บทที่ 6 6
"ตื่นสายโด่งป่านนี้... สงสัยจะคิดว่าตัวเองเป็นคุณผู้หญิงของบ้านหลังนี้จริงๆ สินะ!"
เสียงแหลมปรี๊ดที่ดังขึ้นจากโถงชั้นล่าง ดึงฟ้าลดาให้หลุดออกจากภวังค์ความคิด เธอชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นสตรีวัยกลางคนรูปร่างผอมบาง แต่งตัวด้วยผ้าไหมราคาแพงยืนกอดอกมองเธอด้วยหางตาอยู่ตรงเชิงบันได ข้างกายมีหญิงวัยกลางคนในชุดแม่บ้านยืนประนมมืออยู่อย่างนอบน้อม
"คุณป้า..." ฟ้าลดายกมือขึ้นไหว้ตามมารยาท
"ใครเป็นป้าเธอ!" คุณหญิงภคพร มารดาของอัครินทร์ตวาดกลับเสียงกร้าว "อย่ามาตีสนิทนับญาติกับฉัน! ผู้หญิงชั้นต่ำที่ถูกส่งมาขัดดอกแทนพี่สาวอย่างเธอ ไม่มีสิทธิ์มาเรียกฉันว่าป้า"
ฟ้าลดาค่อยๆ ลดมือลง แววตาของเธอสลดวูบ แต่ก็พยายามเก็บซ่อนความอ่อนแอเอาไว้
"ตารินทร์เล่าเรื่องความเลวทรามของครอบครัวเธอให้ฉันฟังหมดแล้ว" คุณหญิงภคพรเดินเข้ามากระชากแขนฟ้าลดาอย่างแรงจนหญิงสาวเซถลา "ครอบครัวของเธอมันก็แค่พวกเหลือบไรที่เกาะลูกชายฉันกิน! แถมพี่สาวเธอยังหน้าด้านรังควานหนูนิดาจนตาย ฉันไม่แปลกใจเลยที่ตารินทร์จะเกลียดเธอเข้ากระดูกดำ!"
"แต่ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดนะคะ เรื่องทั้งหมดมันเป็นเรื่องของพี่ดลยา..." ฟ้าลดาพยายามอธิบาย
"หุบปาก! แกเกิดมาใช้นามสกุลเดียวกับนังฆาตกรนั่น แกก็ต้องรับผิดชอบ!" คุณหญิงภคพรสะบัดแขนฟ้าลดาออกราวกับรังเกียจขยะแขยง "ป้าศรี!"
"คะ... คุณผู้หญิง" หัวหน้าแม่บ้านรีบขานรับ
"พานังนี่ไปเปลี่ยนชุด แล้วให้มันไปขัดพื้นลานซักล้างหลังบ้านให้เงาวับ ถ้าพื้นไม่สะอาด ไม่ต้องให้มันกินข้าว!"
"แต่คุณผู้หญิงคะ... ลานซักล้างหลังบ้านกว้างตั้งหลายสิบตารางเมตร แดดเปรี้ยงขนาดนี้ เธออาจจะ..." ป้าศรีแย้งด้วยความเวทนาเมื่อเห็นสภาพอิดโรยของหญิงสาวตรงหน้า
"นี่แกกล้าขัดคำสั่งฉันเหรอป้าศรี หรืออยากจะโดนไล่ออกไปพร้อมกับมัน"
"มะ... ไม่ค่ะคุณผู้หญิง ดิฉันจะจัดการเดี๋ยวนี้ค่ะ" ป้าศรีรีบก้มหน้าหลบสายตา ก่อนจะหันมาแตะแขนฟ้าลดาเบาๆ "ตามป้ามาเถอะค่ะคุณ"
ฟ้าลดาไม่ได้ปริปากเถียง เธอรู้ดีว่าในบ้านหลังนี้ เธอไม่มีสิทธิ์มีเสียงใดๆ หญิงสาวเดินตามหัวหน้าแม่บ้านไปเปลี่ยนเป็นชุดเก่าๆ ขาดๆ ของคนงาน ก่อนจะออกไปเผชิญกับแสงแดดร้อนระอุในยามสาย
ลานซักล้างหลังบ้านกว้างขวางสมกับเป็นคฤหาสน์เศรษฐี ฟ้าลดาคุกเข่าลงบนพื้นซีเมนต์ที่ร้อนจัด สองมือจับแปรงทองเหลืองออกแรงขัดคราบตะไคร่น้ำอย่างยากลำบาก เหงื่อเม็ดโตผุดพรายเต็มกรอบหน้าหวาน แสงแดดแผดเผาผิวขาวเนียนจนแดงเถือก ความเจ็บปวดร้าวระบมที่จุดกึ่งกลางกายยังคงเล่นงานเธอทุกครั้งที่ขยับตัว
"ขัดเข้าไป! อย่าอู้ล่ะ! คิดว่าเป็นเมียคุณอัครินทร์แล้วจะสบายหรือไง ถุย! ก็แค่นางบำเรอขัดดอก!"
เสียงเย้ยหยันดังมาจากกลุ่มสาวใช้สองสามคนที่ยืนจับกลุ่มดูถูกเธออยู่ใต้ร่มไม้ ฟ้าลดาเม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด ไม่โต้ตอบ ไม่ร้องไห้ เธอเปลี่ยนความเจ็บปวดทั้งหมดให้เป็นความอดทน
เวลาผ่านไปกว่าสามชั่วโมง แดดเริ่มแรงขึ้นจนถึงจุดสูงสุด ฟ้าลดารู้สึกว่าโลกหมุนคว้าง ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเบลอ ลมหายใจของเธอหอบถี่ ร่างกายที่บอบช้ำและไม่ได้ทานอะไรเลยตั้งแต่เมื่อวานประท้วงอย่างหนัก
ในขณะเดียวกัน รถสปอร์ตคันหรูของอัครินทร์ก็แล่นเข้ามาจอดที่ลานหน้าบ้าน ชายหนุ่มเพิ่งกลับจากการประชุมด่วนที่บริษัท ร่างสูงใหญ่ก้าวลงจากรถพร้อมกับความหงุดหงิดที่อัดแน่นอยู่ในอก แต่เมื่อสายตาคมกริบเหลือบไปเห็นร่างเล็กๆ ที่กำลังคุกเข่าขัดพื้นอยู่กลางแดดเปรี้ยงหลังบ้าน ฝีเท้าของเขาก็ชะงักกึก
"นั่นใครสั่งให้ผู้หญิงคนนั้นไปทำแบบนั้น!" อัครินทร์หันไปตวาดถามบอดี้การ์ดคนสนิท
"เอ่อ... คุณผู้หญิงสั่งครับเจ้านาย"
ชายหนุ่มขบกรามแน่น แม้เขาจะเกลียดชังเธอและประกาศกร้าวว่าจะทรมานเธอให้เหมือนตกนรก แต่ลึกๆ แล้วในใจของเขากลับมีความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ตีรวนขึ้นมาเมื่อเห็นสภาพอันน่าเวทนานั้น
อัครินทร์สาวเท้าตรงดิ่งไปยังลานซักล้าง ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะเดินไปถึง ร่างบางของฟ้าลดาก็ร่วงพับลงไปกองกับพื้นซีเมนต์ร้อนระอุราวกับใบไม้ร่วง!
"ฟ้าลดา!!"
มัจจุราชหนุ่มเบิกตากว้าง หัวใจที่เคยแข็งกระด้างราวกับหินผากระตุกวูบอย่างรุนแรง เขาสะบัดสูทราคาแพงทิ้งลงพื้นอย่างไม่ไยดี ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปช้อนร่างไร้สติของหญิงสาวขึ้นมาแนบอก!
