บทที่ 14 14

ความมืดและเสียงความเงียบงันภายในรถสปอร์ตคันหรูที่แล่นทะยานไปบนถนนหลวงด้วยความเร็วสูงจนน่าหวาดเสียว ไม่ได้ทำให้คนสองคนที่นั่งอยู่เบาะหน้าเอ่ยปากพูดคุยกันแม้แต่คำเดียว

​อัครินทร์กำพวงมาลัยแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน ดวงตาคู่คมจดจ้องไปยังถนนเบื้องหน้า ทว่ากระแสความโกรธเกรี้ยวและกลิ่นอายอันตรายที่แผ่ออกมาจากร่างกายหนา กลับทำให้อากาศภายในรถอึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออก

​เขาเพิ่งกระชากตัวผู้หญิงข้างกายออกมาจากงานเลี้ยงกาล่าดินเนอร์ ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงนับร้อยคู่ และสายตาเจ็บปวดระคนห่วงใยของไอ้พชร... ชู้รักของเธอ!

​"หึ..." อัครินทร์แค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างเยือกเย็น สายตาคมกริบเหลือบมองร่างบางที่นั่งนิ่งสนิทอยู่ข้างๆ

​ฟ้าลดาในชุดเดรสราตรีสีแดงเพลิงที่คอเสื้อขาดวิ่นจนเห็นเนินอกขาวผ่อง ร่างกายของเธอบอบช้ำและมีรอยนิ้วมือสีแดงเข้มประทับอยู่ตามต้นแขน ทว่าสิ่งที่ทำให้อัครินทร์หงุดหงิดจนแทบบ้า คือความนิ่งเฉยของเธอ

​หญิงสาวไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย ไม่ได้ดิ้นรน และไม่แม้แต่จะปัดป้องเศษผ้าเดรสที่ขาดออกจากกันเพื่อปกปิดผิวเนื้อ เธอเพียงแต่นั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถ ปล่อยให้สายลมและแสงไฟข้างทางสาดกระทบใบหน้าหวานที่เรียบเฉยราวกับรูปสลักไร้ชีวิต

​"ทำไมเงียบไปล่ะ?" อัครินทร์เอ่ยถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือกระแสเย้ยหยัน "ตอนอยู่กับไอ้ชู้รักหน้าโง่นั่น ฉันเห็นเธอฉีกยิ้มกว้างจนหน้าบาน ทีอยู่กับฉันทำเป็นใบ้รับประทาน หรือว่าคิดถึงสัมผัสของมันจนทนไม่ได้!"

​ไม่มีเสียงตอบรับจากฟ้าลดา มีเพียงความเงียบงันที่แสนยะเยือกตอบกลับมา หญิงสาวไม่แม้แต่จะกระพริบตาเพื่อแสดงว่ารับรู้คำด่าทอนั้น

​"ฟ้าลดา! ฉันพูดกับเธออยู่นะ!" ชายหนุ่มตวาดลั่นพลางเหยียบคันเร่งจนมิด รถสปอร์ตคำรามเสียงดังสนั่นทะยานเข้าสู่เขตคฤหาสน์อัครมหาศาลอย่างรวดเร็วก่อนจะเบรกกะทันหันจนยางล้อบดกับพื้นปูนเสียงดังแสบแก้วหู

​เอี๊ยดดด!

​แรงเหวี่ยงทำให้ร่างของฟ้าลดาพุ่งไปข้างหน้า ทว่าเข็มขัดนิรภัยก็รั้งตัวเธอไว้ทัน หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ค่อยๆ ปลดเข็มขัดนิรภัยออกอย่างเชื่องช้า ก่อนจะขยับตัวเตรียมเปิดประตูรถลงไป

​หมับ!

​"คิดจะหนีไปไหน!" มือหนาคว้าหมับเข้าที่ไหล่บางแล้วกระชากกลับมาอย่างแรงจนแผ่นหลังของเธออัดกระแทกกับเบาะหนัง อัครินทร์โน้มตัวลงมาทับทาบ แววตาสีรัตติกาลคุกรุ่นด้วยเปลวเพลิงที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง "คิดว่ากลับมาถึงบ้านแล้วเรื่องมันจะจบง่ายๆ งั้นเหรอ? เธอกล้าดียังไงไปนัดแนะกับชู้รักให้มาหยามหน้าฉันในงานของสมาคม!"

