บทที่ 5 ผูกเนคไท

ผูกเนคไท

แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องกระทบตึกระฟ้าอันเป็นที่ตั้งของบริษัท อัครเดชเดชา ดูโอ่อ่าและน่าเกรงขามในสายตาคนนอก แต่สำหรับพระพายมันคือป้อมปราการเหล็กที่พร้อมจะกักขังเธอไว้ในนรกที่ชื่อว่า หนี้บุญคุณหญิงสาวก้าวลงจากรถแท็กซี่ด้วยชุดทำงานตัวเก่าที่ดูสะอาดสะอ้ายที่สุดเท่าที่พอจะหาได้ แม้ใบหน้าสวยจะถูกแต่งแต้มเพื่อกลบเกลื่อนรอยคล้ำใต้ตาจากการอดนอนและหยาดน้ำตาเมื่อคืน แต่มันกลับยิ่งขับเน้นความซีดเซียวของคนที่กำลังแบกโลกไว้ทั้งใบ

เธอเดินผ่านล็อบบี้กว้างขวางท่ามกลางสายตาใคร่รู้ของพนักงานที่เริ่มซุบซิบกันถึงเด็กฝากคนใหม่ที่ท่านประธานเจาะจงรับเข้ามาเป็นผู้ช่วยส่วนตัว พระพายพยายามเชิดหน้าขึ้น รวบรวมเศษเสี้ยวของศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดเพื่อก้าวเข้าสู่ห้องทำงานที่อยู่ชั้นบนสุดของตึก

กริ๊ก!!!

เสียงเปิดประตูห้องทำงานส่วนตัวดังขึ้นเบาๆ แต่กลับเรียกสายตาคมกริบของคนที่ยืนหันหลังอยู่ริมกระจกบานใหญ่ให้หันมามอง เตโชอยู่ในชุดเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมบนทิ้งไว้สามเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและผิวพรรณของคนที่ดูแลตัวเองมาอย่างดี ท่าทางเขาสุขุม ทรงอำนาจ และดูอันตรายกว่าทุกครั้งที่เคยเจอ

“สายไปสองนาทีหักเงินเดือนหนึ่งพันบาท” เสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะทักทาย

“ฉันมาถึงตั้งแต่ก่อนแปดโมงแล้วค่ะ แต่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยขอตรวจสอบเอกสารนานไปหน่อย” พระพายตอบเสียงเรียบ พยายามไม่ให้ความโกรธแล่นขึ้นมาจุกอก

“ฉันไม่ต้องการฟังคำแก้ตัว ที่นี่ฉันคือพระเจ้า และกฎของฉันคือที่สุด” เตโชก้าวเท้าเข้าหาเธอช้าๆ จนระยะห่างลดน้อยลง เขายื่นเนคไทผ้าไหมสีเงินราคาแพงใส่มือที่สั่นเทาของเธอ

“ผูกให้ฉันและต้องสวยที่สุด ถ้าไม่ถูกใจ เธอต้องแก้ใหม่จนกว่าฉันจะพอใจ”

พระพายจำเป็นต้องขยับเข้าใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมไม้หอมผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวเขา มือบางสั่นระริกขณะคล้องผ้าไหมรอบคอหนา ลมหายใจร้อนผ่าวของเตโชเป่ารดอยู่ที่หน้าผากของเธอจนขนลุกซู่

“มือสั่นขนาดนี้กลัวฉันหรือว่าอยากจนตัวสั่นกันแน่พระพาย” เขาแค่นหัวเราะในลำคอพลางเอื้อมมือหนามาโอบรอบเอวคอดกิ่วแล้วกระชากเข้าหาตัวจนร่างกายทุกส่วนแนบชิดกัน

“ปล่อยนะฉันมาทำงานเป็นผู้ช่วย ไม่ได้มาทำเรื่องอย่างว่า” พระพายดิ้นรน แต่แรงมหาศาลของเขากลับยิ่งรัดเธอแน่นขึ้นจนทรวงอกนุ่มหยุ่นบดเบียดกับแผงอกแข็งแกร่ง

“งานของผู้ช่วยส่วนตัวของฉันมันรวมถึงการ ดูแลความต้องการของฉันทุกอย่าง” เตโชโน้มหน้าลงมาจนปลายจมูกโด่งคมคลอเคลียอยู่ที่ข้างแก้มเนียน

“ลืมไปแล้วเหรอว่าเธอขายวิญญาณให้ปีศาจอย่างฉันไปแล้ว เพื่อแลกกับลมหายใจของแม่เธอ”

น้ำตาแห่งความอัปยศร่วงหล่นเผาะลงบนหลังมือของเขา เตโชชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาสั่นไหววูบด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามกดทับไว้ด้วยเพลิงแค้น เขาจดจำภาพเด็กสาวผู้สูงศักดิ์ที่เคยฉีกหน้าเขาในงานเลี้ยงได้ติดตา และวันนี้เขาจะขยี้ศักดิ์ศรีของเธอให้แหลกลาญคามือ

“อย่ามาสำออยเพราะน้ำตาของเธอมันไม่มีค่าพอจะซื้อความเห็นใจจากฉัน” เขาบดริมฝีปากลงมาจูบเธออย่างป่าเถื่อน เป็นจูบที่ไม่มีความอ่อนโยน มีเพียงความหิวกระหายและการแสดงความเป็นเจ้าของที่รุนแรง

พระพายครางประท้วงในลำคอ รสชาติฝาดเฝื่อนของน้ำตาผสมปนเปไปกับจูบที่แสนเจ็บปวด มือหนาเริ่มซุกซนลูบไล้ไปตามแผ่นหลังและสะโพกมนภายใต้ชุดทำงานราคาถูก เธอรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดใจตายภายใต้พันธนาการของเขา แต่เมื่อนึกถึงใบหน้าของแม่ที่นอนสงบนิ่งอยู่บนเตียงพยาบาล เธอก็ทำได้เพียงหลับตาลงและยอมรับชะตากรรม

เตโชผละออกมามองใบหน้าสวยที่แดงก่ำและริมฝีปากที่บวมเจ่อ แววตาของเขาดูสะใจที่เห็นเธอสิ้นฤทธิ์ เขาจงใจกระตุกปมเนคไทที่เธอยังผูกไม่เสร็จจนร่างบางถลาเข้าหาเขามากกว่าเดิม

“จำไว้พระพายที่นี่คือห้องทำงานของฉัน และเธอก็เป็นเพียงของเล่นที่ฉันจะเรียกใช้ตอนไหนก็ได้” เขากระซิบบอกด้วยน้ำเสียงเย็นชาที่สุด

“ตอนนี้ไปชงกาแฟมาให้ฉัน และถ้าฉันกลับมาแล้วกาแฟเย็นแม้แต่นิดเดียวเธอเตรียมตัวรับบทลงโทษที่เร่าร้อนกว่านี้ได้เลย”

เตโชปล่อยตัวเธออย่างแรงจนพระพายเกือบเสียหลักล้มลงกับพื้น เธอรีบคว้าขอบโต๊ะไว้แน่น ก้มหน้าเพื่อซ่อนน้ำตาและรอยยับยู่ยี่บนร่างกาย กรงขังสีทองแห่งนี้เพิ่งเริ่มเปิดฉากขึ้น และเธอรู้ดีว่าหนทางข้างหน้านั้นมีแต่ขวากหนามและความอัปยศที่เธอไม่มีวันหลีกเลี่ยงได้ตราบเท่าที่ลมหายใจของแม่ยังตกอยู่ในมือของปีศาจตนนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป