บทที่ 7 7 เขาไม่มาตามนัด
เขายอมตกลงรับการคลุมถุงชนในครั้งนี้ด้วยความอึดอัด แต่เพราะมีกรอบเวลาขีดเส้นความสัมพันธ์ไว้ ชายหนุ่มจึงพอเห็นทางรอดที่จะได้อิสรภาพคืนมา ด้วยอาชีพตำรวจทำให้เขาไม่ได้อยู่ติดบ้าน นั่นหมายความว่าเขากับเธอคงแทบไม่ได้พบหน้าหรือใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน และเมื่อครบกำหนดสัญญา ใบหย่าหนึ่งใบก็จะปลดพันธนาการทุกอย่างให้จบสิ้นลง
เมื่อนาวาเดินพ้นประตูไป เข็มทิศไม่รอช้ารีบต่อสายหาชลัตเพื่อนรักเพื่อแจ้งข่าวดี พร้อมนัดหมายให้ครอบครัวยรินทร์พรรณเดินทางมาพูดคุยรายละเอียดสัญญาและการจัดการแต่งงานที่บ้านวิริยปัญญาในค่ำวันถัดมา
ทว่าเมื่อถึงเวลานัด บนโต๊ะอาหารยาวของบ้านวิริยปัญญากลับไร้เงาของว่าที่เจ้าบ่า.... นาวาติดภารกิจด่วนทางราชการที่ไม่สามารถเลื่อนได้ เขาทำได้เพียงส่งข้อความสั้น ๆ มาแจ้งผู้เป็นพ่อเท่านั้น ซึ่งเข็มทิศรู้ดียิ่งกว่าว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะลูกชายยังคงประท้วงกลาย ๆ และไม่อยากมาเผชิญหน้า ทำให้ปวรดาในชุดเดรสสีครีมเรียบหรู ไม่มีโอกาสได้เห็นแม้แต่เงาของชายหนุ่มที่จะมาเป็นสามีในอนาคต เธอทำได้เพียงนั่งประหม่า มือบางประสานกันบนตักแน่น ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดของเหล่าผู้ใหญ่
“นาวาเขาติดภารกิจด่วนน่ะพี่ชลัต ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ นะ” เข็มทิศรีบออกตัวแก้หน้าแทนลูกชาย พลางหันไปทางนางดารา ผู้เป็นภรรยาที่นั่งหน้าตึง ๆ อยู่ข้าง ๆ
นางดารามองเด็กสาวฝั่งตรงข้ามด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์ ตั้งแต่หัวจรดเท้า ดาราเป็นคนเจ้าระเบียบและขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบ ในตอนแรกเธอไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะรับลูกสาวของตระกูลที่กำลังจะล้มละลายเข้ามาเป็นสะใภ้ เพราะเกรงว่าจะมาเป็นภาระและสร้างข้อครหาให้วงศ์ตระกูล
“ไม่เป็นไรหรอกเข็มทิศ แค่ทางนี้ยื่นมือมาช่วยพวกเราก็นับว่าเป็นพระคุณมากแล้ว....ใบข้าว....ไหว้คุณอาเข็มทิศกับคุณอาดาราสิลูก” ชลัตเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกรงใจ ก่อนจะหันไปสะกิดลูกสาวคนโต
“สวัสดีค่ะคุณอา...” ใบข้าวยกมือไหว้ด้วยกิริยานอบน้อม ท่วงท่าอ่อนช้อยเป็นธรรมชาติ สายตาที่มองผู้ใหญ่เต็มไปด้วยความเคารพและสงบเจียมตัว เธอไม่ได้แสดงท่าทีประจบประแจง ทะเยอทะยานที่อยากจะเสพสุขบนกองเงินกองทองแม้แต่น้อย
ยามที่ดาราถามถึงงานบ้านงานเรือน การวางตัว หรือแม้กระทั่งเรื่องเรียน ปวรดาก็ตอบคำถามด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน นุ่มนวล ทว่ามีความตั้งใจและหนักแน่นอยู่ในที กิริยามารยาทที่เรียบร้อยอ่อนหวานราวกับผ้าพับไว้ของปวรดา เริ่มทำลายกำแพงในใจของนางดาราลงทีละน้อย ความอคติที่เคยมี เริ่มคลายลงเปลี่ยนเป็นความเมตตาเอ็นดูขึ้นมาแวบหนึ่ง
ทว่าด้วยความที่เป็นผู้ใหญ่และยังคงเรื่องภูมิหลังตระกูลนรินทร์พรรณ ดาราจึงยังคงวางท่าทีเรียบตึง วางตัวสงบเรียบร้อยตามแบบฉบับคุณนายใหญ่แห่งบ้านวิริยปัญญา ไม่แสดงออกถึงความพอใจมากจนเกินไป
“เอาเถอะ....เรื่องรายละเอียดงานแต่ง เราค่อยคุยกันอีกที แต่ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว ฉันก็หวังว่าหนูใบข้าวจะรู้ว่าการเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้...ต้องวางตัวอย่างไร” นางดาราเอ่ยเสียงเรียบ พลางจิบชา
“ค่ะคุณอา ข้าวจะระมัดระวังและทำให้ดีที่สุดค่ะ” ปวรดารับคำเสียงนุ่ม นัยน์ตากลมโตฉายแววถอดถอนใจอยู่ข้างใน เธอรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าที่ต้องแต่งงานกับคนที่ไม่เคยเห็นหน้า และต้องเข้ามาอยู่ในครอบครัวที่สูงศักดิ์เช่นนี้...คงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบแน่นอน
“ทางบ้านวิริยปัญญาของเรา ไม่ได้ต้องการอะไรมากเลยค่ะ ขอแค่ใบข้าวเป็นเด็กดีว่านอนสอนง่าย เรื่องสินสอดทางเรายินดีให้ทางนรินทร์พรรณจัดตามความเหมาะสมของฝ่ายหญิงได้เลยค่ะ” นางดาราเริ่มขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล สมกับเป็นกุลสตรีผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมามาก
เข็มทิศยิ้มรับคำพูดของภรรยา ก่อนจะหันไปสบตาชลัตด้วยความจริงใจ
“จริงอย่างที่ดาราว่าครับพี่ชลัต สำหรับผมหนูใบข้าวน่ารักจริง ๆ เรื่องพิธีการต่าง ๆ ผมอยากให้คุณจำปาเป็นแม่งาน อยากได้รูปแบบไหน บอกผมกับดาราได้เลยนะครับคุณจำปา”
“ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณท่านทั้งสองที่เมตตาลูกสาวของดิฉัน ใบข้าวเป็นลูกสาวคนโตถูกเลี้ยงดูมากับคุณยาย เธอเป็นเด็กดี น่ารักทั้งเรื่องเรียน เรื่องงานในบ้าน ใบข้าวสามารถทำมันได้ดีมาก ดิฉันอยากให้คุณทั้งสองสบายใจ”
“ส่วนเจ้านาวา ช่วงนี้งานราชการยุ่งนิดหน่อย แต่ไม่มีปัญหาอะไรหรอกนะ สบายใจได้” เข็มทิศพูดถึงลูกชายที่ไม่ได้อยู่ในวงสนทนา
“ได้ยินแบบนี้ ฉันก็สบายใจนะเข็มทิศ ขอบคุณมาก” ชลัตวางแก้วชาลง แล้วหันไปมองปวรดา ลูกสาวคนที่นั่งก้มตาเล็กน้อยอยู่ข้างผู้เป็นแม่ “ยัยใบข้าวเป็นหัวแก้วหัวแหวนของบ้านนรินทร์พรรณ ฉันกับแม่ของเขาเลี้ยงเขามาด้วยความรักทั้งหมดที่มี สินสอดทองหมั้นมันก็แค่องค์ประกอบภายนอก แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือสัญญาจากลูกผู้ชาย....ว่านาวาจะดูแลลูกสาวของเรา ไม่ให้ต้องมาเสียน้ำตาทีหลัง”
“เรื่องนั้นคุณชลัตกับคุณจำปาไม่ต้องห่วงเลยค่ะ ดิฉันก็เลี้ยงลูกชายมาอย่างดีไม่ต่างกัน นาวาเป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน รักสัตว์ นาวาเป็นเด็กดีมีเหตุผลและมั่นคงมาตลอด เขาทำแต่งานไม่มีเวลาดูแลตัวเองหรอกคะ ถ้าได้หนูใบข้าวมาช่วยดูแลนาวาก็คงจะดีไม่น้อย” นางดาราเอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยรอยยิ้มหยันเล็กน้อย แต่ก็ยินดีรับหญิงสาวมาเป็นลูกสะใภ้
“ด้วยความยินดีค่ะคุณดารา ทางเราต่างหากที่ดีใจจะได้ลูกชายมาเพิ่มอีกคน” นางจำปายิ้มตอบพลางหันไปมองปวรดาด้วยสายตาอบอุ่น
เมื่อผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเห้นพ้องต้องกัน บรรยากาศในห้องรับแขกที่เคยตึงเครียดด้วยความเกรงใจก็แปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่น ชลัตจึงคลี่ยิ้มออกมาอย่างจริงใจ
