บทที่ 2 2

ความเย็นเฉียบของเครื่องปรับอากาศภายในห้องหอกว้างขวาง ไม่ได้ช่วยดับเปลวเพลิงแห่งความโกรธแค้นที่ลุกโชนอยู่ในดวงตาคมกริบของอัครินทร์ได้เลยแม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่โถมทับลงมาบดบังแสงสว่าง กักขังฟ้าลดาไว้ใต้ร่างแกร่งราวกับกำแพงหินผาที่ไม่มีวันทลายลงได้

ชุดเจ้าสาวราคาถูกที่หลงเหลือเพียงเศษผ้าลูกไม้ขาดวิ่น ไม่สามารถปกปิดผิวขาวเนียนละเอียดของเธอได้อีกต่อไป หญิงสาวสั่นสะท้านไปทั้งตัว มือเล็กพยายามยกขึ้นผลักไสแผงอกกว้างที่อุดมไปด้วยมัดกล้าม ทว่ามันกลับไร้ผลโดยสิ้นเชิง

"คุณอัครินทร์... ปล่อยฉันเถอะนะ ฉันขอร้อง..."

น้ำเสียงหวานสั่นเครือเว้าวอน หยาดน้ำตาใสไหลรินอาบสองแก้มเนียน ทว่าภาพความอ่อนแอนั้นกลับยิ่งปลุกสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวของมัจจุราชหนุ่มให้ลุกฮือขึ้น

"ขอร้องงั้นเหรอ?" อัครินทร์แค่นยิ้มหยัน นัยน์ตาสีรัตติกาลวาวโรจน์ราวกับปีศาจร้าย "ตอนที่นิดาแฟนของฉันก้มกราบแทบเท้าขอร้องพี่สาวสารเลวของเธอ นังดลยามันเคยปรานีบ้างไหม!"

ฟ้าลดาเบิกตากว้าง ความงุนงงระคนตกใจฉายชัดบนใบหน้า "คุณพูดเรื่องอะไร... พี่ดลยาไปทำอะไรให้คุณ..."

"อย่ามาทำหน้าซื่อตาใส!"

มือหนาบีบเข้าที่ปลายคางมนอย่างแรงจนฟ้าลดานิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด เขาก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์เป่ารดพวงแก้มขาว

"ครอบครัวของเธอมันเป็นปลิงดูดเลือด! พ่อของเธอ... นายปราโมทย์ ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เจ๊งไม่เป็นท่า จนต้องบากหน้ามากู้เงินจากบริษัทในเครือของฉันถึงห้าสิบล้านบาท! ห้าสิบล้านที่มันสัญญาว่าจะคืนให้ตรงเวลา แต่สุดท้ายก็เชิดเงินหนีหายเข้ากลีบเมฆ ทิ้งให้ลูกสาวอย่างเธอต้องมาเป็นของขัดดอก!"

หัวใจของฟ้าลดาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอรู้ว่าพ่อมีปัญหาเรื่องเงิน แต่ไม่เคยรู้เลยว่าจำนวนเงินมันจะมหาศาลถึงเพียงนี้ และที่สำคัญ... พ่อเอาตัวเธอมาเร่ขายเพื่อล้างหนี้ของตัวเอง

"เรื่องเงินฉันไม่เคยเสียดาย เศษเงินแค่นั้นฉันถือว่าทำทานให้หมามันกิน..." น้ำเสียงของอัครินทร์กดต่ำลงจนน่าขนลุก แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดที่แปรเปลี่ยนเป็นความแค้นสุมอก "แต่สิ่งที่ฉันอภัยให้ไม่ได้ คือการที่นังดลยา พี่สาวร่านสวาทของเธอ มันอยากได้ฉันจนตัวสั่น ถึงขั้นจ้างคนไปรังควาน ข่มขู่ และบีบคั้นนิดา... ผู้หญิงที่อ่อนโยนและกำลังจะแต่งงานกับฉัน จนนิดาทนรับความกดดันไม่ไหว ต้องกระโดดตึกตาย!!"

ประโยคสุดท้ายของเขาดังลั่นราวกับฟ้าผ่าลงกลางใจของฟ้าลดา ร่างบางชาวาบไปทั้งตัว ดวงตาคู่สวยเบิกโพลงด้วยความตื่นตะลึง น้ำตาที่ไหลอยู่แล้วยิ่งทะลักทลายลงมาอย่างห้ามไม่อยู่

"มะ... ไม่จริง พี่ดลยาไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้น..." เธอส่ายหน้าปฏิเสธเสียงสั่น แม้จะรู้ว่าพี่สาวตัวเองเป็นคนเอาแต่ใจและรักความสบาย แต่ถึงขั้นบีบคั้นคนให้ฆ่าตัวตาย มันเกินกว่าที่เธอจะรับไหว

"หลักฐานทุกอย่างตำรวจมีครบ! แต่พ่อเลวๆ ของเธอใช้เงินห้าสิบล้านที่กู้ไปนั่นแหละ ไปยัดปากพยานและล้มคดี ทำให้นังดลยาลอยนวล!" อัครินทร์กัดฟันกรอด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน “ฉันเป็นคนสั่งอายัดทรัพย์สินทั้งหมดของบ้านเธอเอง! แต่นังดลยากลับขี้ขลาดตาขาว หนีเตลิดไปซุกหัวอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ แล้วส่งผู้หญิงจืดชืดอย่างเธอมาเป็นแพะรับบาปแทน!

"ในเมื่อคุณก็รู้ว่าฉันเป็นแค่แพะรับบาป แล้วคุณจะมาลงที่ฉันทำไม! ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด!" ฟ้าลดาเถียงกลับสุดเสียง พยายามดิ้นรนหนีจากพันธนาการ

"ผิดสิ... ผิดที่เธอเกิดมาใช้นามสกุลเดียวกับพวกมันไงล่ะ!"

สิ้นคำประกาศิต ริมฝีปากหยักลึกก็ฉกวูบลงมาบดขยี้กลีบปากบางอย่างดุดันและป่าเถื่อน ไร้ซึ่งความอ่อนโยน ไร้ซึ่งความปรานี มีเพียงความหิวหายและความคั่งแค้นที่ต้องการระบายออก อัครินทร์บดเบียดริมฝีปากลงมาอย่างหนักหน่วง ฟันคมขบกัดริมฝีปากล่างของฟ้าลดาจนได้รสฝาดเฝื่อนของเลือด

"อื้อ!..." ฟ้าลดาครางประท้วงในลำคอ สองมือเล็กกำหมัดทุบตีไปบนแผงอกกว้างสุดแรงเกิด แต่ก็ไม่ต่างอะไรกับแมลงตัวน้อยที่พยายามสู้กับราชสีห์

อัครินทร์รวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างที่ว่างก็จัดการกระชากเศษชุดเจ้าสาวที่เกะกะสายตาออกจนพ้นทาง เผยให้เห็นเรือนร่างอรชรที่ซ่อนรูปอย่างคาดไม่ถึง ผิวขาวเนียนละเอียดดุจน้ำนมตัดกับผ้าปูที่นอนสีเข้ม หน้าอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามแรงหอบหายใจ ยอดปทุมถันสีระเรื่อที่หดเกร็งเมื่อสัมผัสกับความเย็นของอากาศ... ทุกสัดส่วนของหญิงสาวตรงหน้าทำให้ลมหายใจของมัจจุราชหนุ่มสะดุดไปชั่วขณะ

จากความตั้งใจแรกที่จะแค่ย่ำยีเพื่อแก้แค้น ทว่าสัญชาตญาณดิบของบุรุษเพศกลับถูกปลุกปั่นอย่างรุนแรงเมื่อได้เห็นความงดงามที่บริสุทธิ์ผุดผ่องตรงหน้า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป