บทที่ 6 นามสกุลที่ไม่ควรเข้าใกล้

หลังสิ้นสุดเสียงสัญญาณวางสายจากบิดา ธีรัชยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานภายในห้องพักอาจารย์ ปล่อยให้ความเงียบงันโรยตัวเข้าปกคลุมรอบกายโดยไม่คิดจะขยับเขยื้อนไปไหน

บนหน้าจอคอมพิวเตอร์พกพา เอกสารรายชื่อนักศึกษาประจำภาคการศึกษายังคงเปิดค้างอยู่ตรงหน้า

สายตาคมกริบเลื่อนไปหยุดอยู่ที่ลำดับกึ่งกลางของรายชื่อ

แพรพิไล วรเศรษฐ์

เขาอ่านทวนตัวอักษรเหล่านั้นซ้ำไปซ้ำมาในใจอย่างไม่รู้ตัว

วรเศรษฐ์...

นามสกุลนี้ไม่ได้แปลกแยกหรือหาได้ยากยิ่งในสังคม และในประเทศที่บรรดาตระกูลมั่งคั่งล้วนถือครองนามสกุลโอ่อ่าสะดุดตา มันก็อาจเป็นเพียงความบังเอิญอันเลื่อนลอย

ทว่าความบังเอิญบางประการ ก็มีอิทธิพลมากพอที่จะจุดชนวนความระแวงขึ้นในใจของมนุษย์ได้โดยมิต้องอาศัยเหตุผล

ธีรัชพับหน้าจอลงตัดบท

ไม่ควรนำเรื่องไร้สาระมาคิดฟุ้งซ่านเธอเป็นเพียงนักศึกษาในความดูแลของเขาส่วนเขาคืออาจารย์ผู้สอนของเธอ

ขอบเขตมีอยู่เพียงแค่นั้น

การพานพบกันกลางสายฝนเมื่อคืนวานเป็นเพียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่ต่างฝ่ายต่างจะล่วงรู้สถานะที่แท้จริง และในเมื่อความจริงกระจ่างชัด เขาก็ได้ลงมือขีดเส้นกั้นระหว่างกันไว้อย่างแน่นหนาเรียบร้อยแล้ว

ทุกอย่างควรยุติลงเพียงตรงนี้

หากแต่ภาพของหญิงสาวร่างระหงที่ยืนประจันหน้าอยู่ตรงโต๊ะบรรยายเมื่อช่วงสาย กลับยังไม่ยอมเลือนหายไปจากมโนสำนึกง่ายดายนัก

สีหน้าตื่นตะลึงระคนไม่อยากเชื่อยามรับรู้ว่าเขาคืออาจารย์ประจำวิชา

น้ำเสียงแง่งอนเจือประชดประชันที่กล่าวหาว่าเขาจงใจหลอกลวง

รวมไปถึงรอยยิ้มพราวระยับแสนซนเมื่อยามที่เขาเอ่ยปากว่ายังไม่ลืมหนี้กาแฟ

ธีรัชผ่อนลมหายใจยาวออกมาแผ่วเบา

“เปิดเทอมวันแรกก็หาเรื่องใส่ตัวเสียแล้ว”

เขาบ่นพึมพำกับความเงียบ ก่อนจะลุกขึ้นรวบรวมเอกสารการสอนเข้ากระเป๋า แล้วก้าวเดินออกจากห้องไป

สิ่งที่ชายหนุ่มไม่อาจล่วงรู้ได้เลยก็คือ ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น แพรพิไลกำลังถูกเพื่อนสนิทลากตัวมานั่งซักฟอกอย่างเข้มข้นอยู่ที่โต๊ะมุมหนึ่งของคาเฟ่ใต้ตึกคณะ

“สรุปมาเดี๋ยวนี้เลยนะยัยแพร แกไปแอบสปาร์กกับอาจารย์ธีรัชตั้งแต่เมื่อไหร่”

มินตรายิงคำถามใส่ทันทีตั้งแต่ก้นของเพื่อนยังไม่ทันได้แตะเบาะเก้าอี้

แพรพิไลวางกระเป๋าสะพายลงข้างตัวอย่างใจเย็น

“เมื่อคืน”

แก้วกาแฟเย็นในมือของมินตราเกือบจะลื่นหลุดจากนิ้ว

“เมื่อคืนเนี่ยนะ”

“อือ”

“คำว่าเมื่อคืนของแกนี่มันเลเวลไหนยะ”

แพรพิไลหรี่ตามองเพื่อนรักอย่างรู้ทัน

“เก็บสายตาหื่นกระหายของแกกลับไปเดี๋ยวนี้เลยนะมินท์”

“แหม ฉันยังไม่ได้เอ่ยอะไรลึกซึ้งสักคำ”

“แต่หน้าแกตะโกนออกมาหมดแล้วย่ะ”

มินตราหลุดหัวเราะร่วน ก่อนจะรีบโน้มตัวข้ามโต๊ะเข้ามาใกล้ด้วยแววตาใคร่รู้เต็มเปี่ยม

“เล่ามาให้หมดเปลือก ห้ามกั๊กแม้แต่ดีเทลเดียว”

แพรพิไลจึงจำต้องถ่ายทอดเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อค่ำวานตั้งแต่ต้นสายปลายเหตุ

สายฝนที่เทกระหน่ำลงมาราวฟ้ารั่ว

คนขับรถรับจ้างกดยกเลิกการเดินทางซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เธอที่ขับรถผ่านมาเห็นเข้าพอดี

ความนึกสงสารคนแปลกหน้าที่ยืนเปียกปอน

การเปิดประตูรับเขาขึ้นมาร่วมทาง

บทสนทนาประหลาดที่ไหลลื่นอย่างไม่น่าเชื่อ

การแวะส่งเขาถึงที่พัก

หนี้กาแฟหนึ่งแก้วที่ทิ้งค้างไว้เป็นสัญญา

และบทสรุปที่เพิ่งมารู้ความจริงเอาในเช้าวันนี้ว่า ชายแปลกหน้าคนนั้นคืออาจารย์ผู้สอนวิชาเอกของเธอ

เมื่อฟังเรื่องราวทั้งหมดจนจบ มินตราก็นิ่งอึ้งตาค้างไปชั่วอึดใจ ก่อนจะตบโต๊ะเบาๆ

“นี่มันพล็อตซีรีส์เกาหลีชัดๆ แก”

แพรพิไลหัวเราะออกมา

“ซีรีส์อะไรของแก เพ้อเจ้อ”

“ก็พล็อตเจอกันกลางสายฝน ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แล้วข้ามวันมาโป๊ะแตกเจอกันในห้องบรรยายไงแก โรแมนติกคอมเมดี้สุดๆ”

“ชีวิตจริงมันไม่หวานแหววขนาดนั้นหรอกน่า”

“แต่ประเด็นคืออาจารย์หล่อมากไงแก หล่อแบบแด๊ดดี้ลุคสุดๆ”

แพรพิไลยกหลอดกาแฟขึ้นดูดกลบเกลื่อน

“ความหล่อมันเกี่ยวอะไรด้วยมิทราบ”

“เกี่ยวเต็มๆ ทุกบริบทเลยย่ะ” มินตราหรี่ตามองเพื่อนสนิทอย่างจับผิด “ถามจริงๆ เถอะ แกแอบหวั่นไหวกับเขาบ้างหรือยังเนี่ย”

คำถามนั้นทำให้คนฟังเกือบจะสำลักเครื่องดื่ม

“จะบ้าเหรอ เพิ่งเคยเจอหน้ากันแค่สองครั้งเองนะ”

“คนเรามันสปาร์กกันได้ตั้งแต่สบตาวินาทีแรกแล้วย่ะ”

“ฉันไม่ได้คิดอะไรทำนองนั้นสักนิด”

“ไม่ได้คิดแล้วทำไมแก้มแกถึงขึ้นสีแดงแจ๋ขนาดนั้นล่ะจ๊ะ”

“ในนี้อากาศมันร้อนต่างหากเล่า”

“แอร์ร้านนี้เปิดสิบแปดองศาจนนิ้วฉันจะแข็งอยู่แล้วคุณหนูแพร”

แพรพิไลถลึงตาใส่เพื่อนสนิท มินตราจึงได้แต่หัวเราะคิกคักอย่างสะใจ

ทว่าหลังจากนั้นไม่นาน บทสนทนาก็ค่อยๆ เบนกลับเข้าสู่เรื่องแผนการเรียนและการทำกิจกรรมในเทอมใหม่ ถึงกระนั้น ในห้วงความคิดของแพรพิไลกลับยังคงมีเงาของธีรัชแวบเข้ามาเป็นระยะ

ไม่ใช่ในฐานะชายหนุ่มที่เธอกำลังตกหลุมรัก

อย่างน้อยที่สุด เธอก็ยังไม่ยินยอมที่จะยอมรับความรู้สึกเช่นนั้นกับตัวเอง

หากแต่เป็นในฐานะของบุคคลที่น่าค้นหาอย่างยิ่ง

เขาแตกต่างจากผู้ชายทุกคนที่เธอเคยพานพบมาตลอดชีวิต

คนรอบกายในสังคมของแพรพิไลล้วนเติบโตมาจากเบ้าหลอมเดียวกัน ทายาทนักธุรกิจระดับแนวหน้า บุตรหลานนักการเมือง หรือผู้บริหารรุ่นใหม่ บุคคลเหล่านั้นล้วนตระหนักดีว่าเธอคือใครตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มเอ่ยทักทาย ทุกคนมักปฏิบัติต่อเธอผ่านป้ายราคาและเกียรติยศของนามสกุลวรเศรษฐ์ ก่อนที่จะมองเห็นตัวตนที่แท้จริงของเธอเสมอ

ทว่าธีรัชกลับไม่ใช่

เมื่อคืนวาน เขาไม่ล่วงรู้แม้กระทั่งชื่อจริงของเธอ

และเมื่อได้ล่วงรู้ในวันนี้ว่าเธอคือลูกศิษย์ เขาก็มิได้มีท่าทีประจบเอาใจหรือพยายามสานสัมพันธ์ให้สนิทสนมขึ้นแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้าม เขากลับเลือกที่จะถอยร่นระยะห่างออกไปอย่างเคร่งครัด

น่าประหลาดใจเหลือเกินที่กำแพงอันเยียบเย็นนั้น กลับยิ่งกระตุ้นความใคร่รู้ในใจเธอให้ทวีคูณ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป