บทที่ 4 4
"คุณย่าครับ วันนี้ผมมีประชุมบอร์ดบริหารครั้งสำคัญที่สุดในรอบปีเพื่อเซ็นสัญญาร่วมทุนกับพันธมิตรต่างชาติ มูลค่าโครงการหลายพันล้านบาทนะครับ ผมไม่สามารถเลื่อนหรือทิ้งการประชุมไปได้จริงๆ ผมตามใจคุณย่ามาตลอด แต่ครั้งนี้ผมขอร้องเถอะครับ ให้คนขับรถพาไปเถอะนะครับ" เขตต์พยายามอธิบายด้วยความใจเย็นอย่างที่สุด
"ไม่ ถ้าแกไม่ไป ฉันก็ไม่ไป ให้มันรู้ไปเลยว่างานบ้าๆ ของแกมันสำคัญกว่าชีวิตย่าแก" คุณย่ารัศมีเบือนหน้าหนี ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวประชดหลานชายอย่างแสนงอน
ชายหนุ่มเดินวนไปมาในห้องด้วยความเครียดจัด เขามองนาฬิกาข้อมือหรูที่บอกเวลาว่าใกล้จะถึงเวลาประชุมเต็มที ทันใดนั้น เชน เลขาส่วนตัวของเขาก็ก้าวเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบพร้อมกับส่งไอแพดให้ดูรายละเอียดบริการหนึ่ง
"คุณเขตต์ครับ ผมขออนุญาตเสนอทางเลือกครับ พอดีคุณรัชนีหัวหน้าฝ่ายบัญชีของเราแนะนำบริการ เพื่อนร่วมทางพารักษ์ มาครับ เป็นบริการรถรับส่งและดูแลผู้สูงอายุไปโรงพยาบาลโดยเฉพาะ ผู้ให้บริการเป็นผู้หญิง นิสัยดี สุภาพ และมีประสบการณ์ดูแลผู้ป่วยสูงอายุอย่างดีมาก ล่าสุดคุณพ่อของคุณรัชนีก็เพิ่งใช้บริการไปเมื่อเช้าและชมไม่ขาดปากเลยครับ เผื่อว่าคุณย่าจะยอมเปิดใจหากเป็นคนนอกที่เป็นมืออาชีพและมีจิตวิทยาในการดูแลครับ" เชนรายงานด้วยความนอบน้อม
เขตต์มองหน้าจอไอแพดที่แสดงรายละเอียดบริการ รูปถ่ายของหญิงสาวคนหนึ่งในชุดสุภาพ ใบหน้าหวานซึ้งดึงดูดสายตาของเขาในทันที ดวงตากลมโตคู่นั้นดูนิ่งสงบ ทระนง และจริงใจอย่างประหลาด แตกต่างจากผู้หญิงรักความสบายหลายคนที่เขาเคยพบเจอ ชื่อในประวัติระบุไว้ว่า รสริน
ชายหนุ่มไม่มีทางเลือกอื่นแล้วในเวลานี้ "โทรหาผู้หญิงคนนี้ด่วน บอกว่าผมต้องการจ้างเธอพาย่าของผมไปโรงพยาบาลตอนนี้ทันที เสนอราคาให้เธอสามเท่าจากราคาปกติ และบอกเธอว่าถ้าเธอสามารถปราบพยศคุณย่าของผมและพาท่านไปถึงมือหมอได้อย่างปลอดภัย ผมจะมีรางวัลพิเศษให้อีก"
"ครับคุณเขตต์ ผมจะรีบจัดการทันทีครับ" เชนรับคำสั่งแล้วรีบเดินเลี่ยงออกไปโทรศัพท์ทันที
เขตต์หันกลับมามองร่างของคุณย่าที่นอนคุดคู้ประชดประชันอยู่บนเตียง ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้แล้วเอ่ยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าหนักแน่น "คุณย่าครับ วันนี้ผมให้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางมารับคุณย่าไปหาหมอนะครับ เธอเป็นคนใจดีและดูแลผู้ใหญ่เก่งมาก ลองคุยกับเธอดูก่อนนะครับ ถ้าคุณย่าไม่ชอบ วันหลังผมจะไม่บังคับอีกเลย"
คุณย่ารัศมีโผล่หน้าออกมาจากผ้าห่ม ดวงตาฝ้าฟางหรี่มองหลานชายด้วยความขัดใจ "เออ อยากจะเอาใครมาก็เอามา แต่อย่าหวังเลยนะว่าอีนั่นจะทนฉันได้ ถ้ามันพูดจาไม่เข้าหู หรือทำอะไรให้ฉันรำคาญใจ ฉันจะไล่ตะเพิดเปิดเปิงออกจากบ้านไปทันที"
เขตต์ส่ายหน้าเบาๆ ให้กับความดื้อรั้นของคุณย่า ในใจของเขาได้แต่หวังว่ารสริน ผู้หญิงในรูปคนนั้น จะมีความอดทนและวิธีรับมือกับคุณย่าผู้หยิ่งทะนงของเขาได้จริงๆ
รสรินขับรถเก๋งคันเก่ากลับมาจอดที่หน้าบ้านเช่าไม้สองชั้นสภาพเก่าซอมซ่อในซอยลึก ร่างบางก้าวลงจากรถและเดินเข้าไปในบ้าน กลิ่นยากระจายอยู่ทั่วห้องโถงแคบๆ บนเตียงนอนมีร่างของหญิงวัยกลางคนนอนหลับอยู่ คุณหญิงมณฑาในสภาพซูบผอมและใบหน้าซีดเซียวอันเนื่องมาจากโรคหัวใจและอาการซึมเศร้า รสรินเดินเข้าไปขยับผ้าห่มให้มารดาเบาๆ จูบที่หน้าผากมนด้วยความรักสุดหัวใจ
"พิมกลับมาแล้วค่ะแม่ วันนี้พิมหาเงินมาได้แล้วนะแม่ไม่ต้องห่วงนะคะ" หญิงสาวกระซิบบอกมารดาแผ่วเบาเพื่อไม่ให้รบกวนการนอนหลับ
ในจังหวะนั้นเอง เสียงปิดประตูรถยนต์คันหรูที่ดังขึ้นอย่างแรงที่หน้าบ้านทำให้รสรินสะดุ้ง เธอเดินออกมาที่หน้าบ้านพบรถเบนซ์สปอร์ตคันหรูของธัญญ์จอดอยู่ ชายหนุ่มก้าวลงจากรถด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงและเต็มไปด้วยความรังเกียจเมื่อต้องก้าวเท้าเหยียบลงบนพื้นดินเฉอะแฉะของหน้าบ้านเช่า ในมือของเขามีซองเอกสารสีน้ำตาลหนาหนึ่งซอง
"ธัญญ์ มีอะไรด่วนถึงต้องมาหาถึงที่นี่คะ" รสรินเอ่ยขึ้น นั่งลงที่ม้าหินอ่อนหน้าบ้านเช่าโดยไม่คิดจะเชิญชายหนุ่มเข้าไปในบ้านเพราะรู้ดีว่าเขาคงไม่อยากเหยียบย่างเข้าไปข้างใน
ธัญญ์โยนซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะม้าหินอ่อนอย่างไม่ใยดี เสียงกระทบดังปึกทำเอาหัวใจของรสรินสั่นสะท้าน "พิม เราถอนหมั้นกันเถอะ"
คำพูดสั้นๆ ทว่าทรงพลังทำลายล้างบาดลึกเข้าไปในใจของรสริน แม้เธอจะเตรียมใจไว้บ้างแล้วจากท่าทีที่เปลี่ยนไปของเขา แต่เมื่อได้ยินคำนี้ออกมาจากปากคนที่เธอเคยรักและไว้ใจที่สุด น้ำลายก็ขึ้นมาจุกที่ลำคอจนแทบจะพูดไม่ออก
"ทำไมล่ะคะธัญญ์ เพราะพิมจนลงใช่ไหม เพราะครอบครัวของพิมล้มละลายใช่ไหม ธัญญ์ถึงต้องทิ้งพิมไปในเวลาที่พิมไม่เหลือใครแบบนี้" เธอกลืนก้อนสะอื้นถามออกไปตรงๆ จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของอดีตคนรัก
ธัญญ์แค่นยิ้มเย็นชา แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังและเห็นแก่ตัวอย่างเด่นชัด "อย่ามาโทษว่าฉันทิ้งเธอเพราะเรื่องเงินเลยพิม คุณนั่นแหละที่เป็นคนผิดที่ทำให้การหมั้นครั้งนี้ต้องสิ้นสุดลง คุณทำตัวเหลวแหลก วันๆ ขับรถเก่าๆ ไปกับผู้ชายแก่ๆ หน้าไหนก็ไม่รู้ อ้างว่าพาคนแก่ไปส่งโรงพยาบาล แต่ความจริงคุณแอบทำเรื่องสกปรกเพื่อแลกกับเงินหรือเปล่าก็ไม่มีใครรู้ แถมเงินในของหมั้น ทองหมั้นรวมถึงเครื่องเพชรที่แม่ผมเคยให้ไว้ตอนหมั้น คุณก็แอบเอาไปขายเกลี้ยงโดยไม่บอกผมสักคำ แบบนี้มันเข้าข่ายหลอกลวงและยักยอกทรัพย์ชัดๆ"
