเลยตอนนี้

“โอม...จงกลายร่างเป็นลิลลี่ ลิลลี่ ลิลลี่ เพี้ยง!”

ผู้จัดการสาวเป่ามนต์พรวดเลยทันที เล่นเอาละอองดาวหลับตาปี๋ ก่อนที่จะลืมตา แล้วมองหน้าของผึ้งหวานแล้วกระพริบตาปริบๆ

“ตกลงว่าน้องดาว กลายเป็นน้องลิลลี่แล้วใช่ไหมคะ?”

“ไม่เลยค่ะ” ละอองดาวตอบ เล่นเอาผึ้งหวานถึงกับร้องว้า

“ยังไงๆ เราสองคนก็มาถึงตรงนี้แล้วล่ะค่ะ ถ้ามนต์ของพี่ไม่ได้ผล น้องดาวก็ท่องเอาไว้ด้วยมนต์บทใหม่ก็แล้วกันนะคะ ว่า เพื่อเงิน เพื่อเงิน เพื่อเงิน”

เพื่อแม่ เพื่อแม่ เพื่อแม่...

เธอเปลี่ยนมนต์ที่จะต้องท่องของผึ้งหวาน เป็นบทของตัวเองแทน ซึ่งมนต์บทนี้ได้ผลชะงัดกว่านัก เธอจะต้องสู้เพื่อมารดา เธอปล่อยให้ละอองเดือนทำเพื่อท่านมามากแล้ว เรื่องแค่นี้เธอจะต้องทำให้ได้ คนอื่นๆ เขายังทำกันได้เลย หญิงสาวพยายามปลุกปลอบตัวเอง ให้ใจสู้ ถึงเวลาที่เธอจะทำให้ทุกๆ คนในครอบครัวของเธอบ้างแล้ว ได้ทำหน้าที่พี่สาวและลูกที่ดีอย่างเต็มภาคภูมิ

อะไรจะเกิด ละอองดาวก็พร้อมจะสู้แล้ว!

ใบหน้างามเชิดขึ้น เธอหันมายิ้มเยือนให้กับผึ้งหวานด้วยรอยยิ้มที่ดูมาดมั่นขึ้น นัยน์ตาคมสวยเปล่งประกายมุ่งมั่น ขณะที่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเหมือนจะปลุกใจตนเอง

“ลิลลี่พร้อมแล้วล่ะค่ะ พี่ผึ้งหวาน ไปลุยกันเลย”

“ต้องแบบนี้สิคะ”

ผึ้งหวานยิ้มกว้าง แล้วเดินพาละอองดาว ไปยังห้องที่จัดไว้เพื่อถ่ายทำภาพแฟชั่นครั้งนี้ หญิงสาวเดินไปด้วยฝีเท้าที่มั่นคงขึ้น มือกำเข้าหากันแน่น บอกกับตัวเองดังๆ ในใจว่า

สู้โว้ย!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป