บทที่ 4 4 แบกหน้ามาทวงสัญญา
“ฉันจะคุยกับนาวาเอง จะลองเลียบเคียงและหาทางออกที่ดีที่สุดให้ทั้งสองฝ่าย ฉันสัญญาว่าตราบใดที่เรื่องนี้ยังไม่เรียบร้อย ฉันยังไม่ปล่อยให้พี่ชลัตกับครอบครัวต้องเผชิญปัญหาคนเดียวแน่”
เข็มทิศสบตาเพื่อนรักด้วยแววตาจริงจัง “พี่กลับไปดูแลตัวเองกับลูก ๆ ก่อน ให้เวลาฉันได้คุยกับลูกชายสักวันสองวัน แล้วฉันจะติดต่อกลับไปหา....ตกลงไหม”
ชลัตนิ่งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะค่อย ๆ พยักหน้ารับอย่างจำนน แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความวิตกกังวล แต่เขาก็รู้ดีว่าเพื่อนพูดถูกต้อง หากดันทุรังไปก็อาจส่งผลร้ายต่อตัวลูกสาวมากกว่าผลดี
แสงแดดเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ภายในห้องอาหารบรรยากาศเต็มไปด้วยความอึดอัด นางดาราหันไปสบสายตากับผู้เป็นสามีที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยสายตาจับผิด
“เมื่อคืนเฮียกับคุณชลัตไปคุยอะไรกันมาค่ะ กลับดึกเชียว...”
เข็มทิศถอนหายใจออกมาเบา ๆ เขารู้ดีว่าไม่อาจปิดบังภรรยาได้ จึงตัดสินใจเล่าเรื่องราวความจริงทั้งหมดที่คุยกับชลัตและเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีต รวมถึงคำมั่นสัญญาที่ชลัตเดินทางมาทวงถามในครั้งนี้ให้ภรรยาฟังอย่างไม่ปิดบัง ยิ่งฟัง ดาราก็ยิ่งขมวดคิ้วแน่น เรียวปากบางเอ่ยขึ้นทันทีด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นและติดดูแคลน
“คนแบบนี้มันเห็นแก่เงินจริง ๆ ยามลำบากล่ะหายหัวพอเห็นว่าลูกชายเราโตขึ้นมามีหน้าที่การงานมั่นคง มีหน้ามีตาในสังคมก็รีบแจ้นมาทวงสัญญาเก่าเก็บทันที หวังจะเอาลูกสาวตัวเองสอดแทรกเข้ามาเสพสุขบนกองเงินกองทองที่เราสร้างมางั้นเหรอ?”
“อาดารา.....พี่ชลัตอีอาจไม่ได้คิดแบบนั้นก็ได้ ตอนนั้นเราสองคน...” เข็มทิศพยายามเอ่ยปรามภรรยา
“พอเลนค่ะเฮีย! อั๊วะไม่ยอมให้ลูกชายของอั๊วะไปแต่งงานกับลูกสาวของคนเห็นแก่เงินแบบนั้นเด็ดขาด! สัญญาในอดีตที่เฮียตกลงกันไว้ อั๊วะไม่นับและจะไม่มีใครบังคับลูกชายของอั๊วะได้ทั้งนั้น” ดารายกมือขึ้นขัด เสียงตวาดห้วนแฝงความเด็ดขาด
ดาราไม่ยอมปล่อยให้เรื่องราวนี้ผ่านไปเพียงเพราะคำพูดของสามี เธอได้สั่งให้คนไปตามสืบครอบครัวนรินทร์พรรณอย่างละเอียด และเพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ความจริงทั้งหมดก็ถูกตีแผ่บนโต๊ะอาหาร
“เหอะ! ที่แท้ก็กำลังล้มละลาย ตระกูลนรินทร์พรรณสิ้นเนื้อประดาตัวจนแทบไม่เหลืออะไรแล้ว ถึงได้แบกหน้าหนา ๆ มาทวงสัญญาถึงที่นี่ ร้อยวันพันปีไม่เคยคิดจะติดต่อกลับมา พอตัวเองเดือดร้อนจมไม่ลง ถึงเพิ่งนึกถึงหน้าพวกเรางั้นสิ” ดาราสบถออกมาอย่างสมเพช ขณะพลิกดูรายงานในมือ
“ดารา....มันไม่ได้เป็นอย่างที่ลื้อคิดหรอก” เข็มทิศถอนหายใจยาว น้ำเสียงของเขาทั้งหนักใจและเต็มไปด้วยความลำบากใจเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอารมณ์ของภรรยา
“พี่ชลัตเขาเป็นผู้มีพระคุณของอั๊วะ ถ้าวันนั้นไม่ได้อีช่วยไว้ อั๊วะคงไม่มีโอกาสสร้างทุกอย่างขึ้นมาจนถึงทุกวันนี้ได้หรอก”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการเอาอนาคตของลูกเราไปเสี่ยงด้วยคะ?”
“เรื่องแหวนวงนั้น....”เข็มทิศประสานมือแน่น มองหน้าดาราด้วยสายตาจริงจัง
“เป็นอั๊วะเองที่เป็นคนมอบแหวนวงนั้นให้ชลัตกับมือ และอั๊วะก็เป็นคนให้คำมั่นสัญญานั้นกับอีเอง....อั๊วะไม่คิดเลยจริง ๆ ว่าอีจะยังยึดติดกับคำพูดในอดีตของอั๊วะขนาดนี้”
“ในเมื่อลื้อพูดเองว่าเป็นคำมั่นสัญญาในอดีต มันก็ควรจะจบลงด้วยเรื่องของอดีตสิคะ” ดาราขยิบเข้าใกล้สามี น้ำเสียงที่เคยเกรี้ยวกราดเปลี่ยนเป็นอ่อนลงเธอคิดว่าเหตุผลนี้ลงตัวที่สุดแล้ว
“อั๊วะเข้าใจว่าเฮียเป็นคนดี คิดถึงบุญคุณคนเสมอ แต่การเอาชีวิตและอนาคตของลูกมาแลกมันไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด” มือเรียวแตะลงบนแขนของเข็มทิศเบา ๆ ราวกับว่าจะช่วยบรรเทาความหนักใจ “ทางออกเรื่องนี้มีตั้งเยอะแยะค่ะ ไม่เห็นต้องยอมให้ลูกเราแต่งงานกับลูกสาวเขาเลย”
เข็มทิศเงยหน้าขึ้นมองหน้าภรรยาด้วยความสงสัย “แล้วลื้อจะให้อั๊วะทำยังไง ในเมื่ออั๊วะเป็นคนพูดคำนั้นออกไปเอง”
“เฮ้อ....ปฏิเสธไปตรง ๆ สิคะ มันจะยากอะไร ในเมื่อเขาเคยช่วยเฮียไว้ เราก็ตอบแทนเขาด้วยเงินสิคะ มอบเงินสดให้คุณชลัตสักก้อนใหญ่ ๆ เอาให้มากพอที่เขาจะนำไปตั้งตัว ปลดหนี้สินให้กับนรินทร์พรรณ ถือซะว่าตอบแทนบุญคุณก้อนนั้นให้สิ้นสุดกันไปเลยจะได้ไม่ต้องมีอะไรติดค้างกันอีก” ดารายกยิ้มบาง ๆ ก่อนเสนอความคิดที่เธอเตรียมไว้ในใจ
“ดารา....แต่การเอาเงินไปฟาดหัวเขาแบบนั้น มันเหมือนกับการดูถูกกันนะ” เข็มทิศขมวดคิ้ว รู้สึกขัดแย้งในใจ
“ดูถูกอะไรกันคะเฮีย!” ดาราสวนขึ้นทันควัน น้ำเสียงเริ่มแข็งขึ้นอีกครั้ง “คนกำลังจะล้มละลาย โดนยึดบ้านยึดตระกูล สิ่งที่เขาต้องการที่สุดตอนนี้ไม่ใช่ความรักหรอกค่ะ แต่มันคือเงิน! เงินก้อนนี้จะช่วยชีวิตครอบครัวได้มากกว่าคำสัญญาปากเปล่าซะอีก.....เฮียปฏิเสธเขาไป แล้วส่งเช็กเงินสดให้เขาซะ เรื่องจะได้จบ ๆ ไปไม่ต้องเอาลูกชายเราลงไปแปดเปื้อนด้วย”
เข็มทิศค่อย ๆ ดึงแขนออกจากมือของภรรยา เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะสบตาเธอด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยวและไร้ซึ่งความลังเล เป็นสายตาที่ดาราแทบจะไม่เคยเห็นมาก่อนตลอดชีวิตคู่
“อั๊วะทำตามที่ลื้อบอกไม่ได้หรอก ดารา”
“เฮียเข็มทิศ! นี่เฮ๊ยกำลังหน้ามืดตามัวอะไรอยู่?” ดาราตาโตด้วยความคาดไม่ถึง
“อั๊วะไม่ได้หน้ามืด แต่อั๊วะกำลังทำในสิ่งที่ถูกต้อง วันที่อั๊วะสิ้นไร้ไม้ตอก ไม่มีเงิน ถูกเตี่ยตัดขาดเพราะไม่เรียนตามที่ตระกูลต้องการ อั๊วะอยากเป็นตำรวจแต่อั๊วะไม่มีเงินสักบาทจะส่งตัวเองเรียน ชลัตยื่นเงินก้อนนั้นให้อั๊วะด้วยความเต็มใจโดยไม่มีเงื่อนไข ไม่มีแม้แต่คำสัญญาว่าจะต้องคืนเมื่อไหร่ หรือต้องการอะไรตอบแทนเลยสักนิด”
