บทที่ 7 เริ่มงาน ท่องไว้เพื่อแม่

“เดี๋ยวไปเปลี่ยนเสื้อในห้องได้เลยนะคะ เรื่องตากล้องรับรองว่าจะเป็นคุณกชมนเพียงคนเดียว ไม่มีผู้ช่วยตามที่คุณขอไว้น่ะค่ะ”

เสียงของทีมงานทำให้ละอองดาวที่กำลังนั่งจ้องมองดูกระดาษตรงหน้าถึงกับสะดุ้ง เธอหันขวับมามองผึ้งหวาน ที่ยิ้มแหยให้กับเธอ ละอองดาวมีสีหน้าซีดเผือดลงตั้งแต่เห็นจากสคริป และจากสตอรี่บอร์ด ว่าเธอจะต้องทำอะไรบ้าง

ไปเปลี่ยนเสื้อ...หรือไปถอดเสื้อกันแน่ ละอองดาวบอกตัวเองในใจ เม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น ผึ้งหวานบีบมือเธออย่างให้กำลังใจ และเป็นเชิงเตือนกลายๆ ให้ละอองดาวทำหน้าที่ให้เสร็จสิ้น ถ้าไม่อย่างนั้นทุกอย่างอาจจะพังลงได้

เพื่อแม่ เพื่อแม่ เพื่อแม่...

ละอองดาวท่องไว้ในใจ เมื่อข่มความอาย แล้วทำให้มันกลายเป็นความกล้าหาญ เธอต้องทำให้ได้ มันจะอะไรกันนักหนาเชียว ก็แค่ไปกลั้นใจถ่ายรูปไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นเอง น้องสาวเธอยังทำได้ แล้วทำไมเธอจะทำไม่ได้

ขาที่ก้าวเดินเข้าไปในห้องที่ทีมงานชี้ค่อนข้างสั่น เธอมองผ้าบางๆ ที่แขวนอยู่บนราวแล้วถอนใจ ใบหน้างดงามแดงก่ำ มือเรียวสั่นเทาเมื่อหยิบเอาผ้าผืนนั้นมาทาบลำตัว คอนเซ็ปของ ‘นางพราย’ ที่ต้องสวมใส่ชุดผ้าบางพลิ้วสีน้ำทะเลเข้ม แบบของมันปิดอะไรแทบไม่ได้ เพราะเธอต้องสวมเพียงเสื้อชุดนี้ชุดเดียว เนื้อผ้าบางเบามองทะลุไปถึงข้างใน และยิ่งกว่านั้น เธอได้รับอนุญาตให้สวมเพียงแค่บิกินี่ตัวจิ๋วตัวล่างตัวเดียว ซึ่งเป็นแบบสายผูกข้าง แบบของมันเซ็กซี่ เย้ายวน และเป็นแบบที่เธอไม่เคยคิดมาก่อนในชีวิตว่าจะกล้าหยิบมาใส่

“เดี๋ยวใช้นี่คลุมไว้นะคะน้อง อ้อ...ใช้สติกเกอร์นี่ปิดไว้นะคะ จะได้ไม่โป๊มาก”

อีกฝ่ายส่งเสื้อคลุมให้เธอ พร้อมทั้งสติกเกอร์ที่ใช้ปิดยอดถัน ละอองดาวมองแล้วอยากจะร้องไห้นัก อนิจจาชีวิต ไม่เคยคิดว่าจะต้องมาทำอะไรขนาดนี้เลยจริงๆ

เธอกลั้นใจสวมชุดนั้นให้เรียบร้อย เนื้อผ้าเรียบลื่นบางเบาทำให้หญิงสาวไม่กล้ามองตัวเองเลยตอนนี้ เธอรีบสวมเสื้อคลุม แล้วก็ถูกทีมงานคนเดิมพาไปแต่งหน้า หญิงสาวหลับตาอยู่ตลอดเวลา เพราะไม่อยากจะมองตนเอง พร้อมๆ กับทั้งท่องบอกตัวเองในใจไปด้วย ว่าเธอต้องผ่านวันนี้ไปให้ได้ มันคืองานชิ้นหนึ่ง แม้จะต้องแลกด้วยศักดิ์ศรีที่เธอแบกไว้ก็ตาม

“สวยมากๆ เลยค่ะ พี่แต่งหน้านางแบบเซ็ตนี้มาแล้วสองคน แต่น้องน่ะสวยที่สุด บิวตี้ฟูลสุดๆ”

เสียงของช่างแต่งหน้าเอ่ยเยินยอ ทำให้ละอองดาวค่อยปรือตาขึ้นมามอง แล้วก็ต้องกระพริบตาปริบๆ เมื่อเห็นหญิงสาวที่มองจ้องกลับเธอมา

ใบหน้าเรียวรูปไข่งดงามถูกตกแต่งไว้ด้วยโทนสีฟ้า เน้นหนักที่นัยน์ตาสวยระยับเป็นประกาย เธอถูกให้ใส่คอนเทคเลนส์สีน้ำทะเล ดูแปลกตาไปเป็นคนละคน วิกผมดำยาวเรี่ยเอวทำให้เธอดูสวยคมมากกว่าเดิม ช่อดอกไม้สีต่างๆ ถูกนำมาประดับตามเรือนผมยาวนั่น ตุ้มหูเพชรสายยาวสะท้อนกับแสงไฟ ทำให้เธอดูงดงามราวกับราชินีแห่งห้วงน้ำ

ละอองดาวจำตนเองแทบจะไม่ได้ และคนอื่นๆ ก็คงจะจำเธอไม่ได้เช่นกัน หญิงสาวบอกกับตนเองแบบนั้น หลับหูหลับตาทำไปเถอะน่าเรา ท่องไว้สิดาวเอ๋ย แม่เราจะได้เงินค่ารักษา ทำงานแค่ไม่กี่ชั่วโมง เดี๋ยวมันก็ผ่านไป

หญิงสาวถูกจับจูงเข้ามาในห้องสตูดิโอ ที่ตกแต่งไว้ด้วยฉากสีฟ้า มีโขดหินจำลอง และมีอ่างน้ำที่ถูกตกแต่งด้วยดอกไม้นานาพันธุ์จนกลิ่นของมันหอมจรุงออกมา หญิงสาวท่าทางทะมัดทะแมงยืนรอเธออยู่ตรงนั้น มองดูนางแบบที่เยื้องกรายเข้ามาในห้องด้วยสายตาประเมินคร่าวๆ ก่อนจะยิ้มที่มุมปากอย่างพอใจ กชมนเคยได้ยินชื่อของนางแบบสาวคนนี้มานานแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสได้ร่วมงานกัน มาเจอตัวจริงวันนี้ เห็นกับตาว่าสวยมาก สายตาของตากล้องมืออาชีพมองกวาดไปทั่วเครื่องหน้างดงาม เพื่อมองหามุมที่ดูจะเข้ากับงานในวันนี้ทันที และก็ลงความเห็นกับตนเองว่า ผู้หญิงคนนี้ สวยไม่มีที่ติเอาเสียเลย

“ถอดเสื้อคลุมออกหน่อยค่ะ เดี๋ยวเราจะเริ่มงานกันเลย”

“คะ คือว่า”

เสียงใสค่อนข้างสั่น แล้วมองกวาดไปรอบๆ มีแต่เธอและตากล้องสาวเพียงเท่านั้นที่อยู่ในห้องนี้ ท่าทางลังเลของละอองดาว ทำให้กชมนอมยิ้ม เธอเคยเห็นงานของนางแบบสาวคนนี้มาบ้าง ครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งที่เจ้าตัวถ่ายแล้วเปิดเปลือยความสวยของเรือนกายมากที่สุดแล้วกระมัง

“มีเราแค่สองคนน่ะค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ รับรองว่าจะทำให้สวยที่สุด ไม่โป๊มากหรอกค่ะ”

“ค่ะ”

ละอองดาวยิ้มแหย น้ำเสียงที่เป็นมิตรของตากล้องสาวทำให้เธอรู้สึกใจมาขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยๆ ก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน อีกฝ่ายคงจะไม่ถ่ายมุมน่าเกลียดๆ ของเธอออกไปแน่ๆ

“เริ่มโพสท่าได้เลยนะคะ เราจะถ่ายกันตรงมุมนี้ก่อน แล้วก็ตรงทราย แล้วสุดท้ายในอ่างน้ำ อันสุดท้ายนี้พี่ขอแบบทั้งตัวนะคะ”

“เอ่อ...แบบทั้งตัว”

แก้มสาวร้อนซ่าน เมื่อได้ยินแบบนั้น เธอไม่เคยแก้ผ้าให้ใครดูมาก่อน นอกเสียจากแม่น้องสาวตัวแสบ ที่บางทีสองพี่น้องก็อาบน้ำด้วยกันบ้าง เวลาไปเที่ยวต่างจังหวัดแล้วต้องการประหยัดเวลา แต่นี่เป็นใครก็ไม่รู้จะต้องมาเห็นเรือนร่างเธอ มันทำให้ละอองดาวหน้าร้อนวาบด้วยความอับอาย

“ค่ะ เปลือยทั้งตัว”

กชมนพูดหน้าตาเฉย ด้วยความเคยชิน เพราะว่ามันเป็นงานที่เธอต้องทำอยู่บ่อยๆ และเธอก็เห็นว่ามันเป็นงานศิลปะมากกว่าจะอนาจาร ถ้าเลือกมุมสรีระที่สวยไม่เปิดโป๊

“คือว่า...ดาว เอ๊ย ลิลลี่โพสไม่ค่อยเก่งน่ะค่ะ พี่ช่วยบอกได้ไหมคะ”

ละอองดาวยิ้มแหยให้กับตากล้องสาว อยากจะร้องไห้ออกมาแต่ก็ต้องกล้ำกลืนลงไป เธอมือสั่นเล็กน้อยขณะที่ถอดเสื้อคลุมลงกองแทบเท้า เสียงสั่งของตากล้อง เสียงกดชัตเตอร์ ที่ดังขึ้นในแต่ละภาพ ยิ่งทำให้ความกดดันของหญิงสาวเพิ่มมากขึ้น จนมาถึงภาพเกือบสุดท้าย ที่เธอกำลังนั่งอยู่ในอ่างน้ำที่ดาษดาไปด้วยดอกไม้แสนสวย และหันหลังให้กับกล้อง เอียงเสี้ยวหน้าอันงดงามมาเพียงเล็กน้อย กชมนก็จับถึงความรู้สึกของนางแบบได้ ว่าหญิงสาวคงกำลังรู้สึกแย่มากกับการถ่ายภาพในครั้งนี้ เพราะนัยน์ตางดงามนั้นดูเศร้าหมองนัก แต่ก็สวยเหลือเกิน

นางพรายผู้งดงามแต่เศร้าสร้อย…คงจะกระชากใจหนุ่มๆ ที่มองภาพนี้ให้สยบลงแทบเท้าของนางพรายผู้นี้

เสียงเคาะประตูดังขึ้นเมื่อกชมนกดชัตเตอร์ภาพสุดท้าย ก่อนจะเปิดเข้ามาโดยไม่รอคำขออนุญาต เล่นเอาหญิงสาวรีบมุดลงไปในอ่างน้ำอย่างรวดเร็ว ใบหน้างามแดงก่ำด้วยความอับอาย

“เรียบร้อยกันหรือยังครับ ผมอยากจะมาดูเซ็ตสุดท้ายด้วยตัวเองสักหน่อย ว่าทุกอย่างเพอร์เฟค สมกับที่ตั้งใจไว้หรือเปล่า”

บุรุษหนุ่มร่างสูงที่ก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็วนั้น ทำให้กชมนถึงกับกลืนน้ำลายและคำต่อว่าลงไป พร้อมกับยิ้มน้อยๆ ให้กับเขาแทน นัยน์ตาคมกริบมองดูหญิงสาวที่อยู่ในอ่างน้ำสีขาวนั่น เธอเมินไปทางอื่นไม่ได้มองมายังเขา เห็นเพียงแค่เสี้ยวหน้าด้านข้าง แต่ก็งดงามเหลือเกินจนแทบจะหยุดหายใจ มาร์คัสมองจ้องเธออย่างไม่วางตา พร้อมกับผายมือเป็นเชิงให้กชมนทำงานต่อ

“พอดีว่ารูปสุดท้ายเสร็จพอดีน่ะค่ะ คุณมาร์คัสจะดูรูปคร่าวๆ เลยไหมคะ”

กชมนว่า คำพูดนั้นเหมือนจะปลดล็อกให้กับคนที่กำลังนั่งห่อตัวซ่อนอยู่ในอ่างน้ำ เธอพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก แล้วรีบปาดน้ำตาที่ไหลรินลงมาออกไป

สิ้นสุดเสียที... เธอสาบานกับตัวเองเลยว่าจะไม่มาทำอะไรแบบนี้อีกเลย การถ่ายภาพครั้งนี้มันทำให้เธอเกลียดการถ่ายภาพไปอีกนาน เพราะมันราวกับว่าเธอถูกลูบโลม และถูกรุกล้ำความเป็นตัวตนของตนเอง ด้วยการเปิดเปลือยร่างกายต่อสายตาคนอื่นแบบนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป