บทที่ 2 2
รสรินจำวันนั้นได้ดี วันที่คุณยายคนหนึ่งเดินถือใบสั่งยาด้วยมือที่สั่นเทา เดินวนไปวนมาที่หน้าแผนกจ่ายเงินด้วยน้ำตาคลอเบ้า รสรินจึงเข้าไปช่วยเหลือ นำทางและช่วยจัดการขั้นตอนทั้งหมดให้จนเรียบร้อย คุณยายซาบซึ้งใจจนยกมือไหว้เธอซ้ำๆ และนั่นคือจุดประกายที่ทำให้คุณหนูตกอัพมองเห็นช่องทางทำกิน เธอผันตัวเองมาทำอาชีพ เพื่อนร่วมทางพารักษ์ รับจ้างขับรถรับส่งและคอยเป็นเพื่อนดูแลผู้สูงอายุไปหาหมอแบบครบวงจร ตั้งแต่รับจากบ้าน เดินเรื่องเอกสาร พานั่งรอตรวจ ไปรับยา และส่งกลับถึงเตียงนอนอย่างปลอดภัย
เธอคิดค่าบริการเป็นรายครั้งในราคาที่สมเหตุสมผล พึ่งพาอาศัยความอ่อนน้อมถ่อมตนและกิริยามารยาทที่เคยได้รับการอบรมสั่งสอนมาใช้ในการดูแลลูกค้าสูงวัย ความใจเย็นและทัศนคติที่ดีช่วยให้เธอเริ่มมีลูกค้าประจำในกลุ่มคนทำงานชั้นกลางที่ไม่มีเวลาพามารดาหรือบิดาไปโรงพยาบาลด้วยตนเอง
รถเก๋งสีเงินคันเก่าเลี้ยวเข้าสู่หมู่บ้านจัดสรรระดับกลางแห่งหนึ่ง ก่อนจะจอดเทียบหน้าบ้านทาวน์โฮมสองชั้นที่มีสภาพเรียบร้อย รสรินดับเครื่องยนต์ ปรับกระจกมองหลังเพื่อสำรวจความเรียบร้อยของใบหน้าหวานใส เธอรวบผมยาวสลวยสีน้ำตาลเข้มเป็นหางม้าต่ำอย่างเรียบร้อย สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวสะอาดสะอ้านคู่กับกางเกงสแล็กสีดำที่ช่วยให้เคลื่อนไหวร่างกายได้ทะมัดทะแมง หญิงสาวสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ ปัดเป่าความกังวลใจทิ้งไปก่อนจะก้าวลงจากรถพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจ
"สวัสดีค่ะคุณพิม"
เสียงทักทายจากหญิงวัยกลางคนดังขึ้นพร้อมกับที่ประตูรั้วเหล็กเปิดออก รัชนี หญิงวัยกลางคนที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานมั่นคงเป็นถึงหัวหน้าฝ่ายบัญชีของบริษัทยักษ์ใหญ่วัยสี่สิบเศษ เดินนำบิดาชราที่มีผมขาวโพลนทั้งศีรษะออกมา ชายชราเดินช้าๆ โดยมีไม้เท้าค้ำยันช่วยพยุงร่างกาย รสรินรีบก้าวเข้าไปหา น้อมตัวลงอย่างสุภาพและยกมือไหว้คนทั้งสองด้วยความนอบน้อม
"สวัสดีค่ะพี่รัชนี สวัสดีค่ะคุณตาประสงค์ วันนี้ทานข้าวเช้าเรียบร้อยหรือยังคะ" รสรินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหวานนุ่มนวล เป็นเสียงที่แสดงออกถึงความเอาใจใส่อย่างแท้จริง
"เรียบร้อยแล้วจ้ะคุณพิม พี่ต้องรบกวนคุณพิมจริงๆ นะ วันนี้ที่บริษัทมีตรวจระบบบัญชีและภาษีครั้งใหญ่ประเด็นด่วนมาก พี่เป็นหัวหน้างานเลี่ยงไม่ได้เลยจริงๆ ไม่อย่างนั้นคงพาคุณพ่อไปเองแล้ว เกรงใจเหลือเกิน" รัชนีเอ่ยด้วยสีหน้าเหนื่อยล้าและกังวลใจอย่างเห็นได้ชัด หน้าที่การงานที่รัดตัวทำเอาเธอแทบไม่มีเวลาหายใจ แต่หน้าที่ลูกกตัญญูก็ค้ำคอจนนอนไม่หลับมาหลายคืน
"พี่รัชนีไม่ต้องกังวลเลยนะคะ วันนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพิมค่ะ พิมจะดูแลคุณตาประสงค์เหมือนดูแลคุณพ่อของพิมเอง พี่รัชนีตั้งใจทำงานเถอะนะคะ พิมรับรองว่าจะรายงานอาการและการตรวจของคุณตาให้ทราบทางไลน์ทุกระยะเลยค่ะ" รสรินตอบพร้อมรอยยิ้มจริงใจที่ช่วยละลายความเครียดในหัวใจของคนเป็นลูกได้อย่างมหัศจรรย์
รสรินเดินเข้าไปประคองคุณตาประสงค์อย่างถูกหลักวิธี เธอจับประคองที่ข้อศอกและแผ่นหลังอย่างนุ่มนวลเพื่อให้ชายชราทรงตัวได้มั่นคง ค่อยๆ พยุงเดินไปยังประตูหลังของรถเก๋งสีเงินที่เปิดเตรียมไว้ล่วงหน้า เธอใช้ฝ่ามือข้างหนึ่งป้องที่ขอบหลังคารถเพื่อป้องกันไม่ให้ศีรษะของคุณตาประแทกกับตัวถังรถอย่างใส่ใจ จัดแจงปรับเบาะและวางหมอนอิงรองหลังให้ชายชรานั่งได้อย่างสบายที่สุด ก่อนจะนำไม้เท้าไปเก็บไว้ที่ท้ายรถอย่างเป็นระเบียบ
"เดินทางปลอดภัยนะคุณพ่อ ฝากด้วยนะคุณพิม" รัชนียกมือโบกลารสรินอีกครั้งด้วยความโล่งใจ
รถเก๋งสีเงินเคลื่อนตัวออกสู่ถนนใหญ่ท่ามกลางการจราจรที่เริ่มหนาแน่น รสรินชวนคุณตาประสงค์คุยเรื่องเบาๆ ตลอดการเดินทาง น้ำเสียงหวานใสและหัวข้อสนทนาที่เกี่ยวกับเพลงเก่าในยุคสุนทราภรณ์ทำให้อาการเกร็งและเงียบขรึมของคุณตาประสงค์ในตอนแรกค่อยๆ มลายหายไป ชายชราเริ่มยิ้มและเล่าเรื่องความหลังสมัยหนุ่มๆ ให้เธอฟังอย่างเพลิดเพลิน ความเป็นธรรมชาติและการไม่ถือตัวของอดีตคุณหนูรสรินทำให้ใครที่อยู่ใกล้ต่างรู้สึกอบอุ่นหัวใจ
เมื่อถึงโรงพยาบาลรัฐบาลขนาดใหญ่ รสรินจอดรถในจุดรับส่งผู้ป่วยอย่างคล่องแคล่ว พยุงคุณตาประสงค์ลงมานั่งบนรถเข็นที่พนักงานเปลของโรงพยาบาลนำมารอรับผู้ป่วยสูงวัย ก่อนจะวนรถไปหาที่จอดรถที่หายากแสนยากอย่างอดทน หลังจากนั้นเธอก็ทำหน้าที่เป็นตัวแทนญาติ วิ่งวุ่นยื่นบัตรคิว ตรวจสอบสิทธิ์การรักษา วัดความดัน ชั่งน้ำหนัก และพามารอหน้าห้องตรวจรักษาโรคหัวใจ
ตลอดช่วงเวลาอันน่าเบื่อหน่ายของการรอคิวที่ยาวนานนับชั่วโมง รสรินไม่เคยแสดงความเหน็ดเหนื่อยหรือชักสีหน้าเลยแม้แต่น้อย เธอนั่งข้างคุณตา คอยพัดวี ส่งกระบอกน้ำส่วนตัวให้ดื่ม และรับฟังเรื่องราวที่คุณตาเล่าด้วยความตั้งใจ ดวงตากลมโตฉายแววอ่อนโยนและเห็นอกเห็นใจอย่างที่สุด
"หนูรสนี่ใจเย็นจริงนะ หน้าตาก็สวย กิริยาก็งาม ไม่น่ามาเหนื่อยขับรถรับส่งคนแก่แบบนี้เลยลูก ลูกหลานตาแท้ๆ ยังไม่มีเวลามานั่งฟังตาบ่นแบบนี้เลย" คุณตาประสงค์เอ่ยพลางตบมืออันเหี่ยวย่นลงบนหลังมือของรสรินเบาๆ ด้วยความเอ็นดูจากใจจริง
"รสชอบทำงานนี้ค่ะคุณตา ได้เจอคุณตาใจดีแบบคุณตาประสงค์ ได้ช่วยแบ่งเบาภาระพี่รัชนีด้วย และที่สำคัญ รสได้หาเงินไปดูแลคุณแม่ที่ป่วยอยู่ด้วยค่ะ" รสรินตอบพลางยิ้มละมุน แววตาของเธอไม่มีร่องรอยของการตัดพ้อในโชคชะตาหรือความสมเพชตัวเองหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวของหญิงสาวที่ยอมรับความจริงและพร้อมที่จะสู้เพื่อคนที่เธอรักที่สุด
กว่าจะเสร็จสิ้นขั้นตอนการตรวจ รับยา และชำระเงิน เข็มนาฬิกาก็บ่งบอกเวลาบ่ายโมงตรง รสรินพยุงคุณตาประสงค์กลับมาขึ้นรถเก๋งคันเดิม ขับกลับมาส่งที่บ้านทาวน์โฮมอย่างปลอดภัย เธอประคองชายชราเข้าบ้าน จัดยาตามคำสั่งแพทย์ใส่ตลับยาแยกมื้อไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ก่อนจะถ่ายรูปยาและเขียนสรุปผลการตรวจรักษาส่งให้รัชนีทางข้อความไลน์
