บทที่ 3 3
เขาถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้ฟ้าลดาได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ดวงตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างเปลือยเปล่าของเธอด้วยสายตาที่ร้อนแรงราวกับเปลวเพลิง
"อย่า... อย่ามองนะ..." ฟ้าลดาละล่ำละลัก ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความอับอายและหวาดกลัว เธอพยายามเบี่ยงตัวหลบสายตาที่จาบจ้วงนั้น แต่ก็ไม่อาจขยับหนีไปไหนได้
"หึ... ซ่อนรูปเหมือนกันนี่" อัครินทร์แสยะยิ้ม มุมปากยกขึ้นอย่างร้ายกาจ "ไหนดูซิ ว่าสินค้าที่ซื้อมาด้วยราคาห้าสิบล้าน มันจะคุ้มค่าหรือเปล่า"
พูดจบ ใบหน้าหล่อเหลาก็ซุกไซ้ลงบนซอกคอขาวผ่อง สูดดมกลิ่นหอมกรุ่นที่แสนเย้ายวนอย่างห้ามใจไม่อยู่ จมูกโด่งสันคลอเคลียไปตามลาดไหล่เนียน ก่อนจะขบเม้มผิวอ่อนนุ่มจนเกิดรอยรักสีแดงช้ำเป็นจ้ำๆ เพื่อตีตราจองว่านับจากวินาทีนี้ ร่างกายนี้เป็นของเขาสิทธิ์ขาดแต่เพียงผู้เดียว
"โอ๊ย! ฉันเจ็บ... ปล่อยฉัน..." ฟ้าลดาหวีดร้อง น้ำตาไหลพรากเมื่อความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมา
"แค่นี้มันยังไม่เจ็บเท่าที่นิดาต้องเจอหรอกฟ้าลดา!"
อัครินทร์ตวาดกลับโดยไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมา เขาเลื่อนริมฝีปากร้อนผ่าวลงมาครอบครองยอดปทุมถันสีสวยที่ชูชันท้าทายสายตา เรียวลิ้นร้อนตวัดเลียและดูดดึง สลับกับใช้ฟันคมขบเม้มเบาๆ สร้างความเสียวซ่านที่แปลกประหลาดให้แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายของหญิงสาวใต้ร่าง
"อ๊ะ... อ๊า..." เสียงครางหวานหูหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากบางอย่างห้ามไม่อยู่ ฟ้าลดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับปฏิกิริยาของร่างกายตัวเอง เธอพยายามกัดริมฝีปากกลั้นเสียงน่าอายนั้นไว้ แต่ยิ่งอัครินทร์ปรนเปรอด้วยปลายนิ้วและริมฝีปากมากเท่าไหร่ ร่างกายของเธอก็ยิ่งบิดเร่าและทรยศต่อความตั้งใจมากขึ้นเท่านั้น
มือหนาที่เคยหยาบกระด้าง เริ่มเปลี่ยนเป็นลูบไล้ไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งของเรือนร่างบางอย่างลุ่มหลง ความร้อนรุ่มจากฝ่ามือของเขาส่งผ่านผิวหนัง สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของฟ้าลดา เขาลากไล้ฝ่ามือลงไปตามหน้าท้องแบนราบ ก่อนจะหยุดชะงักอยู่ที่เนินเนื้อสาวที่ยังคงปิดสนิทและไม่เคยมีชายใดได้ล่วงล้ำมาก่อน
อัครินทร์จัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นเรือนร่างกำยำราวกับรูปสลักของเทพเจ้ากรีก กล้ามเนื้อทุกสัดส่วนตึงแน่นและเต็มไปด้วยพละกำลัง เขาแทรกตัวเข้าไประหว่างเรียวขาเสลาของฟ้าลดา ดันเข่าทั้งสองข้างของเธอให้แยกออกกว้าง
"คุณอัครินทร์... ไม่เอา... ฉันกลัว..." ฟ้าลดาส่ายหน้าไปมา น้ำตานองหน้าด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อรับรู้ได้ถึงบางสิ่งที่ร้อนระอุและแข็งขึงกำลังจดจ่ออยู่ที่ช่องทางรักของเธอ
"เก็บความกลัวของเธอเอาไว้เถอะ... เพราะคืนนี้ มันจะยาวนานจนเธอต้องร้องขอชีวิตเชียวล่ะ"
พูดจบ อัครินทร์ก็ไม่รอช้า เขาดันสะโพกสอบเข้าหาเรือนร่างบางอย่างหนักหน่วงและไร้ความปรานี
"กรี๊ดดดดด!!!"
เสียงหวีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังก้องไปทั่วห้องนอนกว้าง ฟ้าลดาผวาเฮือก ร่างกายเกร็งสะท้านราวกับถูกฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นพล่านจากจุดกึ่งกลางลำตัวลามไปถึงสมอง เลือดบริสุทธิ์หยดแรกไหลซึมเปื้อนผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาด บ่งบอกถึงการสูญเสียสิ่งที่หวงแหนที่สุดในชีวิตไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
อัครินทร์ชะงักกึกไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงความคับแคบและเยื่อบางๆ ที่ฉีกขาด เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าผู้หญิงที่เกิดในครอบครัวหน้าเงินและมีพี่สาวร่านสวาทอย่างดลยา จะยังคงรักษาความบริสุทธิ์ผุดผ่องเอาไว้ได้จนถึงวินาทีนี้
ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีแล่นเข้ามาในหัวแวบหนึ่ง แต่เพียงแค่เสี้ยววินาที ภาพของนิดาที่นอนจมกองเลือดก็ซ้อนทับขึ้นมาลบเลือนความสงสารนั้นไปจนหมดสิ้น
'มันก็แค่มารยาของผู้หญิงหน้าเงิน... เก็บความบริสุทธิ์ไว้เพื่ออัปราคาตัวเองให้สูงขึ้นก็เท่านั้น!' เขาบอกตัวเองในใจ ก่อนจะกัดฟันแน่นและเริ่มขยับสะโพกสอบเข้าออกอย่างเชื่องช้าในคราวแรก เพื่อให้ร่างกายของหญิงสาวได้ปรับตัวรับกับขนาดที่ใหญ่โตของเขา
"ฮึก... เจ็บ... ฉันเจ็บ... เอาออกไป..." ฟ้าลดาสะอื้นไห้ปานจะขาดใจ สองมือที่หลุดจากพันธนาการจิกทึ้งลงบนผ้าปูที่นอนจนยับย่นเพื่อระบายความเจ็บปวด
"เงียบซะฟ้าลดา... นี่คือหน้าที่ของเธอ หน้าที่ของทาสบำเรอที่ต้องทำให้ฉันพอใจ!"
อัครินทร์ก้มลงจูบซับน้ำตาที่หางตาของเธออย่างแผ่วเบา ซึ่งมันขัดแย้งกับการกระทำอันป่าเถื่อนเบื้องล่างอย่างสิ้นเชิง เมื่อสัมผัสได้ว่าช่องทางรักเริ่มเปียกชุ่มและผ่อนคลายลง ชายหนุ่มก็ไม่รอช้า เขาเพิ่มจังหวะการถาโถมให้เร็วและแรงขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูงปรี๊ด
บทรักที่เริ่มต้นด้วยความแค้น กลับค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่แผดเผาคนทั้งคู่ให้หลอมละลาย เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องประสานกับเสียงครางกระเส่าและเสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วง อัครินทร์ปรนเปรอเธอด้วยความช่ำชอง ทุกจังหวะที่สอดแทรกเข้าไปลึกสุดใจ ล้วนแต่ตอกย้ำความเสียวซ่านจนฟ้าลดาไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป
จากความเจ็บปวดแสนสาหัสในตอนแรก เริ่มถูกแทนที่ด้วยความวาบหวามและซ่านกระสันที่เธอไม่เคยรู้จัก ร่างกายของเธอเริ่มตอบสนองต่อการชักนำของเขาอย่างเป็นธรรมชาติ สองแขนเรียวที่เคยผลักไส กลับยกขึ้นคล้องลำคอแกร่งเอาไว้แน่นราวกับหาที่พึ่งพิง เล็บจิกทึ้งลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความเสียวซ่านที่ตีตื้นขึ้นมาจนแทบจะขาดใจ
"อ๊ะ... อ๊า... คุณอัครินทร์..." เสียงครางหวานหูที่เรียกชื่อเขาอย่างลืมตัว ทำให้อัครินทร์แทบคลั่ง
"เรียกชื่อฉันอีก... เรียกชื่อฉันฟ้าลดา..." เขาครางต่ำในลำคอ เร่งจังหวะการขยับสะโพกให้หนักหน่วงและถี่รัวขึ้น ราวกับพายุเฮอริเคนที่กำลังโหมกระหน่ำ ร่างบางสั่นคลอนไปตามแรงกระแทกกระทั้นที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพัก
ความร้อนรุ่มและอารมณ์ปรารถนาที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด ทำให้ทั้งสองคนหลงลืมความแค้นและความเกลียดชังไปชั่วขณะ หลงเหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่ต้องการการเติมเต็มซึ่งกันและกัน อัครินทร์รวบตัวฟ้าลดาขึ้นมากอดแนบอก พลิกเปลี่ยนท่าทางให้เธอเป็นฝ่ายขึ้นคร่อมอยู่ด้านบน บังคับให้เธอต้องรับเอาความแข็งกร้าวของเขาเข้าไปอย่างเต็มที่
บทรักอันแสนยาวนานและเร่าร้อนดำเนินต่อไปอย่างไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด จากเตียงกว้าง ย้ายไปที่โซฟาตัวหรู และจบลงที่พื้นพรมหน้ากระจกบานใหญ่ ทุกตารางนิ้วในห้องหอแห่งนี้ล้วนแต่เต็มไปด้วยร่องรอยของความปรารถนาและคราบน้ำตา
จนกระทั่งพายุอารมณ์เดินทางมาถึงจุดสูงสุด อัครินทร์กระแทกกายเข้าหาหญิงสาวอย่างหนักหน่วงเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะปลดปล่อยสายธารแห่งความปรารถนาทุกหยาดหยดเข้าสู่กายสาวอย่างลึกซึ้ง ร่างกายของทั้งคู่เกร็งกระตุกอย่างรุนแรง ฟ้าลดาซบหน้าลงบนอกแกร่ง หอบหายใจเหนื่อยอ่อนราวกับคนใกล้จะขาดใจ ก่อนที่สติสัมปชัญญะของเธอจะดับวูบลงไปพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่เกินจะรับไหว
