บทที่ 7 7

ภายในห้องนอนใหญ่ที่หรูหราทว่าเงียบสงัดราวกับสุสาน ร่างสูงใหญ่ของอัครินทร์กำลังก้าวเดินกลับไปกลับมาด้วยความสับสนกระวนกระวายใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สายตาคมกริบจับจ้องไปยังร่างบางที่นอนราบอยู่บนเตียงกว้าง ใบหน้าหวานที่เคยเนียนใสบัดนี้แดงเถือกเพราะพิษแดดและไข้ที่ขึ้นสูงจัด ริมฝีปากบางแห้งผากจนแตกเป็นขุย ดวงตาที่เคยสบประสานกับเขาอย่างตัดพ้อปิดสนิทพร้อมกับเสียงหอบหายใจแผ่วเบาที่พยายามประท้วงความอ่อนแอของร่างกาย

บนหลังมือบางมีเข็มน้ำเกลือเจาะคาไว้ หยดน้ำใสค่อยๆ ไหลลงสู่เส้นเลือดอย่างเชื่องช้าพยุงชีวิตที่ริบหรี่

"ไอ้รินทร์! นี่นายทำบ้าอะไรลงไปวะ!"

เสียงตวาดกึ่งตำหนิดังมาจากภวัต แพทย์หนุ่มเพื่อนสนิทของอัครินทร์ที่ถูกตามตัวมาด่วน ภวัตดึงหูฟังแพทย์ออกจากหูหลังจากตรวจอาการของฟ้าลดาเสร็จ ใบหน้าของหมอหนุ่มเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด

"ฉันเป็นหมอนะเว้ย ไม่ใช่ยมทูลที่จะชุบชีวิตคนได้ทุกเมื่อ ผู้หญิงคนนี้ไข้ขึ้นสูงเกือบสี่สิบองศา ร่างกายบอบช้ำ ขาดน้ำและสารอาหารรุนแรง... แล้วไอ้รอยช้ำตามตัวพวกนี้อีก นายขืนใจเธอใช่ไหม?"

อัครินทร์เบือนหน้าหนีสายตาจับผิดของเพื่อนสนิท ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นมาทันทีเพื่อซ่อนความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่แล่นพล่านอยู่ในอก

"มันเป็นเรื่องส่วนตัวของฉันกับผู้หญิงขัดดอกคนนี้ แกมีหน้าที่รักษาก็รักษาไปเถอะภวัต อย่าพูดมาก"

"เรื่องส่วนตัวงั้นเหรอ?" ภวัตแค่นเสียงหัวเราะอย่างสมเพช "ถ้าเธอตายคาคฤหาสน์ของนายขึ้นมา มันจะไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่จะเป็นเรื่องคดีฆาตกรรมนะเว้ย ฉันไม่รู้หรอกนะว่าตระกูลนี้ไปทำอะไรให้นายแค้นเคืองนักหนา แต่อย่าลืมว่าผู้หญิงคนนี้เป็นมนุษย์ ไม่ใช่ตุ๊กตายางที่นายจะเอาไว้ระบายอารมณ์ดิบเถื่อนยังไงก็ได้ ร่างกายเธอรับไม่ไหวแล้ว ไข้สูงขนาดนี้ถ้าปล่อยไว้อีกนิดสมองอาจจะเบลอหรือช็อกคาที่ได้เลยนะ"

คำเตือนยาวเหยียดของเพื่อนสนิททำให้หัวใจของอัครินทร์กระตุกวูบอย่างรุนแรง ภาพที่ร่างบางร่วงพับลงกับพื้นปูนร้อนระอุหลังบ้านย้อนกลับเข้ามาในหัว สมองของเขาราวกับถูกทุบด้วยของแข็งจนมึนชา ทว่าอคติและความแค้นที่บดบังหัวใจทำให้เขาต้องพ่นคำพูดร้ายกาจออกมาเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีตัวเอง

"คนอย่างพวกสารเลวนั่นน่ะเหรอจะตายง่ายๆ? สำออยสิไม่ว่า แค่มาล้างพื้นคฤหาสน์ไม่กี่ชั่วโมงทำเป็นจะเป็นจะตาย"

"ไอ้รินทร์!" ภวัตส่ายหน้าอย่างอ่อนอกอ่อนใจ "เตือนในฐานะเพื่อนนะ ความเกลียดชังมันกำลังทำให้นายกลายเป็นปีศาจลงไปทุกที ระวังเถอะ... วันไหนที่ความจริงเปิดเผย แล้วนายรู้ตัวว่าทำร้ายคนที่ไม่มีความผิด วันนั้นนายจะกลายเป็นคนที่ทรมานที่สุดในโลก"

แพทย์หนุ่มเก็บอุปกรณ์ลงกระเป๋าด้วยท่าทางกระแทกกระทั้น ก่อนจะทิ้งท้ายไว้ด้วยคำสั่งเฉียบขาด

"ฉันฉีดยาลดไข้กับให้ยาบำรุงไปแล้ว ช่วงนี้ห้ามให้เธอทำงานหนักเด็ดขาด และห้ามแตะต้องร่างกายเธอจนกว่าไข้จะลดสนิท ไม่งั้นคราวหน้าต่อให้เป็นฉันก็ยื้อชีวิตเมียนายไว้ไม่ได้!"

เมื่อประตูห้องปิดลง ความเงียบก็เข้าครอบงำอีกครั้ง อัครินทร์ทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียง สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าซีดเซียวของฟ้าลดา มือหนาเอื้อมไปแตะที่หน้าผากมนเบาๆ ความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านเข้ามาทำให้เขาต้องรีบชักมือกลับราวกับถูกของร้อน

"ทำไมฉันต้องมารู้สึกกระวนกระวายเพราะเธอด้วย..." ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเต็มไปด้วยความสับสน "เธอมันก็แค่ตัวแทนของดลยา เป็นแค่เครื่องมือแก้แค้นชิ้นหนึ่งเท่านั้น!"

เวลาผ่านไปจนกระทั่งเย็นย่ำ แสงสีส้มสุดท้ายของวันค่อยๆ ลับขอบฟ้าไป ความมืดสลัวเริ่มคลี่คลุมเข้ามาในห้องนอน

ฟ้าลดาค่อยๆ ปรือตาขึ้นอย่างยากลำบาก ความรู้สึกปวดร้าวแล่นริ้วไปทั่วศีรษะราวกับจะระเบิดออก ร่างกายของเธอหนักอึ้งและร้อนรุ่มราวกับถูกไฟแผดเผา หญิงสาวขยับตัวเล็กน้อย ทว่าความเจ็บระบมที่จุดกึ่งกลางกายก็ทำให้เธอต้องหลุดเสียงครางเครือออกมาในลำคอ

"อึก..."

"ฟื้นแล้วเหรอ?"

เสียงทุ้มเย็นชาที่คุ้นเคยดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง ฟ้าลดาหันไปตามเสียงก่อนจะพบร่างสูงใหญ่ของอัครินทร์ยืนกอดอกพิงผนังห้องอยู่ สายตาของเขาจับจ้องมาที่เธออย่างไร้ความปรานีเช่นเคย

หญิงสาวพยายามพยุงตัวลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้า สายน้ำเกลือที่โยงใยทำให้เธอรำคาญใจ แต่เธอก็ไม่มีแรงพอที่จะกระชากมันออก แววตาของฟ้าลดาที่ทอดมองเขามันไม่ได้มีความหวาดกลัวหรือหยาดน้ำตาแห่งความอ่อนแออีกต่อไป มีเพียงความนิ่งสนิทและว่างเปล่าจนน่าใจหาย

"คุณอัครินทร์..." น้ำเสียงของเธอแหบแห้งไร้พลังงาน

"คิดว่าทำเป็นสำออย สลบเหมือดกลางแดดแล้วฉันจะใจอ่อน ยอมยกเว้นโทษทัณฑ์ให้เธอหรือไง?" ชายหนุ่มสาวเท้าเข้ามาใกล้เตียง มุมปากยกยิ้มหยันประชดประชัน "หึ... มารยาเล่มเกวียนของผู้หญิงตระกูลนี้มันช่างล้ำลึกจริงๆ"

ฟ้าลดาเม้มริมฝีปากที่แห้งผากเข้าหากันแน่น ความเจ็บปวดแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาในดวงตาคู่สวย

"ถ้าคุณคิดว่าฉันสำออย... แล้วคุณจะช่วยฉันขึ้นมาทำไมคะ?" คำพูดนิ่งเรียบของเธอทำให้คนฟังชะงัก "ทำไมไม่ปล่อยให้ฉันตากแดดตากฝนตายอยู่ตรงนั้นไปเลยล่ะ? ในเมื่อคุณก็เกลียดฉัน เกลียดครอบครัวของฉันจนอยากจะฆ่าให้ตายอยู่แล้ว"

"เพราะความตายมันสบายเกินไปสำหรับเธอน่ะสิ!" อัครินทร์ตวาดกลับ เสียงของเขาเข้มขึ้นด้วยความหงุดหงิดที่เห็นเธอไม่สะทกสะท้าน "การที่เห็นเธอต้องทนอยู่เหมือนตกนรกทั้งเป็น ชดใช้หนี้แค้นแทนพี่สาวร่านๆ ของเธอต่างหากคือสิ่งที่ฉันต้องการ"

"งั้นก็เชิญเลยค่ะ..." ฟ้าลดาแค่นยิ้มบางเบาที่แสนหดหู่ "ร่างกายนี้ชีวิตนี้คุณจะทรมานยังไงก็เชิญ แต่อย่าหวังว่าคุณจะได้ยินเสียงอ้อนวอนขอความปรานีจากฉันอีกเลย เพราะหัวใจของฉัน... มันตายไปตั้งแต่วินาทีที่ก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้แล้ว"

"ฟ้าลดา!"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป