บทที่ 2 2
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ณ คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง
เพล้ง!
เสียงแจกันราคาแพงถูกปาอัดกระแทกกำแพงจนแตกกระจายเสียงดังลั่นห้องรับแขก เศษคริสตัลชิ้นเล็กชิ้นน้อยกระเด็นเกลื่อนไปถึงใต้โต๊ะ ตามมาด้วยหมอนอิงที่ถูกเหวี่ยงระบายอารมณ์จนไปกองอยู่ข้างประตู วิมลดายืนหอบหายใจแรงจนหน้าอกกระเพื่อม มือบางสั่นเทาด้วยความโกรธจัด ดวงตาแดงก่ำมองหาข้าวของชิ้นต่อไปที่พอจะหยิบฉวยมาทำลายได้
“คิดว่าพูดพล่อยๆ แค่นั้นแล้วจะเดินสะบัดก้นจากไปได้ง่ายๆ หรือไงไววิทย์!” เธอตะคอกเสียงกร้าว เดินวนไปมาอยู่หน้าบานกระจกใสที่มองเห็นวิวเมืองยามค่ำคืน สมองอันชาญฉลาดเริ่มทำงานอย่างหนักเพื่อหาทางพลิกสถานการณ์
ไววิทย์รู้สึกว่าเธอสวมหน้ากากเข้าหา... ก็เพราะเธอกำลังทำเช่นนั้นจริงๆ น่ะสิ! ตัวตนที่แท้จริงของวิมลดาคือผู้หญิงที่รักสนุก ชอบเที่ยวกลางคืน หหลงใหลในงานสังคมและต้องการเป็นจุดสนใจที่ใครๆ ต้องเหลียวมอง แต่ทันทีที่ครอบครัวของทั้งสองฝ่ายเริ่มจับเข่าคุยเรื่องเกี่ยวดอง เธอก็ต้องฝืนใจแสดงละครเป็นกุลสตรีผู้อ่อนหวาน พับเก็บทุกข้อบกพร่องซ่อนไว้มิดชิด ทั้งต่อหน้าเขาและว่าที่พ่อแม่สามี
แต่สิ่งที่เธอหวาดกลัวยิ่งกว่าการถูกถอนหมั้น คือความลับที่ถูกซุกซ่อนอยู่ในซองเอกสารจากคลินิกสูตินารีเวชในลิ้นชักห้องนอนต่างหาก...
แพทย์เจ้าของไข้เคยอธิบายถึงภาวะรังไข่ทำงานบกพร่องก่อนวัยอันควรของเธออย่างละเอียด มันเป็นความผิดปกติของร่างกาย ไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมหรือจำนวนผู้ชายที่เธอเคยหลับนอนด้วย และมันก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตผู้หญิงของเธอจะจบสิ้นลง แต่เมื่อตระกูลมหาเศรษฐีอย่างไววิทย์ตั้งความหวังเรื่อง 'ทายาท' ไว้สูงลิ่ว คำถามเหล่านั้นกดดันจนเธอเลือกที่จะซ่อนซองผลตรวจนั้นไว้ แล้วแต่งเรื่องโกหกที่ฟังดูสวยหรูขึ้นมาแทน
เธอไม่เคยกล้าบอกความจริงกับเขา ไม่เคยแม้แต่จะโยนหินถามทางว่าเขาจะรับได้ไหม วิมลดาตัดสินใจแทนเขาไปเสร็จสรรพว่าครอบครัวเขาไม่มีวันยอมรับสะใภ้ที่อาจจะมีลูกให้ไม่ได้ และยิ่งเธอหวาดกลัวที่จะสูญเสียทุกอย่างไปมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งถลำลึกสร้างคำโกหกมากขึ้นเท่านั้น จนในที่สุดเส้นด้ายแห่งความสัมพันธ์ที่เธอพยายามประคับประคองก็เริ่มขาดผึง
“ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ พรุ่งนี้เช้าเขาต้องบุกไปบอกพ่อยกเลิกงานแต่งแน่ๆ”
หญิงสาวหยุดเดินกะทันหัน ผู้ชายเด็ดขาดอย่างไววิทย์ หากได้ลั่นวาจาออกไปแล้วย่อมไม่มีวันคืนคำ แต่ในความเย็นชานั้น เขากลับมีจุดอ่อนสำคัญข้อหนึ่งที่เธอรู้ดีกว่าใคร... ไววิทย์เป็นสุภาพบุรุษที่บ้าความรับผิดชอบ เขาไม่เคยปัดสวะให้พ้นตัวในเรื่องที่เขาเป็นต้นเหตุ และไม่เคยปล่อยให้คนอื่นต้องมารับเคราะห์แทนการกระทำของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธุรกิจหรือชีวิตส่วนตัว
“ความรับผิดชอบ...” เธอกระตุกยิ้มมุมปาก พึมพำกับตัวเองเสียงแผ่ว ก่อนจะหันกลับมามองสภาพห้องที่เละเทะไม่มีชิ้นดี “ถ้าเขาตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองทำร้ายฉันจนย่อยยับ แล้วผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายรู้เรื่องนี้เข้า... เขาจะกล้าเดินหันหลังให้ฉันเหมือนคืนนี้ได้ยังไง”
ความคิดแรกที่แวบเข้ามาคือการจัดฉากแบล็กเมล์ ทว่าคนฉลาดเป็นกรดอย่างไววิทย์จะต้องตั้งคำถาม เขาจะต้องสืบสวนหาความจริง และหากเขารู้ตัวว่าไม่ได้ล่วงเกินเธอแม้แต่ปลายเล็บ เขาอาจจะรังเกียจและตัดขาดเธอเร็วยิ่งกว่าเดิม วิมลดาต้องการแผนการที่รัดกุมกว่านั้น เธอต้องการให้มีค่ำคืนเร่าร้อนเกิดขึ้นจริง คืนที่เขาถูกมอมจนจำอะไรไม่ได้ชัดเจน ทว่าเมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้า คนที่นอนเปลือยเปล่าอยู่เคียงข้างเขาจะต้องเป็นเธอ
ส่วนคนที่ต้องมารองรับอารมณ์ดิบเถื่อนและรับบทเหยื่อในคืนนั้น... จะต้องไม่ใช่เธอ! เธอต้องการแพะรับบาปที่โง่เขลาและไม่มีปากมีเสียง
ปลายนิ้วเรียวกดเปิดหน้าจอโทรศัพท์ เลื่อนหารายชื่ออดีตลูกน้องเก่าของครอบครัว... ผู้ชายไร้ค่าที่เพิ่งโทรศัพท์มาร้องห่มร้องไห้ขอความช่วยเหลือเรื่องหนี้พนันก้อนโตเมื่อไม่กี่วันก่อน และที่สำคัญ... ไอ้สวะนั่นมี 'หลานสาว' วัยกำลังโตที่ใช้ชีวิตปากกัดตีนถีบอยู่คนละโลกกับเธอ จนแทบไม่มีโอกาสที่ไววิทย์จะเคยเห็นหน้าค่าตา
