บทที่ 3 3

เช้าวันที่สิบเอ็ดมกราคม

วิชัยนั่งคุกเข่าอยู่บนพรมเปอร์เซียราคาแพงในห้องรับแขก สภาพใบหน้าบอบช้ำเต็มไปด้วยรอยเขียวม่วงจากการถูกรุมซ้อม เขายกมือไหว้ปลกๆ ปะหลับปะเหลือกมองหญิงสาวที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟา วิมลดากำลังสูบบุหรี่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย เย็นชาจนเดาอารมณ์ไม่ถูก แม้เสียงเครื่องปรับอากาศจะทำงานเย็นฉ่ำ แต่เหงื่อกาฬกลับไหลย้อยจากขมับของวิชัยลงมาจนชุ่มคอเสื้อ

“หนี้พนันสามล้านที่แกไปก่อไว้ พวกเสี่ยกวงกำลังตามเก็บแกอยู่ใช่ไหม” เธอพ่นควันสีเทาออกมาก่อนจะเอ่ยถามเสียงเรียบ

“ชะ...ใช่ครับคุณวิมลดา ได้โปรดช่วยผมด้วยนะครับ ถ้าคุณไม่เมตตาช่วยผมครั้งนี้ ผมต้องโดนพวกมันฆ่าหั่นศพแน่ๆ” วิชัยละล่ำละลักอ้อนวอน

“ฉันช่วยแกได้ ฉันจะจ่ายหนี้ทั้งหมดให้ แถมจะให้เงินไปตั้งตัวอีกก้อนใหญ่... แต่แกต้องทำงานชิ้นหนึ่งให้ฉันแลกกัน”

“งานอะไรครับ! ให้ผมไปบุกน้ำลุยไฟ ไปทำอะไรผมก็ยอม ขอแค่ผมรอดตายก็พอ”

วิมลดาบี้บุหรี่ลงกับที่เขี่ยอย่างเชื่องช้า ดวงตาเฉี่ยวตวัดมองชายตรงหน้า “แกมีหลานสาวอยู่คนหนึ่ง กำลังเรียนมหาวิทยาลัยปีหนึ่งใช่ไหม... ชื่อพรชิตา”

วิชัยชะงักงันไปชั่วขณะ “ยะ... ยัยพรเหรอครับ ใช่ครับ หลานสาวแท้ๆ ของผมเอง พ่อแม่มันตายหมด ผมเลยรับมาเลี้ยง... คุณวิมลดาถามถึงหลานผมทำไมหรือครับ”

“ฉันต้องการตัวมัน... ให้ไปที่โรงแรม คืนพรุ่งนี้”

“ไป... ไปทำอะไรครับ” เสียงของคนเป็นอาเริ่มสั่น

หญิงสาวโน้มตัวไปข้างหน้า น้ำเสียงของเธอลดระดับลงจนเกือบเป็นกระซิบ ทว่ากลับกรีดลึกลงไปในใจคนฟัง “ฉันจะจัดฉากมอมยาคุณเวย์ ทำให้เขาจำสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนพรุ่งนี้ไม่ได้ แกมีหน้าที่พาหลานแกมาส่งเข้าห้องเขา พอรุ่งเช้าก็รีบมาเอาตัวมันกลับไป แล้วฉันจะเข้าไปนอนสวมรอยแทน”

วิชัยเบิกตากว้าง อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง เมื่อสมองประมวลผลความหมายของคำพูดเหล่านั้น ใบหน้าที่ช้ำเลือดช้ำหนองก็ยิ่งซีดเผือดลงกว่าเดิม

“ตะ... แต่ ยัยพรเพิ่งจะสิบเก้านะครับคุณวิมลดา! มันเป็นเด็กดี วันๆ เอาแต่เรียนกับทำงานพิเศษงกๆ ไม่เคยมีแฟน ไม่เคยยุ่งเรื่องพรรค์นี้ แล้วผมจะไปบอกให้มันทำเรื่องระยำแบบนั้นได้ยังไง”

“ฉันไม่ได้สั่งให้แกไป ‘ขออนุญาต’ มัน!” วิมลดาตวาดตัดบทเสียงห้วน “แกจะแต่งเรื่องตอแหลอะไรก็หาทางหลอกพามันมาให้ได้ แล้วทำตามที่ฉันสั่ง! เรื่องคุณเวย์ฉันจะจัดการต่อเอง ก่อนฟ้าสางแกต้องเอาตัวหลานแกออกไปจากห้องให้พ้น อย่าให้เขาตื่นมาเห็นหน้ามัน และอย่าให้ใครหน้าไหนรู้เด็ดขาดว่าผู้หญิงคืนนั้นเป็นใคร!”

“คุณ... คุณจะสวมรอยว่าเป็นคนที่หลับนอนกับคุณเวย์หรือครับ”

“ใช่! เขารู้อยู่แก่ใจคนเดียวว่าตัวเองเมาจนจำอะไรไม่ได้ แต่คนทั้งโลกจะเห็นว่าฉันเป็นคนเดินออกมาจากห้องเขา ถ้าฉันแสร้งร้องห่มร้องไห้กลับบ้านไปฟ้องแม่ แกคิดว่าผู้ใหญ่จะยอมให้เขาถอนหมั้นฉันง่ายๆ อย่างนั้นหรือ”

วิชัยก้มหน้ามองมือตัวเองที่กำลังสั่นเทา จิตใต้สำนึกของความเป็นอาที่เลี้ยงดูเด็กคนหนึ่งมายังพอหลงเหลือทำให้เขาเกิดความลังเล แต่พอภาพใบหน้าเหี้ยมเกรียมของเสี่ยกวงลอยเข้ามาในหัว ประกอบกับความเจ็บแปลบที่ชายโครงซึ่งโดนกระทืบมาเมื่อวาน ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีก็เริ่มถูกบดบัง เขาอึกอักถามต่อว่าหากหลานสาวจำหน้าผู้ชายคนนั้นได้จะทำอย่างไร วิมลดาเพียงแสยะยิ้มและตอบกลับมาว่า พรชิตาไม่รู้จักคนระดับไววิทย์หรอก และวิชัยนั่นแหละที่มีหน้าที่ต้องทำให้เธอ ‘ไม่รู้’ ต่อไป

“ถ้ามันตื่นมาแล้วโวยวายถาม แกก็แค่บอกว่ามันแพ้อาหารหรือโดนวางยาจนสลบไป แกเลี้ยงมันมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย แกน่าจะรู้ดีนี่ว่าจะต้องปั้นน้ำเป็นตัวยังไงให้เด็กมันเชื่อ”

เช็คเงินสดใบสั่งจ่ายระบุตัวเลขชัดเจนถูกโยนลงตรงหน้าวิชัย ทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับจำนวนเงินบนกระดาษใบนั้น เขาก็เงยหน้าขึ้นขวับทันที

“สองล้านนี่เป็นเงินมัดจำล่วงหน้า... แต่งานสำเร็จเรียบร้อยเมื่อไหร่ ฉันจะจ่ายให้อีกสามล้านสำหรับเอาไปโปะหนี้เสี่ยกวง รวมเป็นห้าล้านบาทถ้วน! แกแค่ทำตามแผนให้เนียน แล้วรูดซิปปากเรื่องนี้ให้สนิท”

วิชัยยื่นมือที่สั่นเทาออกไปแตะแผ่นกระดาษแล้วชะงัก วิมลดาไม่พูดเร่งเร้า ไม่เอ่ยถึงหลานสาวของเขาอีก เธอเพียงแค่นั่งนิ่งๆ ปล่อยให้ความโลภและความกลัวตายกัดกินจิตใจผู้ชายตรงหน้า จนกว่าเขาจะหาเหตุผลจอมปลอมมาเข้าข้างตัวเองได้สำเร็จ

ในหัวของวิชัยหวนคิดถึงช่วงเวลาหลายปีที่พรชิตาอาศัยอยู่ในห้องเช่าซอมซ่อกับเขา คิดถึงข้าวกล่องราคาถูกที่เขาเคยซื้อให้กินประทังชีวิต ก่อนที่เขาจะจงใจ ‘ลืม’ ไปเสียสนิทว่า ในระยะหลังมานี้ หลานสาวตัวน้อยต่างหากที่เป็นคนออกไปทำงานงกๆ หาเงินมาจ่ายทั้งค่าเช่าห้องและค่ากับข้าวให้เขากิน

เขาพยายามสะกดจิตตัวเองว่า... แค่ครั้งเดียวเท่านั้น แลกกับเงินก้อนโตที่จะพลิกชีวิตให้กลับมาตั้งตัวได้ใหม่ แล้วยัยพรก็จะได้ไม่ต้องมาทนลำบากกับเขาอีก ทั้งที่ในส่วนลึกของหัวใจ เขารู้ดีแก่ใจว่าตนเองกำลังทำเรื่องสารเลวที่สุด ด้วยการเอาความบริสุทธิ์และความไว้ใจของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ไปแลกกับชีวิตที่สุขสบายของตัวเอง

“ตกลงครับ... ผมจะพายัยพรไปส่งให้”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป