บทที่ 1 1

เสียงบรรเลงเปียโนคลาสสิกดังกังวานแผ่วเบา คลอเคล้าไปกับบรรยากาศหรูหราของห้องอาหารบนชั้นดาดฟ้าโรงแรมห้าดาว โคมไฟระย้าคริสตัลส่องประกายระยิบระยับตกกระทบแก้วไวน์ราคาแพง ทว่าค่ำคืนวันที่สิบมกราคมซึ่งควรจะเป็นอีกหนึ่งเดตอันแสนโรแมนติก กลับถูกปกคลุมด้วยความอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก บนโต๊ะอาหารมุมส่วนตัวที่สุดมีเพียงเสียงช้อนส้อมจากโต๊ะข้างเคียงที่ดังแว่วมา ตัดกับความเยือกเย็นของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

“คุณเวย์คะ อาหารไม่ถูกปากหรือคะ ทำไมทานไปนิดเดียวเอง” วิมลดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหวานหู รอยยิ้มพิมพ์ใจถูกประดับไว้บนใบหน้าสวยเฉี่ยว มือเรียวที่เพนต์เล็บมาอย่างพิถีพิถันเอื้อมไปตักเนื้อปลาชั้นดี หมายจะเอาใจด้วยการวางลงในจานของเขา

“ไม่ต้องครับ ผมอิ่มแล้ว”

ไววิทย์ยกมือขึ้นห้ามเบาๆ ก่อนจะวางช้อนส้อมลงอย่างเชื่องช้า แผ่นหลังกว้างเอนพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาคมกริบที่มักจะซ่อนความรู้สึกไว้มิดชิดจดจ้องไปยังใบหน้าของหญิงสาว เขาทันเห็นรอยยิ้มเสแสร้งที่เธอเพิ่งใช้บอกพนักงานว่าไม่ต้องรีบ และเห็นสายตาตำหนิที่เธอตวัดมองบริกรอีกคนที่ลืมเติมน้ำในเสี้ยววินาทีต่อมา ทุกการกระทำนั้นอยู่ในสายตาของเขาทั้งหมด

วิมลดาชะงักมือค้าง รอยยิ้มที่ปั้นแต่งไว้เริ่มเจื่อนลงเมื่อสบเข้ากับแววตาราบเรียบของเขา นักธุรกิจหนุ่มวัยยี่สิบแปดปีตรงหน้าคือชายผู้หล่อเหลาอย่างร้ายกาจ คิ้วเข้มพาดเฉียง จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากหยักได้รูป แม้เพียงนั่งนิ่งๆ เสน่ห์ของเขาก็ดึงดูดสายตาผู้คนรอบข้างได้เสมอ แต่ระยะหลังมานี้ ไววิทย์กลับยิ่งแผ่รังสีเยือกเย็นและทำตัวเข้าถึงยากจนเธอเริ่มใจคอไม่ดี

“คุณเวย์ดูเครียดนะคะ ช่วงนี้งานที่บริษัทมีปัญหาหรือเปล่า... วิมเป็นห่วงคุณจังเลยค่ะ” เธอพยายามใช้น้ำเสียงออดอ้อนเพื่อทำลายกำแพงที่เขาสร้างขึ้น

“งานบริษัทไม่ใช่ปัญหาที่ผมอยากคุยคืนนี้ครับวิมลดา” เขายกแก้วไวน์ขึ้นจิบเพียงเล็กน้อยแล้ววางลง “เป็นเรื่องของเรา”

“เรื่องของเรา?” หัวคิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ก้อนเนื้อในอกซ้ายหล่นวูบราวกับตกลงไปในเหวลึก แต่เธอยังคงพยายามรักษารอยยิ้มเอาไว้ “อีกแค่สามเดือนก็จะถึงงานหมั้นที่คุณลุงคุณป้าคุยกันไว้แล้ว วิมกำลังตื่นเต้นเรื่องเตรียมงานอยู่เลยค่ะ”

“ผมคิดว่าเราควรเลื่อนการหมั้นออกไปก่อน หรือไม่ก็... ยกเลิกข้อตกลงของผู้ใหญ่ไปเลย”

“อะไรนะคะ!” หญิงสาวเผลออุทานเสียงหลงด้วยความตกตะลึง ก่อนจะรีบเม้มปากและกดเสียงลงต่ำเมื่อตระหนักได้ว่าคนโต๊ะใกล้ๆ เริ่มหันมามอง ดวงตาคู่สวยเริ่มมีหยาดน้ำตารื้นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ทำไมล่ะคะคุณเวย์ วิมทำอะไรผิด หรือวิมทำอะไรให้คุณไม่พอใจตรงไหน คุณบอกวิมได้เลยนะคะ วิมพร้อมจะปรับปรุงตัวเพื่อคุณทุกอย่าง”

“ผมรู้สึกว่าเราเข้ากันไม่ได้ครับ และถ้าความรู้สึกของผมมันยังไม่แน่ใจ ผมก็ไม่ควรเห็นแก่ตัวปล่อยให้คุณเตรียมงานต่อไปเหมือนทุกอย่างเรียบร้อยดี” น้ำเสียงของเขายังคงราบเรียบ ทว่าเด็ดขาดจนคนฟังใจสลาย

“เรายังมีเวลาปรับตัวนะคะคุณเวย์ วิมอาจจะทำตัวไม่ถูกไปบ้าง เพราะวิมให้ความสำคัญกับคุณมากจริงๆ วิมไม่ได้อยากให้คุณรู้สึกอึดอัดเลยนะคะ”

ไววิทย์ทอดสายตามองมือที่สั่นเทาและกำลังกำผ้าเช็ดปากบนตักของเธอแน่น ก่อนจะเลื่อนสายตากลับมาสบตากับเธอตรงๆ “ผมชอบคนที่มีความจริงใจครับวิมลดา แต่เวลาที่อยู่กับคุณ ผมกลับรู้สึกว่าคุณกำลังพยายามสวมบทบาทเป็นคนที่คุณคิดว่าผมต้องการตลอดเวลา จนทุกวันนี้ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวตนจริงๆ ของคุณคือใคร หรือคุณกำลังคิดและรู้สึกอะไรอยู่กันแน่”

“ไม่ใช่นะคะคุณเวย์! วิมก็เป็นของวิมแบบนี้ วิมเป็นผู้หญิงเรียบร้อย รักนวลสงวนตัว วิมแค่อยากเก็บสิ่งที่ดีที่สุดไว้ให้คุณในวันแต่งงานของเรา ที่วิมระมัดระวังตัวก็เพราะวิมให้เกียรติคุณนะคะ” เธอรีบงัดข้ออ้างที่คิดว่าผู้ชายทุกคนบนโลกต้องพึงพอใจขึ้นมาใช้

“ผมไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้น และผมไม่เคยขอให้คุณต้องมาพิสูจน์คุณค่าอะไรด้วยเรื่องบนเตียง” ชายหนุ่มสวนกลับทันควันโดยไม่หลบตา “คุณมีสิทธิ์เต็มที่ที่จะกำหนดขอบเขตของตัวเองครับ สิ่งที่ผมกำลังตั้งคำถามคือความจริงใจของคุณที่มีต่อผมต่างหาก ไม่ใช่เรื่องที่คุณเคยคบใครมาก่อนหรือบริสุทธิ์ผุดผ่องแค่ไหน”

วิมลดาหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ คำตอบที่เธออุตส่าห์เตรียมไว้อย่างดีถูกปัดตกอย่างไม่ไยดี เธอเคยหลงคิดมาตลอดว่าหากวางตัวเป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อมและไร้ที่ติ ไววิทย์คงจะพอใจจนไม่มีเหตุผลให้ปฏิเสธ ทว่าผู้ชายตรงหน้ากลับฉลาดหลักแหลมกว่านั้น เขามองทะลุเปลือกนอกที่เธอสร้างขึ้น ไปยังสิ่งเน่าเฟะที่เธอซุกซ่อนไว้และไม่อยากให้ใครเห็น

