บทที่ 6 บทเรียนของคนอวดดี

 บทเรียนของคนอวดดี

ควันจาง ๆ ที่ลอยกรุ่นเหนือถ้วยกาแฟเซรามิกเนื้อดีไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องประธานบริหารอบอุ่นขึ้นแม้แต่นิดเดียว พระพายประคองถ้วยกาแฟด้วยมือที่ยังสั่นเทาจากสัมผัสจาบจ้วงและความอัปยศที่เพิ่งเผชิญมา เธอวางมันลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊กขัดมันอย่างเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามไม่ให้หยดน้ำสีเข้มกระเด็นเปื้อนเอกสารสำคัญของคนตรงหน้า

“กาแฟค่ะไม่ร้อนและไม่เย็นจนเกินไปตามที่คุณต้องการ” พระพายเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่สุดเท่าที่สตรีผู้ถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจะทำได้

เตโชละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงตัวเลขหุ้นนับพันล้าน เขายกกาแฟขึ้นจิบช้า ๆ ดวงตาคมกริบจ้องมองใบหน้าสวยที่บัดนี้ซีดเผือดแต่ยังคงทิฐิไว้เต็มเปี่ยม เขาแค่นหัวเราะในลำคอทีก่อนจะวางถ้วยลงแรง ๆ จนน้ำกาแฟกระฉอกเปื้อนนิ้วเรียวของเธอ

“รสชาติห่วยแตกเหมือนชีวิตของเธอตอนนี้ไม่มีผิด” เขาปัดถ้วยกาแฟทิ้งอย่างไม่ใยดีจนมันคว่ำกระจายเต็มโต๊ะทำงาน

“เช็ดซะ! แล้วอย่าให้เหลือคราบแม้แต่นิดเดียว ไม่อย่างนั้นฉันจะหักเงินค่ารักษาแม่เธอเพิ่มอีกหนึ่งหมื่น”

พระพายเม้มริมฝีปากจนห้อเลือด ความโกรธแค้นแล่นริ้วขึ้นมาจนอยากจะสาดกาแฟที่เหลือใส่หน้าปีศาจตนนี้ แต่ภาพของแม่ที่นอนหายใจรวยรินในห้องไอซียูกลับฉุดรั้งสติของเธอไว้ เธอทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ใช้กระดาษทิชชู่ซับน้ำกาแฟที่เปื้อนรองเท้าหนังราคาแพงของเขาอย่างจำนน

“สะใจคุณหรือยังคะที่เห็นฉันต้องมาคลานอยู่แทบเท้าคุณแบบนี้” เธอกระซิบถามทั้งน้ำตาที่คลอเบ้า

“ยังมันยังไม่ถึงครึ่งของความเจ็บปวดที่ครอบครัวฉันเคยได้รับ!” เตโชตะคอกพลางใช้นิ้วเท้าเชยคางเธอขึ้นมาสบตา

“วันนี้งานของเธอคือการจัดการเอกสารพวกนี้ให้เสร็จภายในหกโมงเย็น และถ้ามีจุดผิดแม้แต่ที่เดียวเธอต้องอยู่รองรับอารมณ์ของฉันต่อที่นี่จนถึงเช้า”

“ฉันไม่รู้ว่าไปทำอะไรให้คุณโกรธมากขนาดนี้”

เตโชกระตุกยิ้มหยัน แววตาที่จ้องลึกเข้ามานั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก เขาโน้มตัวลงมาจนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นกาแฟจางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมทรงอำนาจทำเอาพระพายแทบหยุดหายใจ

“จำไม่ได้งั้นเหรอ หัวสมองอันสูงส่งของคุณหนูวรโชติเมธีคงบรรจุแต่เรื่องไร้สาระ จนลืมวีรกรรมที่เคยเหยียบย่ำคนอื่นไว้จนจมดินสินะ”

“ถ้าคุณหมายถึงเรื่องนามบัตรนั่น” พระพายพยายามจะอธิบาย แต่แรงบีบที่ปลายคางกลับเพิ่มขึ้นจนเธอต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ

“นามบัตรใบนั้นมันเป็นแค่จุดเริ่มต้น” เตโชตวาดลั่นจนหญิงสาวสะดุ้งสุดตัว

“แต่วันที่พ่อของเธอสั่งให้คนงานรุมซ้อมพ่อฉันจนเข้าไอซียู เพียงเพราะเขาเข้าไปทวงค่าจ้างที่ตระกูลเธอโกงไปล่ะเธอจำได้ไหม”