​"ฉันบอกคุณแล้ว..." ฟ้าลดาค่อยๆ หันใบหน้าหวานกลับมาสบตากับเขา น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ไร้ซึ่งร่องรอยของความหวาดกลัวหรือความอ่อนแอที่เขาเคยชอบขยี้ "พชรเป็นเพื่อนสนิทของฉัน และฉันไม่ได้นัดเขามา... แต่ต่อให้ฉันบอกความจริงไป คนปัญญาอ่อนและหูเบาอย่างคุณก็คงไม่มีวันเชื่ออยู่ดี"

​"ฟ้าลดา!"

​อัครินทร์ขบกรามแน่นจนแก้มสั่น คำว่า 'ปัญญาอ่อน' และ 'หูเบา' จากปากผู้หญิงที่เขาคิดว่าเป็นเพียงเบี้ยล่าง มันกรีดลึกจนศักดิ์ศรีของเขาขาดสะบั้น ชายหนุ่มกระชากตัวเธอลงจากรถอย่างป่าเถื่อน ลากร่างบางผ่านห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ขึ้นไปยังชั้นสองโดยไม่สนใจสายตาตื่นตระหนกของเหล่าคนรับใช้และป้าศรีที่ยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ตรงมุมห้อง

​"เจ้านายคะ! อย่าทำคุณฟ้าลดาเลยค่ะ!" ป้าศรีพยายามวิ่งตามมาร้องขอ

​"ใครเข้ามาสอด ฉันจะไล่ออกยกครัว!" อัครินทร์ประกาศลั่นเสียงเหี้ยมเกรียมสะท้อนก้องทั่วทางเดินยาว ก่อนจะกระชากประตูห้องหอเปิดออก แล้วเหวี่ยงร่างของฟ้าลดาเข้าไปข้างในอย่างแรงจนเธอถลาล้มลงบนที่นอนกว้าง

​ปัง!

​เสียงประตูปิดและลงกลอนเหล็กดังก้องราวกับเสียงจากนรก ฟ้าลดาพยุงตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงช้าๆ ผมเผ้ากระเซิงและเดรสสีแดงเพลิงที่แทบจะหลุดลุ่ยไม่เหลือชิ้นดี ทว่าแววตากลมโตที่จ้องมองมายังมัจจุราชหนุ่มกลับสงบนิ่งจนน่ากลัว

​อัครินทร์สาวเท้าเข้ามาใกล้ ปลดกระดุมเสื้อสูทและเนกไทโยนทิ้งลงพื้นอย่างลวกๆ รังสีความเหี้ยมโหดและสัญชาตญาณดิบของบุรุษเพศแผ่ซ่านออกมาจนน่าขนลุก เขาคุกเข่าลงบนเตียงกว้าง คลานเข้าไปคร่อมทับร่างบางเอาไว้ใต้ร่างแกร่งของเขา

​"อยากลองดีกับฉันนักใช่ไหม..." ชายหนุ่มบีบคางมนของเธอแน่นจนกระดูกแทบหัก บังคับให้สบตากับความดุดันของเขา "รอยยิ้มอวดดีนั่น... สายตาหยิ่งยโสนั่น... ฉันจะทำให้มันหายไปจากใบหน้าของเธอเองฟ้าลดา!"

​"เชิญเลยค่ะ..." ฟ้าลดาแค่นยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ดวงตาของเธอว่างเปล่าราวกับหลุมดำที่ไม่มีสิ่งใดสามารถสั่นคลอนได้ "ในเมื่อร่างกายนี้มันเป็นแค่สินค้าขัดดอกมูลค่าห้าสิบล้านที่คุณซื้อมา... คุณอยากจะย่ำยีมันยังไงก็เชิญ แต่อย่าหวังว่าจะได้รับความรู้สึกใดๆ จากฉันอีกเลย"

​"ปากดีนักนะ!"

​แควก!!!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป