บทที่ 2 สวัสดีค่ะคุณครู

ธีรัชเลิกคิ้วมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเธอ "ตอนนี้เลยเหรอครับ"

"ไม่ใช่ตอนนี้ค่ะ" รอยยิ้มหวานผุดขึ้นที่ริมฝีปากอิ่ม "เอาไว้ถ้ามีโอกาสได้เจอกันอีก"

คราวนี้ธีรัชมองเธออย่างเต็มสายตา แสงไฟสลัวจากท้องถนนสะท้อนผิวแก้มนวลที่ขึ้นสีระเรื่อเพราะความเย็น ละอองน้ำเกาะพราวอยู่บนปลายเส้นผมที่ระอยู่ข้างพวงแก้ม สวยสะกดตา เป็นความรู้สึกที่ผุดขึ้นมาในใจอย่างเรียบง่าย ทว่าทรงพลังจนน่าประหลาด

"กรุงเทพฯ กว้างใหญ่นะครับ มีคนตั้งหลายล้าน"

"ถ้าอย่างนั้น หากเราบังเอิญวนกลับมาเจอกันได้อีกครั้ง..." หญิงสาวยักไหล่น้อยๆ อย่างไม่ยี่หระ "ก็แปลว่าคุณติดหนี้กาแฟฉันจริงๆ แล้วล่ะค่ะ"

เสียงหัวเราะทุ้มในลำคอดังขึ้นเบาๆ "ตกลงครับ"

ความเงียบโรยตัวลงปกคลุมภายในห้องโดยสารอีกครั้ง ทว่ากลับมิใช่ความเงียบที่ชวนให้อึดอัดใจ หากแต่เป็นความผ่อนคลายอันน่าอัศจรรย์ระหว่างคนสองคนที่เพิ่งพานพบ ผ่านไปพักใหญ่ เสียงหวานใสก็เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา

"เพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศเหรอคะ"

"ครับ"

"ไปเที่ยวมาเหรอคะ"

"กลับมาอยู่ถาวรน่ะครับ"

"ไปอยู่นานแค่ไหนคะเนี่ย"

"ห้าปีครับ"

"โห" หญิงสาวเบิกตากว้างอย่างประหลาดใจ "ถ้าอย่างนั้นกลับมาคงยังปรับตัวกับกรุงเทพฯ ไม่ทัน"

ธีรัชทอดสายตามองแถวรถยนต์ที่แทบไม่ขยับเขยื้อนตรงหน้า "เริ่มรู้สึกไม่ชินตั้งแต่โดนแอปพลิเคชันยกเลิกมาห้ารอบติดแล้วครับ"

"ห้ารอบถ้วนค่ะ ฉันเป็นพยานได้"

"คุณอุตส่าห์ช่วยนับให้อีกนะ"

"ก็หลักฐานมันทนโท่อยู่บนจอนี่คะ"

ชายหนุ่มส่ายหน้าพลางหัวเราะเบาๆ ในความช่างเจรจาของเธอ

"แล้วกลับมาทำงานอะไรคะ"

ธีรัชชะงักไปเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะต้องการมีความลับ แต่เขาไม่คุ้นชินกับการเปิดเผยเรื่องส่วนตัวให้คนแปลกหน้าฟังเท่าใดนัก "สอนหนังสือน่ะครับ"

"เป็นครูเหรอคะ"

"ประมาณนั้นครับ"

หญิงสาวหันมามองเขาอย่างพินิจอีกครา "สอนเด็กเหรอคะ"

ธีรัชสบตากลมโตคู่นั้นนิ่ง "ครับ... สอนเด็ก"

เธอพยักหน้ารับรู้โดยไม่ได้ซักไซ้ต่อว่าเด็กในความหมายของเขาคือวัยใด "คุณดูไม่เหมือนภาพจำของครูเลยสักนิด"

"แล้วครูในความคิดของคุณต้องมีลักษณะแบบไหนกันครับ"

"ไม่รู้สิคะ" เธอปรายตามองเขาอีกคำรบ "แต่ท่าทางคุณดูดุ เหมือนพวกอาจารย์ที่เด็กๆ คงไม่กล้าแม้แต่จะคิดลอกการบ้านส่ง"

ธีรัชหลุดยิ้ม "ถือเป็นคำชมแล้วกันครับ"

"ฉันยังไม่ได้ชมสักคำเลยนะคะ"

"แต่ผมยินดีรับไว้แล้ว"

รอยยิ้มกระจ่างใสแต่งแต้มบนใบหน้าของหญิงสาว บทสนทนาระหว่างคนสองคนดำเนินไปอย่างลื่นไหลและเป็นธรรมชาติ จากเรื่องดินฟ้าอากาศ การจราจรอันแสนสาหัส รสชาติอาหารในลอนดอนที่ธีรัชยืนยันหนักแน่นว่าไม่ได้นึกอาลัยอาวรณ์เลยแม้แต่น้อย ไปจนถึงร้านกาแฟหัวมุมถนนที่หญิงสาวการันตีว่ารสชาติดีกว่าแบรนด์ดังราคาแพง

ธีรัชพบว่าเขาสามารถเปิดปากพูดคุยกับเธอได้อย่างปลอดโปร่งใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อาจเป็นเพราะต่างฝ่ายต่างเป็นเพียงเงาผ่านทาง ไม่รู้นามสกุล ไม่รู้ภูมิหลังทางสังคม และไร้ซึ่งความคาดหวังใดๆ มาผูกมัด เป็นเพียงชายหนุ่มคนหนึ่งที่เพิ่งก้าวลงจากเครื่องบิน กับหญิงสาวคนหนึ่งที่ใจกล้าพอจะเปิดประตูรับคนแปลกหน้าขึ้นมาหลบฝน

"แล้วคุณล่ะครับ" ธีรัชถามขึ้นบ้างในจังหวะที่รถหยุดรอสัญญาณไฟ "ทำงานอะไรอยู่"

"ยังเรียนไม่จบเลยค่ะ"

สายตาคมกริบกวาดมองเธอชั่วแวบหนึ่ง "มหาวิทยาลัย?"

"ค่ะ"

"อยู่ปีไหนแล้วครับ"

"ปีสามค่ะ"

ธีรัชพยักหน้ารับ "คณะอะไร"

"บริหารธุรกิจค่ะ"

"การตลาดสินะ"

หญิงสาวหันขวับมามองเขาด้วยความตื่นตะลึง "คุณรู้ได้ยังไงคะเนี่ย"

"ผมเดาเอา"

"เก่งจังเลยนะคะ"

"พอดีผมมีความรู้เรื่องการตลาดอยู่บ้างนิดหน่อย"

"ถ้าอย่างนั้น วันไหนที่ฉันเจอการบ้านยากๆ คงต้องขอปรึกษาคุณบ้างแล้วล่ะค่ะ"

ธีรัชกระตุกยิ้มบาง "คิดค่าตัวแพงนะครับ"

"แพงมากไหมคะ"

"ขึ้นอยู่กับว่าลูกค้าเป็นใคร"

เสียงหัวเราะใสกระจ่างดังก้องไปทั่วห้องโดยสาร ธีรัชไม่เข้าใจตัวเองนักว่าเหตุใดเสียงหัวเราะนั้นจึงมีอิทธิฤทธิ์ทำให้ค่ำคืนที่แสนเหน็ดเหนื่อยและเปียกปอน คลี่คลายกลายเป็นความอบอุ่นใจได้อย่างน่าประหลาด

รถยนต์คันหรูแล่นมาจอดเทียบหน้าล็อบบี้คอนโดมิเนียมของเขาในอีกหนึ่งชั่วโมงถัดมา เม็ดฝนภายนอกยังคงโปรยปรายไม่ขาดสาย มือหนากำลังจะเอื้อมไปปลดล็อกประตู หากแต่ชะงักค้างไว้แล้วเอี้ยวตัวกลับมาสบตาเธอ

"คุณชื่ออะไรครับ"

หญิงสาวคลี่ยิ้มพราย "ถามชื่อตอนนี้เลยเหรอคะ"

"จะได้รู้ว่าผมติดหนี้กาแฟใครอยู่"

เธอลังเลไปเพียงครู่สั้นๆ ก่อนจะยอมเอ่ยปาก "แพรค่ะ"

"แพร..." เขาพึมพำทวนคำในลำคอ "ผมชื่อธีรัชครับ"

"ชื่อจริงเหรอคะ"

"ครับ"

"ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ยุติธรรมน่ะสิคะ" เธอหัวเราะเบาๆ "คุณรู้แค่ชื่อเล่นของฉันคนเดียว"

"ถ้าอย่างนั้นก็บอกชื่อจริงของคุณมาสิครับ"

"เอาไว้บังเอิญเจอกันอีกรอบก่อนนะคะ"

ธีรัชเอนแผ่นหลังพิงเบาะ จ้องมองเธอด้วยแววตาท้าทายระคนเอ็นดู "คุณมั่นใจขนาดนั้นเชียวหรือว่าจะได้เจอผมอีก"

"ไม่มั่นใจเลยสักนิดค่ะ"

"แล้วทำไมถึงไม่ยอมบอก"

แพรพิไลแย้มยิ้มกว้างขึ้นอย่างมีเลศนัย "ถ้าหากไม่ได้เจอกันอีก มันก็คงไม่มีความจำเป็นอะไรที่คุณจะต้องจำชื่อจริงของฉันนี่คะ"

ธีรัชจดจ้องใบหน้านวลนิ่งนาน "แล้วหนี้กาแฟล่ะครับ"

"ก็ถือว่าคุณโชคดี รอดตัวไปค่ะ"

เขาหัวเราะออกมาในที่สุด ก่อนจะเปิดประตูรถ ชายหนุ่มหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับมาสั่งความด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม "ขับรถกลับดีๆ นะครับ"

"ค่ะ คุณครู"

"ผมยังไม่ได้บอกสักคำเลยนะว่าผมเป็นครู"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป