บทที่ 6 6

ล้อรถเก๋งโตโยต้าคันเก่าบดเบียดลงบนพื้นถนนลาดยางมะตอยเนื้อละเอียดของย่านสุขุมวิท ละทิ้งความเฉอะแฉะและกลิ่นอับชื้นของซอยบ้านเช่าไม้เก่าไว้เบื้องหลังอย่างรวดเร็ว รสรินประคองพวงมาลัยรถด้วยความรู้สึกที่ยังสั่นไหวในส่วนลึกของหัวใจ รอยแผลสดจากการถูกอดีตคู่หมั้นสลัดรักและสาดโคลนใส่ร้ายยังคงแสบร้อนคล้ายถูกน้ำกรดราดรด ทว่าหญิงสาวไม่มีเวลาแม้แต่จะนั่งกอดเข่าร้องไห้คร่ำครวญให้กับความโชคร้ายของตัวเอง

​ชีวิตของเธอมีราคาที่ต้องจ่ายในทุกนาที ค่าเช่าบ้าน ค่าอาหารสด และที่สำคัญที่สุดคือค่ารักษาพยาบาลของคุณหญิงมณฑาผู้เป็นมารดา สิ่งเหล่านี้คือความจริงอันแสนโหดร้ายที่คอยค้ำคอเธออยู่ บังคับให้เธอต้องเหยียบคันเร่งรถเก๋งบุโรทั่งคันนี้มุ่งหน้าต่อไปอย่างไม่มีสิทธิ์ท้อแท้

​รถเก๋งสีเงินปีเก่าแล่นมาจอดเทียบหน้าประตูรั้วเหล็กดัดอัลลอยด์สีทองขนาดมหึมาของคฤหาสน์วรโชติ ความโอ่อ่าตระการตาของสถานที่ตรงหน้าทำให้รสรินนิ่งอึ้งไปเล็กน้อย ประตูรั้วบานยักษ์สลักเสลาลวดลายวิจิตรบรรจงแผ่รัศมีของความมั่งคั่งร่ำรวยที่แท้จริง รสกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก เธอคุ้นเคยกับความร่ำรวยดีเพราะเคยผ่านจุดนั้นมาก่อน ทว่าตระตูลวรโชตินั้นอยู่ในระดับที่เหนือกว่าตระกูลรัตนวิจิตรของเธอในอดีตหลายเท่าตัว พวกเขาคือกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่ที่ทรงอิทธิพลระดับประเทศ

​เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในชุดเครื่องแบบสีกรมท่าเข้มสองนายเดินเข้ามาขัดจังหวะด้วยท่าทางระแวดระวัง สายตาของพวกเขาจับจ้องรถเก๋งคันเก่าของรสรินด้วยความสงสัยเคลือบแคลง รถคันนี้ช่างดูขัดหูขัดตากับสถานที่อันหรูหราแห่งนี้เหลือเกิน ทว่าทันทีที่รสรินลดกระจกลงและเอ่ยอธิบายจุดประสงค์การมาเยือนด้วยน้ำเสียงสุภาพ นอบน้อม แต่แฝงไปด้วยความสง่างามตามธรรมชาติ รปภ. ทั้งสองก็ชะงักไปเล็กน้อย กิริยามารยาทที่ผ่านการอบรมสั่งสอนมาอย่างดีของคุณหนูเก่าทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกเกรงใจได้โดยไม่ต้องพึ่งพารถหรูราคาแพง

​"เชิญด้านในเลยครับคุณรสริน ทางเลขาของคุณเขตต์แจ้งประสานงานไว้เรียบร้อยแล้วครับ" รปภ. นายหนึ่งเอ่ยพลางยกมือทำความเคารพ ก่อนจะกดรีโมทเปิดประตูบานยักษ์ให้เคลื่อนตัวเปิดออกช้าๆ

​รสรินเคลื่อนรถเข้าไปตามถนนลาดยางที่สองข้างทางตกแต่งด้วยสวนสไตล์อังกฤษตัดแต่งประณีต ต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านร่มรื่น สลับกับรูปปั้นหินอ่อนและน้ำพุโรมันที่พ่นละอองน้ำเป็นฝอยละเอียดสะท้อนแสงแดดยามสายระยิบระยับ เธอจอดรถเทียบที่มุขหน้าตึกทรงโมเดิร์นสีครีมหลังมหึมา ซึ่งมีรถยนต์ยุโรปและรถสปอร์ตหรูจอดเรียงรายอยู่ราวกับงานแสดงยนตรกรรมระดับโลก

​หญิงสาวดับเครื่องยนต์ สูดหายใจเข้าปอดลึกยาวเพื่อเรียกความมั่นใจให้ตัวเอง เธอก้าวลงจากรถ จัดระเบียบเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวและกางเกงสแล็กสีดำให้เข้าที่ สะพายกระเป๋าผ้าใบเก่งไว้บนบ่า ใบหน้าหวานซึ้งปราศจากเครื่องสำอางจัดจ้าน มีเพียงลิปบาล์มสีชมพูอ่อนที่แต่งแต้มริมฝีปากบางเรียว ทว่าความบริสุทธิ์สะอาดสะอ้านและแววตาที่เด็ดเดี่ยวสู้คน กลับทำให้เธอดูโดดเด่นและน่ามองอย่างประหลาด

​"คุณรสรินใช่ไหมครับ ผมเชนครับ เลขาของคุณเขตต์"

​ชายหนุ่มในชุดสูททำงานสีดำท่าทางสุภาพรีบเดินลงมาจากบันไดหน้าตึกเพื่อต้อนรับเธอ สีหน้าของเชนเต็มไปด้วยความกังวลและเครียดอย่างเห็นได้ชัด เม็ดเหงื่อผุดซึมตามไรผมทั้งที่อากาศรอบตัวยังไม่ร้อนจัด

​"ใช่ค่ะคุณเชน รสรินค่ะ เรียกพิมก็ได้นะคะ" หญิงสาวตอบพร้อมยกมือไหว้ทักทายอย่างมีสัมมาคารวะ

​"ยินดีที่ได้พบครับคุณพิม ตอนนี้สถานการณ์ข้างในค่อนข้างวิกฤตมากเลยครับ คุณย่ารัศมีท่านอาละวาดหนักมาก ไม่ยอมไปโรงพยาบาลเด็ดขาด และตอนนี้คุณเขตต์ก็ใกล้จะถึงเวลาประชุมบอร์ดบริหารครั้งสำคัญแล้วด้วยครับ ท่านกำลังเครียดจัดเลย รบกวนคุณพิมตามผมมาทางนี้ด่วนเลยครับ" เชนเล่ารัวเร็วพลางผายมือเดินนำทางเข้าไปในตัวตึก

​รสรินก้าวเดินตามเลขาหนุ่มไปตามทางเดินหินอ่อนขัดเงาวับที่สะท้อนภาพเงาของเธออย่างชัดเจน ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยภาพวาดศิลปะราคาแพงและแจกันเครื่องเบญจรงค์โบราณที่ตั้งโชว์ไว้ในตู้กระจกอย่างทะนุถนอม ยิ่งเดินลึกเข้าไป เสียงแหลมสูงที่เปี่ยมไปด้วยโทสะและความเอาแต่ใจก็ยิ่งดังเล็ดลอดลงมาจากชั้นสองของบ้านเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ

​"บอกให้ออกไปให้หมดไง ฉันไม่กิน และฉันก็ไม่ไปโรงพยาบาลทั้งนั้น พวกแกจะบังคับให้ฉันตายคากล่องยาของพวกแกเลยใช่ไหม"

​เสียงหวีดตวาดนั้นตามมาด้วยเสียงเซรามิกกระทบพื้นดังเพล้ง รสรินใจสั่นสะท้านเล็กน้อย พฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงของผู้สูงอายุไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับเธอ ทว่าความกดดันจากความร่ำรวยและอำนาจที่ล้นพ้นของตระกูลนี้ อาจทำให้การเจรจายากขึ้นกว่าปกติหลายเท่าตัว

​เชนพาเธอเดินขึ้นบันไดวนขนาดใหญ่มาหยุดอยู่หน้าห้องนอนกว้างขวางชั้นสอง ประตูห้องเปิดกว้างเผยให้เห็นภาพเหตุการณ์ภายในอย่างหมดเปลือก ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ทรงอำนาจคนหนึ่งกำลังยืนกุมขมับอยู่ข้างเตียงนอนขนาดคิงไซส์ แผ่นหลังกว้างใต้ชุดสูทสากลสีเทาเข้มเนื้อดีตึงเปรี๊ยะด้วยความเครียด รังสีความเย็นชาและทรงอิทธิพลแผ่ซ่านรอบตัวจนคนรับใช้สามสี่คนที่คุกเข่าอยู่บนพื้นต่างพากันก้มหน้าตัวสั่น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป