บทที่ 3 ตอนที่ 2 กรงขังสีทอง

ตอนที่

2

กรงขังสีทอง

เสียงประตูรถสปอร์ตหรูราคาหลายสิบล้านปิดลงดัง ปัง! ราวกับเสียงลั่นไกปืนที่ปิดตายอิสรภาพของพระพายลงอย่างสมบูรณ์ บรรยากาศภายในรถอวลไปด้วยกลิ่นหนังแท้และน้ำหอมบุรุษที่เย็นเยียบจนน่าขนลุก เครื่องยนต์คำรามลั่นก่อนที่รถจะกระชากตัวออกไปอย่างรวดเร็วตามแรงอารมณ์ของคนขับ

พระพายนั่งตัวสั่นเทิ้มอยู่บนเบาะข้างคนขับ มือบางกำสายเข็มขัดนิรภัยไว้แน่นจนห้อเลือด ใบหน้าที่เปียกชื้นไปด้วยน้ำฝนและหยาดน้ำตาหันไปมองชายหนุ่มที่กำลังบังคับพวงมาลัยด้วยท่าทางเรียบเฉย ราวกับเหตุการณ์บีบคั้นหัวใจที่โรงพยาบาลเมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องล้อเล่นสำหรับเขา ความเงียบภายในรถนั้นน่าอึดอัดเสียจนเธอรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก

"คุณมันไม่ใช่คนคุณทำแบบนั้นกับแม่ฉันได้ยังไง" น้ำเสียงของเธอสั่นพร่าและแหบแห้ง เธอจ้องมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขาที่ดูสมบูรณ์แบบทว่าไร้ความรู้สึก

เตโชไม่แม้แต่จะหันมามอง แววตาคมกริบยังคงจับจ้องไปที่ถนนเบื้องหน้า

"ฉันทำได้มากกว่านั้นอีกพระพาย ถ้าเธอยังคิดจะใช้วิธีโง่ๆ อย่างการหนีนัดหรือเอาเช็คยับๆ มาขว้างใส่หน้าฉันอีกเป็นครั้งที่สอง"

"ฉันบอกแล้วไงว่าฉันจำไม่ได้ ฉันไม่รู้ว่าฉันไปทำอะไรให้คุณแค้นนักหนา" พระพายตวาดลั่นอย่างเหลืออด

"ถ้าเป็นเรื่องเงินที่ตระกูลฉันเคยหรือเรื่องอะไรในอดีต ก็มาลงที่ฉันสิ อย่ามายุ่งกับครอบครัวฉัน"

เอี๊ยด!!!

เตโชเหยียบเบรกกะทันหันจนร่างของพระพายถลาไปข้างหน้า ดีที่เข็มขัดนิรภัยดึงรั้งไว้ทัน เขาหันขวับมามองเธอ สายตาวาวโรจน์ด้วยความแค้นที่สุมอกมานานนับสิบปี มือหนาเอื้อมมาบีบคางมนบังคับให้เธอสบตาเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้

"จำไม่ได้งั้นเหรอ" เขาเค้นเสียงลอดไรฟัน

"ใช่สิคุณหนูวรโชติเมธีที่ใช้ชีวิตบนหอคอยงาช้างอย่างเธอจะไปจำมดปลวกที่เธอเคยเหยียบเล่นได้ยังไง สำหรับเธอความอัปยศของคนอื่นมันก็แค่เรื่องตลก

แต่สำหรับฉันทุกคำดูถูกของเธอมันคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงให้ฉันถีบตัวเองขึ้นมาเพื่อรอวันนี้ วันที่เธอต้องมาคุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิตจากฉัน!"

พระพายจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา เธอเห็นความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความบ้าคลั่งนั้น แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่ามันคือเหตุการณ์ไหน

"ถ้าฉันเคยทำแบบนั้นจริงฉันขอโทษ แต่คุณทำลายชีวิตฉันไปหมดแล้วตอนนี้ คุณยึดทุกอย่างไปหมดแล้ว คุณยังต้องการอะไรจากฉันอีก"

"ฉันต้องการให้เธอรับรู้ความรู้สึกของการ 'ถูกจองจำ' โดยไม่มีทางสู้" เตโชผละมือออกแล้วกระตุกยิ้มเยือกเย็น

"นับจากวินาทีนี้ไป เธอไม่มีสิทธิ์กลับไปที่คลับนั่นอีก และห้ามติดต่อใครทั้งนั้น สถานะของเธอไม่ใช่ผู้ช่วยแต่เป็นสมบัติของฉันที่ฉันจะเรียกใช้ตอนไหนก็ได้"

"คุณจะขังฉันไว้เหรอ คุณไม่มีสิทธิ์ทำแบบนั้น!"

"ฉันมีสิทธิ์ทุกอย่าง เพราะตอนนี้แม้แต่ลมหายใจของแม่เธอ ฉันก็เป็นคนจ่ายเงินซื้อมา" เขาขยับตัวเข้าหาเธอช้าๆ จนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดริมฝีปากที่สั่นระริก

"ทำตัวเป็นเด็กดี แล้วฉันจะพิจารณาต่อลมหายใจให้แม่เธอไปอีกวันต่อวัน"

รถสปอร์ตพุ่งทะยานเข้าสู่คอนโดมิเนียมหรูระดับเพนต์เฮาส์ใจกลางเมือง กรงขังสีทองที่ดูหรูหราแต่หนาวเหน็บเปิดต้อนรับเหยื่อสาวอย่างเป็นทางการ เตโชลากเธอลงจากรถอย่างไม่เบามือ ผ่านระบบรักษาความปลอดภัยที่ซับซ้อนขึ้นไปสู่ชั้นบนสุดที่เป็นอาณาจักรส่วนตัวของเขา

เมื่อประตูบ้านเปิดออก พระพายพบว่าภายในตกแต่งด้วยโทนสีดเทาและวัสดุราคาแพง แต่มันกลับดูอ้างว้างและเย็นเยียบเหมือนหัวใจของเจ้าของห้อง เขาเหวี่ยงร่างของเธอลงบนโซฟาหนังตัวหนา

"อาบน้ำซะแล้วใส่ชุดที่วางอยู่บนเตียง ฉันเกลียดกลิ่นฝนและกลิ่นเหล้าจากคลับที่ติดตัวเธอ" เตโชสั่งด้วยน้ำเสียงประกาศิตพลางถอดสูทโยนลงบนเก้าอี้

"ฉันไม่ใส่! ฉันไม่ใช่ผู้หญิงอย่างที่คุณคิดนะเตโช"

เตโชหยุดเดินแล้วหันมามองด้วยสายตาที่ทำให้พระพายต้องหนาวสั่น

"อย่าลืมสิว่าเธอมันก็แค่ของที่ถูกฉีกเช็คจ่ายไปแล้ว อย่าอวดดีเรียกราคาเพิ่มด้วยการเล่นตัวขี้ขลาดแบบนี้เลยพระพาย"

น้ำตาแห่งความอัปยศไหลอาบแก้ม พระพายลุกขึ้นเดินเข้าห้องนอนใหญ่ไปตามคำสั่ง เธอพบกับชุดเดรสผ้าซาตินบางเบาสีขาวบริสุทธิ์วางอยู่บนเตียงคิงไซส์ มันดูสะอาดตาจนน่าขันเมื่อเทียบกับสถานะที่เธอเป็นอยู่ในตอนนี้

ภายใต้สายน้ำเย็นจัดจากฝักบัว พระพายพยายามชำระล้างความทรงจำอันเลวร้ายและความหวาดกลัวออกไป แต่ยิ่งน้ำไหลผ่านร่างกายมากเท่าไหร่ เธอกลับยิ่งรู้สึกถึงพันธนาการที่มองไม่เห็นรัดแน่นขึ้นทุกที เธอต้องยอมรับความจริงว่านับจากนี้ ชีวิตของเธอไม่ได้เป็นของเธออีกต่อไป แต่เป็นของปีศาจที่ชื่อเตโช ชายที่จดจำความผิดที่เธอไม่ได้ตั้งใจทำไว้จนฝังรากลึก

เธอสวมชุดนั้นออกมาด้วยใจที่เต้นระรัว เมื่อเปิดประตูห้องนอนกลับพบว่าเตโชนั่งจิบไวน์รออยู่ที่ระเบียงกว้างที่มองเห็นวิวเมืองหลวงยามค่ำคืน เขาหันมามองเธอ แววตาเปลี่ยนไปชั่วครู่เมื่อเห็นเธอในชุดสีขาวสะอาดตาที่เขาเป็นคนเลือกเอง

"มานี่" เขาเรียกเสียงเรียบ

พระพายเดินเข้าไปหาเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ ลมกลางคืนปะทะผิวแขนจนเธอสั่น เตโชคว้าเอวคอดกิ่วของเธอให้เข้าไปชิด เขาใช้นิ้วมือแข็งแรงเช็ดน้ำตาที่ยังหลงเหลืออยู่อย่างแผ่วเบาจนเธอแปลกใจ แต่คำพูดต่อมาของเขากลับตอกย้ำความจริงที่แสนเจ็บปวด

"สวยดีนี่เหมาะกับบทบาทนางบำเรอที่แกล้งทำเป็นไร้เดียงสาที่สุด"

พระพายเม้มริมฝีปากแน่น "คุณชนะแล้วเตโชคุณทำลายศักดิ์ศรีของฉันจนพินาศแล้ว สะใจคุณหรือยัง"

"ยัง" เขากระซิบชิดใบหู

"มันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นพระพายฉันจะทำให้เธอรู้ว่า ความทรมานที่ฉันเคยได้รับจากตระกูลเธอ มันเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่เธอต้องเผชิญในกรงขังนี้"

ในค่ำคืนนั้น พระพายเรียนรู้ว่าคำว่ากรงขังสีทองไม่ใช่แค่ชื่อเรียก แต่มันคือความจริงที่เธอต้องติดอยู่ภายใต้เงื้อมมือของชายที่เต็มไปด้วยความแค้น และเธอไม่มีวันรู้เลยว่า แสงสว่างในชีวิตของเธอจะกลับมาอีกครั้งเมื่อไหร่ หรือบางทีมันอาจจะมอดดับลงไปพร้อมกับน้ำตาในคืนนี้เอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป