บทที่ 8 8

หญิงสาวค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปหาเตียงนอนอย่างช้าๆ ท่าทางของเธอนุ่มนวลและปราศจากการคุกคาม เธอไม่คุกเข่าลงไปกราบกรานอย่างคนรับใช้ทั่วไปเพื่อสอพลอ แต่เธอยืนในระยะห่างที่เหมาะสม น้อมตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้อยู่ในระดับสายตาที่เท่าเทียมและเป็นการให้เกียรติผู้สูงวัย

​"คุณย่าคะ พิมทราบค่ะว่าคุณย่าไม่ได้อยากอาละวาดใส่คุณเขตต์หรอกค่ะ คุณย่าแค่เป็นห่วงคุณเขตต์ที่ต้องทำงานหนักจนไม่มีเวลาพักผ่อน และคุณย่าก็เบื่อบรรยากาศที่โรงพยาบาลที่มีแต่กลิ่นยาและคนป่วยใช่ไหมคะ" รสรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ อุ่นละมุน และมีจังหวะจะโคนชวนฟัง สรรพนามที่เรียกคุณย่าอย่างเป็นธรรมชาติทำให้คุณย่ารัศมีชะงักไปชั่วครู่ แววตาที่เกรี้ยวกราดเริ่มฉายแววแปลกใจ

​"แก มารู้ดีแทนฉันได้ยังไง อวดดี" หญิงชราแหวใส่แต่ระดับเสียงเบาลงอย่างเห็นได้ชัด

​"พิมไม่ได้อวดดีหรอกค่ะคุณย่า แต่พิมมีคุณแม่ที่ป่วยออดแอดและเอาแต่ใจแบบคุณย่าเปี๊ยบเลยค่ะ เวลาแม่ต้องไปหาหมอทีไร แม่ก็จะงอแงและประชดพิมแบบนี้ทุกที เพราะแม่บอกว่าเบื่อที่ต้องไปนั่งต่อคิวยาวเป็นชั่วโมงๆ เบื่อคุณหมอที่ชอบดุและสั่งห้ามกินของอร่อยๆ แต่พอพิมบอกแม่ว่า ถ้าแม่ยอมไปหาหมอ ขากลับพิมจะพาแม่แวะไปกินไอศกรีมกะทิสดโบราณเจ้าอร่อยที่แม่ชอบ และพาแวะซื้อต้นไม้สวยๆ มาปลูก แม่ก็ยอมไปทันทีเลยค่ะ" รสรินเล่าเรื่องราวด้วยรอยยิ้มสดใส แววตากลมอุ่นเป็นประกายระยับยามที่เอ่ยถึงมารดา

​คุณย่ารัศมีหูผึ่งทันทีเมื่อได้ยินคำว่าไอศกรีมกะทิสดโบราณ เพราะหญิงชราเป็นคนโปรดปรานของหวานและขนมไทยโบราณเป็นชีวิตจิตใจ ทว่าที่ผ่านมามักจะถูกพยาบาลส่วนตัวและหลานชายสั่งห้ามเด็ดขาดเนื่องจากกังวลเรื่องระดับน้ำตาลในเลือด ทำเอาเธอต้องทนกินแต่อาหารสุขภาพจืดชืดมานานหลายเดือน

​"หึ แกคิดจะเอาของกินมาล่อฉันงั้นเหรอ ฉันไม่ใช่เด็กๆ นะแม่หนู" คุณย่ารัศมีพ่นลมหายใจออกทางจมูก ทว่าท่าทีที่เคยกอดอกแน่นเริ่มคลายออกเล็กน้อยด้วยความสนใจ

​"พิมไม่ได้ล่อหรอกค่ะคุณย่า พิมแค่อยากชวนคุณย่าไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาเฉยๆ วันนี้พิมขับรถเก๋งคันเล็กๆ สีเงินมาค่ะ เบาะนุ่ม นั่งสบาย ลมแอร์พัดเย็นกำลังดี ไม่ใช่รถตู้คันใหญ่โตน่าอึดอัดที่ดูเหมือนรถพยาบาลพวกนั้นหรอกค่ะ พิมจะพาคุณย่าไปยื่นเอกสารตรวจร่างกายในช่องทางพิเศษ ไม่ต้องนั่งรอคิวนานเลยค่ะ พิมเตรียมหมอนอิงนุ่มๆ และเก้าอี้พับส่วนตัวไปให้คุณย่านั่งรอด้วย และที่สำคัญที่สุด พอตรวจเสร็จเรียบร้อย พิมรู้จักร้านคาเฟ่ขนมไทยโบราณร้านหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ในสวนร่มรื่นแถวโรงพยาบาล ที่นั่นมีขนมทองเอก มีเสน่ห์จันทน์ที่ทำสูตรหวานน้อยสำหรับคนรักสุขภาพ อร่อยมากและปลอดภัยแน่นอนค่ะ เราแอบไปทานกันสองคนดีไหมคะ ไม่ต้องบอกคุณเขตต์หรอกค่ะ" รสรินกระซิบประโยคสุดท้ายพลางส่งสายตาขี้เล่นเย้าแหย่ให้หญิงชรา

​แววตาที่เป็นกันเอง ความเข้าใจในความต้องการส่วนลึก และลูกล่อลูกชนที่แสนอบอุ่นของรสริน ค่อยๆ ทลายกำแพงความหยิ่งทะนงและความเกรี้ยวกราดของคุณย่ารัศมีลงอย่างหมดสิ้น หญิงชราจ้องมองใบหน้าหวานของรสรินอย่างพินิจพิเคราะห์ เห็นเพียงความจริงใจและปราศจากการเสแสร้งประจบประแจงเหมือนคนอื่นๆ ที่เคยเข้าหาเธอเพื่อหวังผลประโยชน์

​"แก พูดจริงเหรอ ร้านขนมไทยที่ว่าน่ะ อร่อยจริงไหม ไม่ใช่หลอกฉันไปให้หมอเจาะเลือดนะ" คุณย่ารัศมีเริ่มต่อรอง น้ำเสียงและท่าทางอ่อนลงจนสาวใช้สองคนที่หมอบคุกเข่าอยู่ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความอัศจรรย์ใจ ยอมรับนับถือในตัวผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็สามารถปราบสิงโตเฒ่าจอมพยศของบ้านลงได้อย่างอยู่หมัด

​"พิมเอาเกียรติของคนขับรถพารักษ์เป็นประกันเลยค่ะคุณย่า ขนมร้านนี้อร่อยที่สุดในสามโลกแน่นอนค่ะ ถ้าคุณย่าตกลง ให้พิมช่วยพยุงไปเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดเก่งนะคะ วันนี้เราจะไปเที่ยวโรงพยาบาลและแวะกินขนมอร่อยๆ กันค่ะ" รสรินยิ้มกว้าง ยื่นมือบางออกไปข้างหน้าอย่างสุภาพนอบน้อม

​คุณย่ารัศมีมองมือนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสะบัดหน้าส่งเสียงชิออกมาคำหนึ่ง ทว่าฝ่ามือเหี่ยวย่นยอมยื่นมาวางบนฝ่ามือของรสรินแต่โดยดี "เออ เห็นแก่แกที่พูดจารู้เรื่องหรอกนะ ยอมไปให้ก็ได้ แต่อย่าให้รู้เชียวว่าหลอกฉัน ไม่งั้นฉันจะสั่งให้ตาเขตต์ไล่แกออกและยึดรถเก่าๆ ของแกซะเลย"

​"รับรองว่าคุณย่าจะไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ" รสรินหัวเราะเบาๆ ช่วยพยุงร่างของคุณย่ารัศมีขึ้นจากเตียงอย่างทะนุถนอมและแคล่วคล่องว่องไวตามหลักการย้ายตัวผู้ป่วยอย่างถูกต้อง

​ครึ่งชั่วโมงต่อมา รสรินประคองคุณย่ารัศมีในชุดเสื้อผ้าไหมสีฟ้าอ่อนงดงามก้าวลงบันไดคฤหาสน์มาที่มุขหน้าบ้าน หญิงชราก้าวขึ้นไปนั่งบนเบาะหลังของรถเก๋งโตโยต้าคันเก่าอย่างว่าง่าย แม้จะบ่นพึมพำเรื่องกลิ่นเบาะหนังเก่าและเสียงเครื่องยนต์ที่ครางกระหึ่ม แต่รสรินก็ใช้ความใจเย็นจัดแจงวางหมอนอิงรองหลังและคาดเข็มขัดนิรภัยให้ท่านอย่างใส่ใจ พร้อมทั้งเปิดเพลงสุนทราภรณ์คลอเบาๆ เพื่อสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย

​รถเก๋งสีเงินคันเก่าเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์วรโชติมุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลชื่อดัง รสรินทำหน้าที่ขับรถด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ คอยสังเกตอาการของคุณย่ารัศมีผ่านกระจกมองหลังตลอดเวลา ท่าทางที่ดูนิ่งๆ แต่นอบน้อมและการชวนคุยเรื่องลมฟ้าอากาศสลับกับเรื่องอาหารการกินในสมัยโบราณ ทำให้คุณย่ารัศมีเริ่มเปิดใจคุยตอบด้วยน้ำเสียงที่สดใสขึ้นเรื่อยๆ ความหยิ่งทะนงในตอนแรกละลายกลายเป็นความเอ็นดูในตัวหญิงสาวผู้มีกิริยางดงามคนนี้อย่างไม่รู้ตัว

​เมื่อถึงโรงพยาบาล รสรินจอดรถในจุดรับส่งผู้ป่วยและประคองคุณย่ารัศมีลงมานั่งบนรถเข็นอย่างปลอดภัย เธอทำหน้าที่จัดการขั้นตอนทางเอกสารทั้งหมดอย่างรวดเร็วผ่านช่องทางพิเศษสำหรับผู้สูงอายุ พาร่างของคุณย่ารัศมีไปนั่งรอตรวจที่หน้าห้องตรวจโรคหัวใจโดยคอยดูแลส่งน้ำ พัดลมมือถือ และชวนคุยอย่างใกล้ชิดไม่ห่างกาย

​ในระหว่างที่รอคิวตรวจ โทรศัพท์มือถือของรสรินสั่นครืดคราด เธอเปิดออกดูพบว่าเป็นข้อความจากเชน เลขาของเขตต์

​"คุณรสรินครับ ตอนนี้คุณย่าเป็นอย่างไรบ้างครับ อาละวาดไหม คุณเขตต์กำลังประชุมอยู่แต่ท่านแสดงความกังวลใจเรื่องนี้มากครับ"

​รสรินยิ้มบางๆ พิมพ์ข้อความตอบกลับไปทันทีพร้อมกับแนบรูปถ่ายที่คุณย่ารัศมีกำลังนั่งยิ้มแย้มคุยกับคุณยายอีกคนที่นั่งข้างๆ อย่างออกรส "ตอนนี้คุณย่าอารมณ์ดีมากค่ะ ตรวจวัดความดันและสแกนคลื่นหัวใจเรียบร้อยแล้ว กำลังรอพบแพทย์ค่ะ คุณเขตต์ตั้งใจประชุมเถอะนะคะ ไม่ต้องห่วงทางนี้เลยค่ะ"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป