บทที่ 7 หยาดน้ำตาในห้องน้ำ
หยาดน้ำตาในห้องน้ำ
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมออฟฟิศชั้นประธานบริหารหลังจากที่พนักงานคนสุดท้ายกลับไปแล้ว แต่ภายในใจของพระพายกลับกึกก้องไปด้วยความสับสนและหวาดกลัว คำขู่ของเตโชที่สั่งห้ามเธอแวะไปที่โรงพยาบาลยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ราวกับโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นรัดรึงเธอไว้กับอาณาจักรของเขา เธอจำใจต้องก้าวเท้าตามเขาออกไปสู่เพนต์เฮาส์ที่เปรียบเสมือนกรงขังสีทองที่ไร้ทางออก
เมื่อกลับถึงเพนต์เฮาส์หรู เตโชแยกตัวออกไปคุยโทรศัพท์สายสำคัญที่ระเบียง ทิ้งให้พระพายอยู่กับความอ้างว้างเพียงลำพัง เธอทรุดตัวลงบนโซฟาหนังราคาแพง พยายามกดซ่อนเสียงสะอื้นที่จุกอยู่ที่ลำคอ แต่ยิ่งพยายามสะกดกลั้น น้ำตาก็ยิ่งไหลพรากเมื่อนึกถึงใบหน้าของแม่ที่เธอไม่มีโอกาสได้ไปเยี่ยมในวันนี้ ความอัดอั้นทำให้เธอตัดสินใจทำเรื่องเสี่ยงตาย เธอแอบเดินเลี่ยงเข้าไปในห้องน้ำหรูด้านในสุด เพื่อหลบสายตาคมกริบของปีศาจใจร้าย
มือบางสั่นเทาขณะล้วงหยิบโทรศัพท์เครื่องเก่าที่ซ่อนไว้ในกระเป๋าชุดทำงาน เธอรีบกดหาเบอร์ของนลินเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่เธอพอจะหันหน้าไปพึ่งพาได้ในเวลานี้
"ลินฮึกๆ ๆ ๆ ช่วยพายด้วย" พระพายกระซิบเสียงสั่นเครือทันทีที่ปลายสายรับ
"พายแกเป็นยังไงบ้าง อยู่ที่นั่นเขาทำอะไรแกหรือเปล่า" เสียงร้อนรนของเพื่อนทำให้พระพายแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
"เขาแกล้งพายทุกอย่างลิน เขาใช้พายเหมือนทาส เขาดูถูกพายเหมือนไม่ใช่คน" พระพายระบายความอัดอั้นออกมาอย่างสุดจะกั้น
"ลินช่วยหาทางกู้เงินจากพวกคนรู้จักเก่าๆ ของพ่อให้พายที พายไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว พายจะบ้าตายอยู่แล้วลิน"
"แกใจเย็นๆ นะพาย ฉันกำลังพยายามอยู่ แต่ตอนนี้ใครๆ ก็กลัวอำนาจเตโชกันหมด"
ปัง!!!
เสียงถีบประตูห้องน้ำดังสนั่นจนโทรศัพท์ในมือพระพายร่วงหล่นลงพื้น ร่างสูงใหญ่ของเตโชยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า แววตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัดเมื่อเห็นว่าเธอกำลังพยายามดิ้นรนหาอิสรภาพลับหลังเขา
"ฉันบอกเธอแล้วใช่ไหมว่าห้ามติดต่อใคร" เตโชคำรามพลางก้าวเข้ามาประชิดตัวด้วยรังสีคุกคามที่รุนแรง
"ฉันแค่คุยกับเพื่อน คุณไม่มีสิทธิ์มาละเมิดความเป็นส่วนตัวของฉันขนาดนี้" พระพายพยายามจะคว้าโทรศัพท์คืน แต่เท้าหนาของเตโชกลับเหยียบลงบนอุปกรณ์สื่อสารนั่นจนแตกกระจายต่อหน้าต่อตา
"สิทธิ์ของฉันคือทุกอย่างในตัวเธอ" เขาตวาดลั่นพลางกระชากข้อมือบางบีบจนขึ้นรอยแดง
เตโชลากร่างบางเข้าไปใต้ฝักบัวขนาดใหญ่ภายในห้องน้ำนั้นทันที เขาเปิดวาล์วน้ำเย็นจัดจนสุด สายน้ำพุ่งเข้าใส่ร่างของพระพายจนเปียกโชกไปทั้งตัว
ชุดทำงานราคาถูกแนบไปกับส่วนโค้งเว้าเย้ายวนใจที่เขาเคยรุกรานมาก่อนหน้าในวันนี้ พระพายสำลักน้ำ พยายามจะคลานหนีแต่กลับถูกวงแขนแกร่งรวบตัวไว้แน่นจากทางด้านหลัง
"นลินงั้นเหรอเพื่อนสนิทที่เธอแอบไปปรึกษาเพื่อจะหนีจากฉันหรือว่าเป็นชู้รักที่เธอแอบไปปรนนิบัติในคลับ"
"ไม่ใช่ ปล่อยนะเตโช"
"ปากแข็งนักนะ กลิ่นจากที่นั่นมันยังติดตัวเธอไม่หายใช่ไหม ถึงได้โหยหาอยากจะกลับไปนัก" เตโชบีบคางมนบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสจากสายน้ำที่รุนแรงและเย็นเฉียบ
"ฉันจะล้างกลิ่นพวกนั้นออกไปให้หมด ให้เหลือแต่กลิ่นของฉันคนเดียว"
เขาเริ่มกระชากสาบเสื้อของเธอออกอย่างไม่ใยดี แรงอารมณ์ที่ผสมปนเประหว่างความแค้นและความใคร่ที่สะสมมาตลอดทั้งวันทำให้เขาขาดความยับยั้งชั่งใจ พระพายดิ้นรนสุดชีวิตแต่แรงของผู้หญิงตัวเล็กๆ หรือจะสู้พญาสิงห์ที่กำลังคลุ้มคลั่งเพราะเพลิงแค้นได้
สายน้ำจากฝักบัวช่วยชะล้างน้ำตาที่รินไหลไม่ขาดสายให้กลืนหายไปกับความเย็นเยียบ เตโชมอบบทเรียนที่ป่าเถื่อนและเร่าร้อนยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เพื่อตอกย้ำความเป็นเจ้าของ เขาบดจูบที่เต็มไปด้วยความกระหายและต้องการเอาชนะลงบนริมฝีปากที่สั่นระริกของเธอ
"ฮึกๆ ๆ ๆ คุณมันปีศาจฉันเกลียดคุณ" พระพายเค้นเสียงบอกท่ามกลางเสียงน้ำที่กลบเสียงสะอื้นของเธอจนเกือบมิด
"เกลียดให้พอกับความแค้นที่ฉันมีต่อตระกูลเธอก็แล้วกัน" เตโชกระซิบบอกข้างหูด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ก่อนจะเริ่มบทลงโทษที่โหดร้ายและวาบหวามที่สุดในคืนนั้น เพื่อให้เธอจำใส่ใจว่าอิสรภาพของเธอนั้นไม่มีอยู่จริงอีกต่อไป
ท่ามกลางหยาดน้ำตาและสายน้ำที่ร่วงหล่น พระพายเรียนรู้ว่ากรงขังนี้ไม่ได้กักขังแค่ร่างกาย แต่มันกำลังกัดกินวิญญาณของเธอไปพร้อมกับความรู้สึกประหลาดที่เริ่มสั่นไหวอยู่ในอก ความเกลียดชังที่เธอมีต่อเขาเริ่มมีแรงดึงดูดบางอย่างที่น่ากลัวแทรกซึมเข้ามาอย่างที่เธอเองก็ไม่เข้าใจ
