บทที่ 10 10
กึก...
ปลายนิ้วของเธอสัมผัสเข้ากับวัตถุบางอย่างที่ถูกซ่อนอยู่ข้างใต้ มันมีลักษณะเป็นรูปเล่มสี่เหลี่ยมผืนผ้า หุ้มด้วยหนังที่เริ่มเปื่อยยุ่ย หญิงสาวหยิบมันออกมาจากช่องลับ จังหวะเดียวกันนั้นเอง แสงจันทร์สลัวๆ จากภายนอกที่สาดส่องผ่านช่องลมลงมาพอดี ทำให้เธอมองเห็นวัตถุในมือได้ถนัดตาขึ้น
มันคือ... สมุดบันทึกปกหนังสีดำเล่มหนึ่ง
"สมุดของใครกัน... ทำไมถึงมาซ่อนอยู่ที่นี่?"
ฟ้าลดาพึมพำกับตัวเองด้วยความแปลกใจ สมองที่กำลังมึนเบลอเพราะพิษไข้เริ่มกลับมาทำงานอีกครั้ง เธอตัดสินใจเปิดหน้ากระดาษที่เริ่มเหลืองกรอบออกดู ลายมือที่เขียนด้วยปากกาหมึกซึมสีน้ำเงินปรากฏสู่สายตา แม้จะเลือนรางไปบ้างตามกาลเวลา แต่เธอก็ยังพออ่านออก
‘วันที่ 12 มีนาคม... รินทร์ขอฉันแต่งงานแล้ว ฉันมีความสุขที่สุดในโลกเลย แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ ผู้หญิงที่ชื่อดลยา... เธอจ้องมองฉันด้วยสายตาที่น่ากลัวมาก’
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นชื่อที่คุ้นเคย ‘รินทร์’ และ ‘ดลยา’... ร่างบางชาวาบไปทั้งตัว สมุดเล่มนี้เป็นของนิดาคนรักเก่าของอัครินทร์อย่างนั้นหรือ!
ด้วยมือที่สั่นเทา ฟ้าลดาพลิกหน้ากระดาษข้ามไปยังช่วงท้ายๆ ของเล่มอย่างรวดเร็ว ข้อความในหน้าหลังๆ ไม่ได้ถูกเขียนด้วยลายมือที่เป็นระเบียบเหมือนช่วงแรก แต่มันเต็มไปด้วยรอยขีดฆ่า รอยหยดน้ำตา และตัวหนังสือที่โย้เย้ราวกับคนเขียนกำลังตกอยู่ในอาการหวาดกลัวสุดขีด
‘วันที่ 5 เมษายน... ดลยาบุกมาหาฉันที่คอนโด เธอขู่ว่าจะทำร้ายพ่อแม่ของฉันถ้าฉันไม่ยอมเลิกกับรินทร์ เธอส่งรูปถ่ายที่มีคนแอบตามดูพ่อแม่ฉันมาให้ดู ฉันกลัว... ฉันจะบอกรินทร์ดีไหม? ไม่ได้สิ... ดลยาบอกว่าถ้าฉันบอกรินทร์ เธอจะฆ่าพ่อแม่ฉันทันที’
ฟ้าลดาเอามืออุดปากแน่น ก้อนเนื้อในอกซ้ายเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง ความจริงที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ามันเลวร้ายกว่าที่อัครินทร์เคยเล่าให้เธอฟังหลายเท่านัก พ่อของเธอเอาเงินห้าสิบล้านไปยัดปากพยานเพื่อช่วยดลยา นั่นก็แย่มากพอแล้ว แต่ดลยากลับทำเรื่องที่เลวทรามยิ่งกว่านั้น!
หญิงสาวกลั้นหายใจ เปิดไปยังหน้าสุดท้ายที่มีรอยขีดเขียนอย่างเร่งรีบจนตัวหนังสือแทบอ่านไม่ออก...
‘วันที่ 10 เมษายน... รินทร์ ช่วยนิดาด้วย... ดลยาบุกมาที่ห้อง เธอพาผู้ชายร่างใหญ่มาด้วย พวกมันบังคับกรอกยาอะไรบางอย่างให้ฉันกิน ตอนนี้ฉันล็อกประตูขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำ แต่มันกำลังพังประตูเข้ามา... ดลยาขู่ว่าถ้าฉันไม่ยอมเซ็นจดหมายลาตายแล้วเดินไปกระโดดดาดฟ้า ผู้ชายคนนี้จะข่มขืนฉันก่อนแล้วค่อยโยนร่างฉันลงไปอยู่ดี... ยามันเริ่มออกฤทธิ์แล้ว ฉันหายใจไม่ออก... ถ้านิดาเป็นอะไรไป รินทร์ต้องรู้ไว้ว่าดลยาคือฆาตกร... นิดารักรินทร์...’
และยังมีอีกหลายประโยคที่เขียนแต่ความหวาดกลัวที่กำลังจะเผชิญพร้อมกับรอยขีดลากยาวของปากกาทะลุกระดาษ ราวกับเจ้าของสมุดถูกกระชากตัวไปอย่างรุนแรงในวินาทีที่ประตูถูกพังเข้ามา
ตุ้บ!
สมุดบันทึกร่วงหล่นจากมือบางลงสู่พื้น ฟ้าลดาตัวสั่นสะท้าน หยาดน้ำตาไหลพรากออกมาโดยไม่รู้ตัว ไม่ใช่เพราะความอ่อนแอ แต่เป็นเพราะความตกตะลึงและขยะแขยงในความโหดเหี้ยมของสายเลือดเดียวกัน
"พี่ดลยา... พี่ฆ่าคน... พี่เป็นฆาตกร!"
ความจริงทุกอย่างกระจ่างชัดในใจของฟ้าลดา คนรักของอัครินทร์ไม่ได้ทนความกดดันไม่ไหวจนกระโดดตึกตายเอง แต่เธอถูกดลยาวางยาและฆาตกรรมอำพรางต่างหาก!
ดวงตากลมโตกวาดมองเศษกระดาษและซากข้าวของในลังกระดาษที่เธอซุกตัวอยู่ เมื่อสังเกตดูดีๆ ผ่านแสงจันทร์ ข้าวของพวกนี้มันคือขวดน้ำหอมและกระเป๋าแบรนด์เนมที่พี่ดลยาชอบใช้!
ฟ้าลดาปะติดปะต่อเรื่องราวได้ในทันที ดลยาคงจะเก็บสมุดบันทึกเล่มนี้ของนิดาไว้กับตัวเพื่อทำลายหลักฐาน แต่ตอนที่ย้ายข้าวของเข้ามาเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวในคฤหาสน์แห่งนี้ ดลยาคงเอามันซุกซ่อนมาด้วย และเมื่อดลยารู้ตัวว่าการแต่งงานครั้งนี้คือขุมนรกที่อัครินทร์ขุดดักไว้เพื่อแก้แค้น จึงได้หนีเตลิดไปในวันแต่งงาน พวกแม่บ้านก็คงจะกวาดเอาข้าวของของเจ้าสาวที่หนีงานแต่ง โยนทิ้งมาไว้ในห้องเก็บของเก่าแห่งนี้!
มิน่าล่ะ... อัครินทร์ถึงได้เคียดแค้นครอบครัวของเธอถึงเพียงนี้
หากเป็นฟ้าลดาคนเดิมที่อ่อนแอและยอมจำนนต่อโชคชะตา เธอคงรีบนำสมุดเล่มนี้ไปให้อัครินทร์ดูเพื่อร้องขอความเห็นใจ แต่ฟ้าลดาในตอนนี้... หัวใจของเธอถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดไปแล้ว เธอตระหนักได้ว่าผู้ชายคนนั้นรู้อยู่เต็มอกว่าเธอไม่ใช่คนทำผิด แต่เขาก็ยังจงใจกักขังและทรมานเธอเพียงเพื่อระบายแค้นแทนนังพี่สาวตัวดี