พระพายเบิกตาโพล่ง หัวใจเต้นรัวด้วยความช็อก

“ซ้อมเหรอ ไม่จริงพ่อฉันไม่มีทางทำแบบนั้น”

“หึ!!! ปากบอกไม่รู้” เขาผละออกอย่างแรงจนร่างบางเซไปกองกับพื้น ก่อนจะหยิบปึกเงินสดหลักแสนออกมาโยนใส่หน้าเธอจนธนบัตรกระจายว่อน

“เก็บเงินพวกนี้ซะสิเก็บขึ้นมาด้วยปากของเธอ เหมือนที่พ่อฉันเคยต้องก้มเก็บเศษเงินที่เธอโปรยทิ้งไว้ในวันนั้น”

น้ำตาแห่งความอัปยศไหลอาบแก้มพระพาย เธอจ้องมองเศษเงินพวกนั้นด้วยความรู้สึกที่แตกสลาย

“คุณมันปีศาจเตโชคุณมันไม่ใช่คน”

“ฉันจะเป็นอะไรก็ได้ ตราบใดที่ฉันยังมีอำนาจสั่งให้เครื่องช่วยหายใจของแม่เธอทำงานต่อ หรือจะสั่งดึงปลั๊กออกตอนนี้เลยก็ได้” เขาคำรามพลางกวาดกองเอกสารมหาศาลลงบนโต๊ะจนเสียงดังโครม

“เริ่มงานซะ ตรวจสอบตัวเลขพวกนี้ให้ครบทุกจุด ถ้าผิดแม้แต่สตางค์เดียวเตรียมตัวรับบทเรียนที่เร่าร้อนกว่าการก้มเช็ดกาแฟนี้ได้เลย เพราะฉันจะใช้ร่างกายเธอชดใช้แทนเงินทุกบาทที่ฉันเสียไป”

เตโชหมุนตัวเดินออกไปกระแทกประตูปิดเสียงดังปัง ทิ้งให้พระพายนั่งคุดคู้ท่ามกลางกองเงินและเศษเอกสาร เธอพยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจาย ยิ่งนึกเท่าไหร่เธอก็ยิ่งพบแต่ความว่างเปล่าเกี่ยวกับเรื่องที่เขาพูด แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนที่สุดในตอนนี้คือเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะร้องขอความเมตตาจากชายที่ถูกหล่อเลี้ยงด้วยเพลิงแค้นคนนี้เลย

เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง พระพายถูกขังอยู่ในห้องทำงานที่กว้างขวางแต่ไร้อิสรภาพ เธอต้องเผชิญกับกองเอกสารมหาศาลที่เตโชจงใจสาดใส่เพื่อทดสอบความอดทน พนักงานด้านนอกต่างพากันมองลอดกระจกเข้ามาด้วยสายตาดูแคลน เสียงซุบซิบนินทาเรื่องนางบำเรอในคราบเลขา ดังเข้าหูเธอเป็นระยะ แต่เธอเลือกที่จะปิดหูปิดตาและทำงานอย่างหนักโดยไม่ยอมปริปากขอพักแม้แต่วินาทีเดียว

เตโชแอบสังเกตการณ์อยู่เงียบ ๆ จากโต๊ะทำงานหรู เขาจงใจหยิบปึกเงินสดหลักแสนออกมาวางไว้บนโต๊ะที่เธอกำลังนั่งพิมพ์งานอยู่ สายตาเขาคอยจ้องมองว่าหญิงสาวที่หิวเงินอย่างเธอจะทนแรงเย้ายวนของธนบัตรพวกนี้ได้นานแค่ไหน

“ถ้าเธออยากได้เงินไปรักษาแม่เพิ่มแค่เอ่ยปากขอฉันดี ๆ แล้วทำตัวให้น่ารักกว่านี้ เงินพวกนี้จะเป็นของเธอทันที” เขากระซิบบอกพลางไล้ปลายนิ้วไปตามลำคอระหงที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ

พระพายชะงักมือจากคีย์บอร์ด เธอหันไปมองปึกเงินนั่นด้วยสายตานิ่งเฉยก่อนจะหันกลับมาทำงานต่อ

“ฉันมาที่นี่เพื่อทำงานแลกเงินตามสัญญาค่ะคุณเตโชไม่ได้มาเพื่อขอทานหรือขายศักดิ์ศรีเพิ่มเพื่อความสบาย”

คำตอบที่เด็ดเดี่ยวทำให้เตโชรู้สึกเหมือนถูกตบหน้ากลางอากาศ ความหงุดหงิดที่ไม่สามารถซื้อเธอได้ด้วยเงินเริ่มเปลี่ยนเป็นความพลุ่งพล่านในอก เขากระชากร่างบางให้ลุกขึ้นมาเผชิญหน้า บดจูบลงไปบนริมฝีปากอิ่มอย่างป่าเถื่อนเพื่อทำลายความทะนงตัวนั่น

“งั้นก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นหน่อยสิว่าศักดิ์ศรีของเธอจะทนแรงราคะของฉันได้นานแค่ไหน”

เขาอุ้มเธอขึ้นไปวางบนโต๊ะทำงานท่ามกลางเอกสารที่กระจัดกระจาย มือหนาเริ่มรุกรานภายใต้ชุดทำงานราคาถูก พระพายพยายามผลักไสแต่กลับถูกพันธนาการไว้ด้วยอ้อมกอดที่แข็งแกร่งราวกับคีมเหล็ก ในวินาทีที่ความเร่าร้อนกำลังจะถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น ทำให้เตโชจำต้องผละออกอย่างหัวเสีย

“จำไว้พระพายนี่เป็นแค่บทเรียนแรกของคนอวดดีอย่างเธอ” เขาเอ่ยเสียงพร่าก่อนจะจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่

“ไปล้างหน้าซะ แล้วกลับมาทำงานให้เสร็จ อย่าให้ฉันต้องรอนาน เพราะฉันเกลียดคนไม่รักษาเวลาที่สุด”

พระพายรีบวิ่งเข้าห้องน้ำส่วนตัว เธอเปิดน้ำรดหน้าเพื่อชำระล้างรอยสัมผัสที่น่ารังเกียจ แต่ลึก ๆ ในใจเธอกลับสั่นไหวอย่างประหลาด ปีศาจตนนี้กำลังรุกรานทั้งร่างกายและจิตใจของเธออย่างช้า ๆ และเธอรู้ดีว่าสงครามครั้งนี้ เธออาจจะไม่ได้สูญเสียแค่ศักดิ์ศรี แต่อาจหมายถึงหัวใจที่เธอเคยสาบานว่าจะไม่มีวันมอบให้เขา

พระพายสามารถผ่านวันแรกของการทำงานไปได้โดยไม่ยอมแตะต้องเงินล่อใจของเตโช สร้างความหงุดหงิดและความสนใจให้ชายหนุ่มมากขึ้นจนกลายเป็นเพลิงแค้นที่ผสมปนเปไปกับความใคร่

เธอนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์จนแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า แทนที่ด้วยแสงไฟนีออนเย็นชืดในออฟฟิศที่เงียบสงัด ท้องที่ว่างเปล่าส่งเสียงประท้วง แต่ความเจ็บแปลบที่หัวใจกลับรุนแรงกว่า เธอต้องอดทนทำงานงก ๆ เพื่อแลกกับเศษเสี้ยวของความเมตตาจากผู้ชายที่จงเกลียดจงชังเธอสุดหัวใจ เมื่อเข็มนาฬิกาชี้บอกเวลาเลิกงาน เตโชเดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้งพร้อมสูทตัวหรูที่พาดไว้บนแขน

"กลับไปรอฉันที่เพนต์เฮาส์" เขาสั่งเสียงเรียบ

"อย่าคิดจะแวะที่ไหน แม้แต่โรงพยาบาล เพราะถ้าฉันรู้ว่าเธอขัดคำสั่ง แม่เธอจะย้ายออกจากห้องนั้นทันที"

พระพายได้แต่พยักหน้ายอมรับอย่างคนไร้ทางสู้ กรงขังสีทองที่ชื่อว่าอัครเดชเดชาได้เปิดประตูรับเธอเข้าไปอย่างเต็มตัว และเธอรู้ดีว่านับจากนี้ทุกวินาทีในชีวิตของเธอจะตกอยู่ภายใต้เงื้อมมือของปีศาจใจร้ายคนนี้ตลอดไป

บทก่อนหน้า
บทถัดไป