“คุณเวย์... วิมไม่เข้าใจจริงๆ ว่าคุณต้องการให้วิมทำอะไรอีก” เสียงของเธอสั่นพร่า คล้ายคนจนตรอก

“ถ้าคนสองคนต้องพยายามเปลี่ยนตัวเองจนไม่เหลือเค้าโครงเดิม เพียงเพื่อให้แต่งงานกันได้... ผมว่าเราควรหยุดครับวิมลดา คำสัญญาหมั้นหมายของผู้ใหญ่ไม่ได้เป็นเครื่องการันตีว่าเราจะมีความสุขด้วยกันโดยอัตโนมัติ ชีวิตคู่ต้องอยู่ด้วยกันไปอีกทั้งชีวิต ผมไม่อยากเห็นแก่ตัวรับปากในสิ่งที่ผมไม่ได้รู้สึก แล้วปล่อยให้คุณต้องมานั่งเสียใจทีหลัง”

ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนาขยับจัดเสื้อสูทให้เข้าที่อย่างใจเย็น ในขณะที่หญิงสาวยังคงนั่งเบิกตากว้าง มองเขาด้วยความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลาย เธอไม่อยากเชื่อว่าบทสนทนาอันแสนโหดร้ายนี้กำลังจะจบลง

“ผมจะเป็นคนไปคุยกับคุณพ่อเองครับ ผมจะเป็นฝ่ายขอยกเลิกและอธิบายให้ผู้ใหญ่เข้าใจทั้งหมด คุณไม่ต้องลำบากตอบคำถามแทนผม มื้อนี้ผมจัดการเคลียร์บิลเรียบร้อยแล้ว ถ้าคุณจะกลับ ผมจะให้พนักงานเรียกรถให้”

“วิมมีรถค่ะ” เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระด้างที่เผลอหลุดออกมา ก่อนจะรีบปรับเสียงให้อ่อนลงเมื่อรู้ตัว “วิม... ขอนั่งทำใจอยู่ตรงนี้อีกสักพักนะคะ”

ไววิทย์พยักหน้ารับรู้เพียงเล็กน้อย ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปโดยไม่มีแม้แต่ความลังเล

วิมลดามองตามแผ่นหลังกว้างนั้นจนลับสายตา สองมือที่วางอยู่บนตักกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกจมลึกลงไปในเนื้อ ความตกตะลึงและเสียใจเมื่อครู่กำลังถูกแทนที่ด้วยเพลิงโทสะที่ลุกโชน เมื่อพนักงานเสิร์ฟเดินเข้ามาสอบถามด้วยความนอบน้อมว่าจะรับของหวานเพิ่มหรือไม่ หญิงสาวกลับตวัดสายตาขวางและฉีกยิ้มเย็นชาออกมาได้ราวกับไม่มีเรื่องบาดหูเกิดขึ้นเมื่อครู่

“ไม่ค่ะ เก็บจานไปให้พ้นหน้าฉันได้เลย”

รอยยิ้มเสแสร้งนั้นจางหายไปทันทีที่พนักงานหันหลังกลับ ตำแหน่งภรรยาของทายาทหมื่นล้านที่เธอวาดฝันไว้อยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อม เธอจะไม่มีวันยอมให้มันหลุดลอยไปเพียงเพราะผู้ชายคนหนึ่งตัดสินใจเอาเองว่าเข้ากันไม่ได้ เธอไม่ยอมกลับไปแบกรับหน้าตอบคำถามบิดาว่าสูญเงินค่าเตรียมงานไปเท่าไหร่ และที่สำคัญที่สุด เธอจะไม่มีวันยอมให้พวกผู้หญิงในแวดวงไฮโซที่เคยอิจฉาเธอ ได้มีโอกาสหันมาหัวเราะเยาะความพ่ายแพ้ของเธอเด็ดขาด!

บทถัดไป