บทที่ 5 5
คำใส่ร้ายป้ายสีอย่างหน้าด้านๆ และโหดร้ายของธัญญ์ทำให้รสรินเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงและโกรธจัดจนร่างกายสั่นเทาไปหมด "ธัญญ์ คุณพูดบ้าอะไรออกมา ทองหมั้นและเครื่องเพชรพวกนั้น คุณแม่ของคุณเป็นคนส่งทนายมาทวงคืนถึงที่นี่ตั้งแต่สัปดาห์แรกที่คุณพ่อเสียชีวิตแล้ว และพิมก็คืนไปให้ครบทุกชิ้น มีเอกสารเซ็นรับลายมือชื่อแม่ของคุณชัดเจน พิมเก็บไว้ในกล่องเหล็กในบ้าน และอาชีพของพิมก็เป็นอาชีพสุจริต คุณมาใส่ร้ายพิมหน้าด้านๆ แบบนี้ได้ยังไง"
"หุบปากนะพิม ใครจะไปเชื่อหลักฐานขยะๆ ของคุณ เอกสารนั่นมันของปลอมหรือเปล่าก็ไม่รู้" ธัญญ์ตวาดกลบเกลื่อนความผิดของตัวเอง
ความจริงแล้ว ธัญญ์เพิ่งได้พบรักใหม่กับดุจดาว ลูกสาวมหาเศรษฐีที่ดินผู้มั่งคั่งและพร้อมจะสนับสนุนโครงการโรงแรมแห่งใหม่ของเขา และดุจดาวยื่นคำขาดว่าเขาต้องสะบั้นความสัมพันธ์กับคู่หมั้นเก่าอย่างรสรินให้จบสิ้นแบบสะอาดที่สุด โดยที่ธัญญ์ต้องไม่เป็นฝ่ายผิดในสายตาสังคม เพื่อป้องกันไม่ให้ตระกูลของเขาโดนสังคมประณามและเสียชื่อเสียงว่าทิ้งคู่หมั้นยามตกอัพ ธัญญ์จึงวางแผนใส่ร้ายว่ารสรินทำตัวเหลวแหลก แอบคบชู้กับลูกค้า และยักยอกสินสอดไปขาย เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการถอนหมั้นอย่างชอบธรรม
"ในซองเอกสารนี้คือใบถอนหมั้นและข้อตกลงว่าคุณจะยอมรับความผิดแต่เพียงผู้เดียวว่าเป็นคนทำให้การหมั้นหมายนี้สิ้นสุดลง และห้ามคุณนำเรื่องนี้ไปพูดต่อเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นผมจะส่งทนายฟ้องคุณเรื่องยักยอกทรัพย์ และจะแจ้งเจ้าหนี้ของคุณให้ตามมาถล่มบ้านเช่าหลังนี้ให้ราบเลย เซ็นซะรสริน" ธัญญ์ยื่นปากกาให้ด้วยสายตาเหี้ยมเกรียมและเต็มไปด้วยความข่มขู่คุกคาม
รสรินมองชายตรงหน้าด้วยความรู้สึกสมเพชและรังเกียจจับใจ เธอรู้ซึ้งแล้วว่ามนุษย์เราสามารถต่ำช้าและเห็นแก่ตัวได้ถึงเพียงนี้เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองและชื่อเสียงจอมปลอม เธอยื่นมืออันสั่นเทาออกไปรับปากกา ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอที่วางอยู่ข้างๆ ก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะ
เธอกดรับสายด้วยหัวใจที่มึนชาและบอบช้ำ "สวัสดีค่ะ รสรินรับสายค่ะ"
"สวัสดีครับคุณรสริน ผมติดต่อมาจาก วรโชติ กรุ๊ป นะครับ พอดีต้องการใช้บริการรถรับส่งผู้สูงอายุของคุณด่วนที่สุดในตอนนี้ครับ ต้องการให้ไปรับคุณท่านที่คฤหาสน์วรโชติเพื่อไปโรงพยาบาลด่วน ทางเรายินดีจ่ายค่าจ้างให้สามเท่าทันที และมีค่าเสียเวลาเพิ่มให้ด้วยครับ ไม่ทราบว่าคุณสะดวกมารับตอนนี้เลยไหมครับ" เสียงของปลายสายสุภาพและนอบน้อมทว่าแฝงไปด้วยความเร่งรีบอย่างเห็นได้ชัด
วรโชติ กรุ๊ป ตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของประเทศที่ไม่มีใครไม่รู้จัก รสรินมองใบหน้าของธัญญ์ที่กำลังจ้องเขม็งเข่นฆ่าและกดดันเธออยู่ หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นอย่างทระนง ประกายตาฉายแววเด็ดเดี่ยวเด็ดขาด เธอจะไม่ยอมแพ้ให้อำนาจมืดและความต่ำช้าของคนตรงหน้าเด็ดขาด ชีวิตของเธอและแม่ต้องเดินหน้าต่อไปด้วยเงินที่หามาด้วยหยาดเหงื่อแรงงานของตนเองอย่างมีเกียรติ
"สะดวกค่ะ พิมจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ รบกวนส่งโลเคชั่นมาได้เลยค่ะ" รสรินตอบปลายสายด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำและมีพลัง
เธอดึงกระดาษเอกสารใบถอนหมั้นเข้ามาใกล้ บิดปากกาในมือแล้วเซ็นชื่อของเธอลงไปในช่องถอนหมั้นอย่างรวดเร็วและเฉียบขาด ทว่าเธอขีดฆ่าข้อตกลงที่ระบุว่าเธอเป็นฝ่ายผิดทิ้งทั้งหมดอย่างเป็นทางการ ก่อนจะปาเอกสารทั้งหมดใส่หน้าอกของธัญญ์อย่างแรงจนแผ่นกระดาษกระจายร่วงหล่นลงพื้น
"ฉันเซ็นถอนหมั้นให้คุณแล้วธัญญ์ เราหมดสิ้นกันตั้งแต่วินาทีนี้ แต่จำไว้เถอะว่า ความจริงก็คือความจริง สิ่งชั่วช้าที่คุณใส่ร้ายฉันในวันนี้ วันหนึ่งมันจะย้อนกลับไปทำลายชีวิตของคุณเอง ออกไปจากบ้านของฉันได้แล้ว" รสรินตวาดกร้าว แววตาคมกล้าของอดีตคุณหนูผู้ทระนงทำให้ธัญญ์ถึงกับผงะถอยหลังด้วยความคาดไม่ถึงว่าผู้หญิงที่เคยอ่อนหวานและยอมเขามาตลอดจะกล้าสู้คนขนาดนี้
ธัญญ์ก้มเก็บเอกสารขึ้นมาดู เห็นรอยเซ็นถอนหมั้นก็ยิ้มสะใจ แม้จะไม่ได้ข้อตกลงรับผิดทั้งหมด แต่อย่างน้อยเขาก็หลุดพ้นจากผู้หญิงตกอัพคนนี้ได้แล้ว "หึ ปากดีไปเถอะรส ขับรถเก่าๆ ไปรับคนแก่ต่อไปแล้วกัน ดูซิว่าจะเจริญได้แค่ไหน" ชายหนุ่มสะบัดหน้าเดินกลับไปขึ้นรถเบนซ์และขับกระชากออกไปด้วยความเร็วสูงจนฝุ่นตลบ
รสรินยืนนิ่ง ขอบตาร้อนผ่าว แต่น้ำตาไม่ได้ไหลออกมาอีกแล้ว ความเสียใจถูกแปรเปลี่ยนเป็นพลังขับเคลื่อน หญิงสาวรีบเดินเข้าไปจูบลาผู้เป็นแม่ที่ยังหลับอยู่ ฝากฝังป้าข้างบ้านที่สนิทกันให้ช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด ก่อนจะก้าวขึ้นรถเก๋งคันเก่าของเธอ สตาร์ทเครื่องยนต์ครางกระหึ่ม
"รสต้องรอด แม่ต้องรอด" เธอบอกตัวเองพลางเหยียบคันเร่ง มุ่งหน้าสู่คฤหาสน์วรโชติ เพื่อเผชิญหน้ากับงานใหญ่ครั้งสำคัญ
