บทที่ 8 กล้ำกลืน

“อยากเห็นเหมือนกันครับ นางแบบครั้งนี้ผมเลือกเองมากับมือ”

เสียงทุ้มนั่นเอ่ย เขาหยิบเอาเสื้อคลุมที่ทิ้งอยู่บนพื้นขึ้นมา ก่อนจะก้าวยาวๆ ไปยังอ่างน้ำ ที่มีร่างงดงามอยู่ตรงนั้น คนที่กำลังกลัดกลุ้มอยู่กับตนเองถึงกับสะดุ้งสุดตัว เมื่อมือหนาวางบนบ่าเธออย่างถือวิสาสะ แล้วเอ่ยเสียงทุ้ม นัยน์ตาคมกริบจับจ้องที่ใบหน้าเนียนหวาน

“เสื้อคลุมครับคนสวย จะให้ผมช่วยขึ้นมาไหมครับ”

นัยน์ตางดงามราวกับตากวาง สบเข้ากับนัยน์ตาคมปลาบที่มองจ้องเธอเหมือนจะสะกด เธอเผลออ้าปากค้างเมื่อเห็นใบหน้าคมคายนั่นถนัด เทพบุตรเดินดินมาอยู่ตรงหน้าเธอหรืออย่างไรกัน?

“ไม่ต้อง”

เสียงหวานเอ่ยพร้อมกับเบี่ยงบ่ามนออกจากการเกาะกุมของเขา ใบหน้าหวานแดงเถือก พยายามซ่อนตัวลงไปในใต้น้ำให้ได้มากที่สุด หวังว่าพวกดอกไม้งดงามพวกนี้จะบดบังเธอไว้จากสายตาซอกแซกของผู้ชายคนนี้ได้

แต่ชายหนุ่มก็เหมือนแกล้ง เขาอ้อยอิ่งเสพความงดงามของร่างกายเธอด้วยสายตาคมปลาบอยู่พักใหญ่ก่อนจะเดินไปหากชมน ที่ตอนนี้กำลังเริ่มลงข้อมูลให้กับนายจ้างได้ดู ละอองดาวมองคนทั้งคู่ที่ทำเหมือนไม่สนใจเธออีกต่อไปแล้วด้วยสายตาค้อนๆ มาอยู่กันแบบนี้ แล้วเธอจะขึ้นไปได้ยังไงกันเล่า ก็เธอไม่มีอะไรปกปิดตัวเองเลยสักอย่าง มือเรียวค่อยเอื้อมไปยังเสื้อคลุมที่เขาเอามาแขวนไว้ใกล้ๆ คงจะต้องดึงมันลงน้ำมาด้วยไปเลย หญิงสาวคิดในใจ

เหมือนนัยน์ตาคมกริบนั้นจะลอบจ้องมองเธออยู่ ชายหนุ่มอมยิ้ม แล้วหันมาบอกกชมน ที่กำลังขะมักเขม้นกับการทำงานตรงหน้า

“เดี๋ยวผมออกไปก่อนดีกว่า นางแบบของเราจะซีดหมดแล้ว หึๆ”

“แล้วจะเข้ามาทำไมนะตาบ้า”

เธอพึมพำด่าเขาอุบอิบ กชมนเหมือนพึ่งจะนึกขึ้นได้ เธอยิ้มแหยให้กับละอองดาวที่นั่งหน้าแดงอยู่ในอ่างน้ำ

“ขอโทษด้วยนะคะน้องลิลลี่ พี่เวลาใครมาถามเรื่องงานจะชอบลืมทุกอย่างไปเลย แหะๆ เดี๋ยวพี่ออกไปให้น้องลิลลี่แต่งตัวนะคะ จะไปเรียกผู้จัดการมาให้”

“ขอบคุณค่ะ”

ทันทีที่ประตูปิด หญิงสาวก็รีบลุกขึ้นมาจากอ่างน้ำ คว้าเอาเสื้อคลุมมาสวมอย่างรวดเร็ว เธอถอนหายใจยาวเหยียด ในที่สุด มันก็เสร็จสิ้นไปเสียที

ไม่มีใครจำเราได้หรอกน่า ดาว...เธอปลอบตัวเอง ขนลุกเมื่อนึกถึงภาพของเธอที่จะไปปรากฏตามหน้านิตยสาร เธอจะกล้ามองดูภาพของตนเองไหมนะ ยายเดือนนะยายเดือน จะมาเป็นอีสุกอีใสอะไรกันตอนนี้ก็ไม่รู้ เฮ้อ...

“ไม่เลวร้ายอย่างที่คิดใช่ไหมคะน้องดาว”

ผึ้งหวานแอบกระซิบ เมื่อละอองดาวเปลี่ยนเสื้อผ้ามาอยู่ในคราบลิลลี่เรียบร้อยแล้ว หญิงสาวถอนใจแล้วส่ายหน้าช้าๆ

“ไม่เลวร้ายน้อย แต่เลวร้ายมากๆ ค่ะพี่ผึ้งหวาน นี่ดาวคงไม่กล้ามองตัวเองแน่ๆ ถ้ารูปมันออกมา เกิดมาดาวไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนเลย ต้องให้ยายเดือนเลิกทำงานนี้ให้เร็วที่สุด มัน...มัน...”

หญิงสาวถึงกับพูดไม่ออก กับความรู้สึกอับอายแทบแทรกแผ่นดินของตนเอง เมื่อยามที่โพสท่าเย้ายวนตามแบบที่กชมนบอก

ละอองดาวเหมือนคนที่อยู่ในกรอบมาตลอดชีวิต เมื่อถูกจับจูงกระชากออกมานอกกรอบของเธอ มันทำให้เธอรู้สึกแย่มาก และไม่อยากทำแบบนั้นซ้ำอีกแล้ว มันรู้สึกทั้งอับอาย และเหมือนกับถูกเหยียดหยาม

“แหม...มันไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ”

ตอนแรกผึ้งหวานแอบคิดฝันหวาน ว่าถ้าละอองดาวติดใจกับงานนี้ ได้เห็นภาพสวยๆ ของตนเองแล้วชอบ จะได้ชวนเข้ามาในวงการด้วยกันกับละอองเดือน ระหว่างรอเธอถึงกับตั้งชื่อไว้รอละอองดาวเรียบร้อยแล้ว และจะให้สองสาวไปโลดแล่นในวงการนี้พร้อม กัน แต่ดูท่าจะฝันสลายเอาเสียแล้ว

“ไม่เลวร้ายขนาดนั้นหรอกนะคะน้องดาว เดี๋ยวเห็นรูปตัวเอง น้องดาวอาจจะชอบก็ได้ค่ะ คุณมนน่ะ เป็นตากล้องที่ถ่ายรูปได้สวยเอามากๆ ดูเป็นศิลป์ พี่ว่าน้องดาวจะต้องชอบแน่ๆ”

ผึ้งหวานพูดเกลี้ยกล่อม ให้ละอองดาวรู้สึกดีๆ ขึ้นบ้าง กับการมาทำงานแทนน้องสาวในวันนี้

“ดาวไม่อยากเห็นหรอกค่ะ เรากลับกันได้หรือยังคะ”

ละอองดาวพ่นลมหายใจออกมาอย่างเครียดๆ ใบหน้างดงามดูงอง้ำ และบึ้งตึงอย่างหนัก ผึ้งหวานลูบแขนเรียวเบาๆ พลางเอ่ยปลอบให้อีกฝ่ายใจเย็นลง

“เดี๋ยวรอแป๊บนะคะ เรารับเช็คค่าจ้างที่เหลือ แล้วก็กลับกันได้แล้วล่ะค่ะ”

“ค่ะ ดาวไม่อยากอยู่ที่นี่นานๆ”

หญิงสาวนึกถึงชายหนุ่มที่เข้าไปในห้องที่เธอกำลังทำงานกับกชมนขึ้นมาชั่วแวบ นายคนนั้นเป็นใครกันนะ ถึงได้กล้าทำอะไรแบบนั้น ถ้าเกิดว่าเธอนอนอยู่บนพื้นโพสท่าแสนเซ็กซี่ในเสื้อผ้าที่แทบจะปิดอะไรไม่มิด แล้วเขาโผล่พรวดเข้าไปล่ะก็ เธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกัน วันนี้ละอองดาวหงุดหงิดในหลายๆ เรื่องแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะต้องมาทำอะไรที่คิดว่าน่าอับอายและฝืนใจตนเอง มันจึงทำให้คนใจเย็นอย่างละอองดาว กลายเป็นคนใจร้อนขี้หงุดหงิดไปเสียแล้ว

“คุณลิลลี่ค่ะ คุณมาร์คัสเชิญที่ห้องน่ะค่ะ”

หญิงสาวสวยนางหนึ่งเดินมาที่สองสาว แล้วยิ้มแย้มบอกกับละอองดาว เธอมองหน้าของผึ้งหวาน อีกฝ่ายพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าให้เธอทำตามที่หญิงสาวคนนั้นพูด ละอองดาวลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินตามหลังอีกฝ่ายไป ไม่ลืมที่จะสวมบทบาทเป็นลิลลี่ ด้วยการเดินอย่างมั่นใจ และทำหน้าเชิดขึ้นอีกด้วย

“เฮ้อ...รู้สึกบาปยังไงพิกลแหะเราวันนี้”

ผึ้งหวานบ่นกับตัวเองเบาๆ เมื่อคล้อยหลังแฝดผู้พี่ของหญิงสาวในสังกัด เธอเห็นความอึดอัดของละอองดาวแล้วก็เห็นใจอีกฝ่ายนัก บางคนอาจจะมองว่างานนี้ได้เงินมาก ดัง และกลายเป็นที่สนใจของใครต่อใคร กลายเป็นเหมือนนางพญาให้คนอื่นต้องมองด้วยความชื่นชม แต่กับบางคนที่ไม่ชอบที่จะเปิดเผยตัวเอง ชอบสันโดษ อยู่กับโลกส่วนตัวของตัวเองเงียบๆ มาถูกให้ทำแบบนี้คงจะไม่ชอบและฝืนตัวเองเอาเสียมากๆ

แต่นี่คงจะเป็นงานครั้งแรก และครั้งเดียวของละอองดาวแล้ว ที่จะรับงานแบบนี้ อีกไม่กี่วันลิลลี่คนเดิมก็จะมาเฉิดฉายตามเดิม ส่วนลิลลี่ตัวปลอมวันนี้ คงจะไม่มีอีกแล้วตลอดไป

บทก่อนหน้า
บทถัดไป