บทที่ 9 9
ณ ห้องประชุมบอร์ดบริหารอันตึงเครียดของ วรโชติ กรุ๊ป เขตต์ วรโชติ นั่งอยู่หัวโต๊ะประชุมท่ามกลางผู้บริหารและพันธมิตรต่างชาติ ชายหนุ่มลอบเปิดโทรศัพท์มือถือดูข้อความรายงานจากเลขาหนุ่ม ทันทีที่เห็นภาพถ่ายของคุณย่ารัศมีที่กำลังยิ้มแย้มแจ่มใส แววตาคมกริบที่เคยตึงเครียดของท่านประธานหนุ่มก็พลันอ่อนแสงลง มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ ที่หาได้ยากยิ่ง ความรู้สึกโล่งใจและทึ่งในตัวของรสรินเพิ่มพูนขึ้นในหัวใจของเขาอย่างเงียบเชียบ ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้มีพลังวิเศษอะไรกันแน่ ถึงสามารถปราบคุณย่าผู้แสนดื้อรั้นและหยิ่งทะนงของเขาได้ภายในเวลาอันสั้นขนาดนี้
ที่โรงพยาบาล หลังจากเข้าพบแพทย์และรับฟังคำแนะนำเรื่องการปรับยาเสร็จสิ้น รสรินก็ประคองคุณย่ารัศมีกลับมาที่รถเก๋งคันเก่าเพื่อทำตามสัญญาใจที่ให้ไว้ หญิงสาวขับรถพาท่านเลี้ยวเข้าสู่ซอยแคบๆ แถวถนนสามเสน ก่อนจะจอดรถหน้าร้านคาเฟ่สวนโบราณร่มรื่นสีเขียวขจีที่ตกแต่งด้วยต้นไม้ใหญ่และเรือนกระจกใส
"ถึงแล้วค่ะคุณย่า ร้านขนมไทยโบราณที่พิมสัญญาไว้" รสรินบอกพลางยิ้มกว้าง พยุงหญิงชราลงจากรถและพาเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะริมน้ำในส่วนของสวนด้านหลังร้าน บรรยากาศเงียบสงบร่มรื่นและเสียงน้ำไหลเอื่อยๆ ทำให้คุณย่ารัศมีรู้สึกผ่อนคลายและอารมณ์ดีเป็นพิเศษ
รสรินสั่งไอศกรีมกะทิสดโบราณสูตรหวานน้อยพิเศษ ขนมทองเอก และเสน่ห์จันทน์ที่ใช้น้ำตาลโตนดออร์แกนิกในปริมาณต่ำสำหรับผู้ป่วยเบาหวานมาเสิร์ฟ ทันทีที่คุณย่ารัศมีตักไอศกรีมกะทิสดเข้าปาก หญิงชราก็หลับตาพริ้มด้วยความพึงพอใจล้ำลึก
"อืม รสชาติกะทิสดหอมมันกำลังดี ไม่หวานแสบคอเหมือนร้านสมัยใหม่จริงๆ ด้วย แม่หนูพิม แกนี่ตาถึงเรื่องของกินโบราณเหมือนกันนะเนี่ย" คุณย่ารัศมีเอ่ยชมไม่ขาดปากพลางตักขนมทองเอกส่งให้รสริน "เอ้า กินด้วยกันสิ สั่งมาตั้งเยอะแยะ"
"ขอบคุณค่ะคุณย่า พิมทานได้ค่ะ แต่วันนี้ต้องให้คุณย่าทานให้อร่อยที่สุดนะคะ" รสรินยิ้มหวานตอบ คอยรินน้ำชาอุ่นๆ ส่งให้เพื่อล้างคออย่างใส่ใจกิริยาทุกรายละเอียด
ในระหว่างที่คนทั้งสองกำลังเพลิดเพลินกับช่วงเวลาแสนหวาน ทว่าในมุมหนึ่งของร้าน คู่อริตัวร้ายอย่างธัญญ์และดุจดาวที่บังเอิญมาเดทกันที่คาเฟ่แห่งนี้พอดิบพอดี ก็กำลังจับจ้องมองมาที่โต๊ะของรสรินด้วยสายตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงและริษยาแรงกล้า
"นั่นมันรสรินนี่คะธัญญ์ ยัยคู่หมั้นตกอับของคุณ ทำไมหล่อนถึงมานั่งหัวร่อต่อกระซิกอยู่กับคุณย่ารัศมีแห่งตระกูลวรโชติได้ล่ะคะ" ดุจดาวเอ่ยเสียงแหลมสูง แววตาร้อนรุ่มด้วยความอิจฉาเมื่อเห็นอดีตคุณหนูตกอัพได้ใกล้ชิดกับเศรษฐีนีระดับหมื่นล้าน
ธัญญ์จ้องมองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นรัวด้วยความอิจฉาและความกังวลใจ แผนการสลัดรักและสร้างข่าวใส่ร้ายรสรินที่เขาเพิ่งทำไปเมื่อบ่ายอาจจะสั่นคลอนหากรสรินสามารถเข้าหาและเกาะตระกูลที่ร่ำรวยกว่าตระกูลของเขาได้สำเร็จ ชายหนุ่มกัดฟันกรอด แววตาฉายแววเหี้ยมเกรียมและเต็มไปด้วยแผนการร้ายระลอกใหม่ในใจ
"หึ คงจะใช้หน้าตาซื่อๆ ไปหลอกลวงคนแก่ตามเคยนั่นแหละครับดุจดาว ผู้หญิงคนนี้มารยาเยอะจะตาย ไม่อย่างนั้นจะรีบเซ็นใบถอนหมั้นแล้วแล่นมาหาคนรวยตระกูลอื่นทันทีในวันเดียวกันได้ยังไงกัน" ธัญญ์สาดโคลนใส่ร้ายรสรินต่อหน้าคนรักใหม่อย่างรวดเร็วพลางยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแอบถ่ายรูปของรสรินและคุณย่ารัศมีไว้เพื่อเตรียมใช้เป็นเครื่องมือทำลายชื่อเสียงของเธอในอนาคต
แสงแดดยามบ่ายคล้อยสาดแสงสีทองอมส้มทอดผ่านกระจกหน้ารถเก๋งโตโยต้าคันเก่าที่กำลังเคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้ากลับเข้าสู่เขตรั้วคฤหาสน์วรโชติ เสียงเครื่องยนต์ที่ครางสม่ำเสมอกลายเป็นทำนองที่คุ้นหูของคุณย่ารัศมีไปเสียแล้ว หญิงชราที่นั่งอยู่บนเบาะหลังไม่ได้แสดงท่าทางอึดอัดหรือบ่นเรื่องกลิ่นอับชื้นภายในรถอีกต่อไป ใบหน้าเหี่ยวย่นที่มักจะบึ้งตึงอยู่เป็นนิจบัดนี้กลับมีรอยยิ้มละมุนประดับอยู่จางๆ ดวงตาฝ้าฟางทอดมองออกไปนอกกระจกรถด้วยความรู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมานานหลายเดือน
ในมือของคุณย่ารัศมีมีกล่องกระดาษใส่ขนมไทยโบราณที่รสชาติถูกปากและน้ำตาลน้อยตามที่รสรินสัญญาไว้ หญิงชราโอบกอดมันไว้ราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า รสรินเหลือบมองภาพนั้นผ่านกระจกมองหลังด้วยความรู้สึกอุ่นซ่านในอก ความเหน็ดเหนื่อยจากการวิ่งวุ่นในโรงพยาบาลรัฐบาลร่วมสี่ชั่วโมงมลายหายไปเป็นปลิดทิ้งเมื่อเห็นว่าผู้สูงอายุในการดูแลมีความสุขและปลอดภัย
