บทที่ 7 7

บนที่นอนหนานุ่ม มีร่างของหญิงชราผมขาวโพลนในชุดเสื้อผ้าไหมสีม่วงเข้มระยิบระยับนั่งกอดอก หน้าตาบูดเบี้ยวบึ้งตึง ดวงตาฝ้าฟางทว่าแฝงไปด้วยประกายแห่งความหยิ่งทะนงจับจ้องไปที่หลานชายอย่างแสนงอน รอบเตียงมีเศษชามกระเบื้องและข้าวต้มร้อนๆ หกเลอะเทอะเต็มพื้นพรมราคาแพง

​"คุณเขตต์ครับ คุณรสรินมาถึงแล้วครับ" เชนเอ่ยรายงานเสียงแผ่วเบาด้วยความนอบน้อม

เขตต์ วรโชติ หันขวับมามองตามเสียงรายงานทันที นัยน์ตาดำสนิทดุจพญาเหยี่ยวตวัดจับจ้องมาที่ร่างบางของรสรินอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปชั่วอึดใจหนึ่ง แววตาคมกริบของเขาฉายแววประหลาดใจอย่างปิดไม่มิด

​อันที่จริง เขตต์ได้เห็นรูปของรสรินที่เลขาคู่ใจส่งให้ดูในไอแพดแล้ว ทว่าในตอนนั้นเขาประเมินเธอต่ำไปค่อนข้างมาก ชายหนุ่มคิดว่าภาพหญิงสาวหน้าตาหมดจดสะสวยที่เห็นในจอคงเป็นเพียงรูปโปรไฟล์ที่ผ่านการตกแต่งฟิลเตอร์จนเกินจริงเพื่อใช้ดึงดูดเรียกลูกค้าตามแอปพลิเคชันรับจ้างทั่วไป หรือไม่เธอก็อาจจะเป็นพวกสิบแปดมงกุฎหน้าตาดีที่หวังจะเข้ามาหาช่องทางตีสนิทกับคนแก่ในบ้านคนรวยเพื่อปอกลอกเงินทอง

​แต่เมื่อได้มาเผชิญหน้ากับตัวจริงในระยะไม่ถึงสองเมตร เขตต์กลับพบว่าความคิดประเมินของเขานั้นผิดพลาดไปอย่างสิ้นเชิง ผู้หญิงตรงหน้าไม่มีร่องรอยของการพยายามเสแสร้งแต่งหน้าหรือปรุงแต่งบุคลิกใดๆ เลย เธอไม่ได้สวมเครื่องประดับมีราคา มีเพียงเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวสะอาดและกางเกงสแล็กสีดำธรรมดา ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาอึ้งไปคือผิวพรรณที่ละเอียดเนียนลออ กิริยาการยืนหลังตรงสง่างาม และดวงตากลมโตคู่สวยที่มองสบตาเขาอย่างนิ่งสงบ ไม่มีความลนลานหรือตื่นตระหนกในความหรูหราอลังการของคฤหาสน์แห่งนี้เลยแม้แต่น้อย

​ออร่าความสง่าและกิริยาท่าทางที่ดูเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้วแผ่ออกมาโดยธรรมชาติ ราวกับเธอได้รับการฝึกฝนการวางตัวในสังคมชั้นสูงมาตั้งแต่เกิด ซึ่งมันช่างขัดแย้งกับอาชีพคนขับรถเก๋งคันเก่าโทรมๆ ของเธอจนทำให้เขารู้สึกฉงนใจอย่างรุนแรง

​"คุณคือรสริน" เขตต์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ทรงพลังและเปี่ยมไปด้วยความกดดัน ชายหนุ่มก้าวเดินเข้ามาใกล้เธอช้าๆ ระยะห่างที่ลดลงทำให้รสรินสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความเครียดและกลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงที่อบอวลรอบตัวเขา

​"ใช่ค่ะคุณเขตต์ สวัสดีค่ะ" รสรินยกมือไหว้และตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ไม่ยอมหลบสายตาคมกริบของชายหนุ่มที่พยายามจับผิดเธอ

​"เชนเล่ารายละเอียดงานให้คุณฟังหมดแล้วใช่ไหม ย่าของผมหยิ่งทะนงและเอาแต่ใจตัวเองมาก ท่านไม่ยอมไปโรงพยาบาลเด็ดขาด และตอนนี้ผมไม่มีเวลาเหลือแล้ว ผมต้องเข้าประชุมบอร์ดบริหารภายในอีกครึ่งชั่วโมงนี้" เขตต์เอ่ยเสียงเข้ม แววตาของเขาไร้ความปรานีคล้ายนักธุรกิจที่กำลังต่อรองสัญญา "ผมยินดีจ่ายค่าจ้างให้คุณสามเท่าทันทีตามที่ตกลงไว้ และจะมีโบนัสพิเศษเพิ่มให้อีกหากคุณทำสำเร็จ แต่มีข้อแม้ว่าคุณต้องพาท่านไปตรวจตามนัดของหมอให้ได้ และที่สำคัญที่สุด ห้ามทำให้ท่านขัดใจหรืออาการทรุดลงเด็ดขาด หากเกิดอะไรขึ้นกับย่าของผม คุณต้องเป็นคนรับผิดชอบ"

​คำขู่คาดโทษที่เต็มไปด้วยความหยิ่งยโสของคนรวยทำให้รสรินรู้สึกขัดใจเล็กน้อย ทว่าเธอเข้าใจสถานการณ์ดี ชายหนุ่มตรงหน้ากำลังใช้เงินเพื่อแก้ปัญหาและปิดบังความกังวลในฐานะหลานชายที่ไม่สามารถดูแลผู้มีพระคุณได้ด้วยตัวเอง เธอผ่านโลกและเข้าใจสัจธรรมชีวิตมามากพอที่จะไม่เก็บเอาท่าทางแข็งกระด้างเหล่านั้นมาใส่ใจ

​"คุณเขตต์วางใจและรีบไปทำหน้าที่ของคุณเถอะค่ะ" รสรินตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนทว่าหนักแน่น ประกายตาของเธอฉายแววมั่นใจ "หน้าที่ดูแลคุณย่าต่อจากนี้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพิมเองค่ะ พิมสัญญาว่าจะพาท่านไปถึงมือหมออย่างปลอดภัยและละมุนละม่อมที่สุด คุณไม่ต้องห่วงเรื่องความรับผิดชอบหรอกค่ะ เพราะรสทำงานนี้ด้วยหัวใจ ไม่ใช่แค่ต้องการเงินของคุณ"

​คำตอบที่ตรงไปตรงมาและไม่เกรงกลัวในอำนาจของเธอทำให้เขตต์นิ่งอึ้งไปอีกครั้ง ชายหนุ่มจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของหญิงสาวตรงหน้า สัมผัสได้ถึงกระแสความอบอุ่นและความมั่นใจที่แผ่ออกมาอย่างประหลาด หัวใจที่ร้อนรุ่มและเต็มไปด้วยความเครียดของเขาพลันสงบลงอย่างน่าอัศจรรย์ ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ

​"ตกลง ผมฝากด้วย"

​เขตต์กล่าวสั้นๆ ก่อนจะหันไปทางเตียงนอน "คุณย่าครับ ผมต้องไปทำงานก่อนนะครับ รักษาสุขภาพด้วยครับ"

​"เออ ไปเลย ไปทำมาหากินของแกเถอะ ไม่ต้องมาสนใจย่าแกหรอก" คุณย่ารัศมีสะบัดหน้าส่งเสียงประชดประชันไล่หลัง

​เขตต์ถอนหายใจยาว หมุนตัวเดินเร็วออกจากห้องนอนไปพร้อมกับเชน เลขาส่วนตัว ทิ้งให้รสรินเผชิญหน้ากับหญิงชราผู้หยิ่งทะนงตามลำพัง โดยมีสาวใช้สองคนคอยหลบมุมสังเกตการณ์อยู่ด้วยความหวาดวิตก

​ทันทีที่หลานชายคล้อยหลัง คุณย่ารัศมีก็ตวัดสายตาฝ้าฟางแต่คมปลาบจับจ้องมาที่รสรินทันที หญิงชราแค่นเสียงเหอะในลำคอ มองกวาดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าของหญิงสาวด้วยสายตาประเมินและดูแคลนตามประสาคนรวยที่มักระแวดระวังคนนอกที่พยายามเข้ามาใกล้ชิดตระกูลเพื่อหวังผลประโยชน์

​"หึ ยัยรัชนีส่งแกมางั้นเหรอ คิดว่าหน้าตาสะสวยท่าทางซื่อๆ แบบนี้จะมาหลอกเอาเงินตาเขตต์หลานชายฉันได้หรือไง ออกไปเลยนะ ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น และฉันก็ไม่ต้อนรับคนขับรถรับจ้างชั้นต่ำอย่างแกด้วย" เสียงตวาดแหวของคุณย่ารัศมีทำเอาสาวใช้พากันสะดุ้งสุดตัว ทว่ารสรินกลับยังคงยืนนิ่ง รอยยิ้มละมุนละไมยังคงประดับอยู่บนใบหน้าหวานใสอย่างมั่นคง

​รสรินรู้ดีจากประสบการณ์ดูแลคุณหญิงมณฑาผู้เป็นมารดาว่า พฤติกรรมเกรี้ยวกราดและวาจาร้ายกาจของผู้สูงอายุที่กำลังเจ็บป่วย มักไม่ได้เกิดจากความใจร้ายโดยสันดาน แต่เกิดจากความกลัวในจิตใจลึกๆ พวกเขากลัวการสูญเสียความสามารถในการควบคุมชีวิตตัวเอง กลัวการกลายเป็นภาระของลูกหลาน และที่สำคัญที่สุดคือความขี้เหงาที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความหยิ่งทะนง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป