บทที่ 4 4
เย็นวันที่สิบสองมกราคม
พรชิตายืนปาดเหงื่ออยู่หน้าเตารีดในห้องเช่าสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่อากาศร้อนอบอ้าว ชุดนักศึกษาตัวเก่งถูกรีดจนเรียบกริบ บนโต๊ะพับตัวเล็กข้างๆ มีสมุดจดบันทึกรายรับรายจ่ายกางทิ้งไว้ ตัวเลขค่าเทอมงวดสุดท้ายที่ยังหาได้ไม่ครบถูกวงกลมทับด้วยปากกาสีแดงย้ำเตือนความจำ
หญิงสาววัยสิบเก้าปีทอดถอนใจยาวขณะมองตัวเลขเหล่านั้น ก่อนจะพับเสื้อเชิ้ตอย่างเบามือ เธอไม่ได้หวังอะไรมากมายในชีวิต แค่ขอให้เรียนจบไวๆ จะได้มีงานทำที่มั่นคง และไม่ต้องคอยสะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะเสียงพวกทวงหนี้มาทุบประตูห้องหาอาของเธออีกก็พอแล้ว
“พรเอ๊ย! อยู่ไหมลูก อามาแล้ว”
เสียงเรียกคุ้นหูทำให้เธอรีบถอดปลั๊กเตารีดแล้วเดินไปปลดล็อกประตู
“อาชัย! หายไปไหนมาตั้งหลายวันคะ พรโทรไปหาเป็นสิบสายก็ไม่ยอมรับ” ทว่าเมื่อประตูเปิดออกและเห็นสภาพใบหน้าที่บอบช้ำราวกับเพิ่งไปฟัดกับหมาหมู่มา รอยยิ้มดีใจของหลานสาวก็หุบลงทันที “อาไปมีเรื่องกับพวกทวงหนี้มาอีกแล้วใช่ไหมคะ พรบอกแล้วไงว่าอย่าไปยุ่งกับพวกมันอีก”
“โอ๊ย นิดหน่อยเองลูก อาแค่พลาดท่าไปนิดเดียว” วิชัยหัวเราะแห้งๆ พยายามเบือนหน้าหลบสายตาจับผิดของหลาน “แต่คราวนี้แกไม่ต้องห่วงแล้วนะพร อาได้งานใหม่ทำแล้ว เป็นงานจัดเอกสารสต๊อกสินค้าให้โรงแรมหรูเลยนะ เขาให้เงินดีมากด้วย”
“จริงหรือคะอา! ดีจังเลย อาจะได้มีเงินไปทยอยใช้หนี้เขาสักที” ดวงตากลมโตเป็นประกายขึ้นมาด้วยความหวัง
“แต่งานมันเยอะมากเลยลูก คืนนี้อาต้องเคลียร์ข้อมูลให้เสร็จรวดเดียว... พรพอจะว่างไหม ไปช่วยอาคีย์ข้อมูลลงคอมฯ หน่อยสิ อาเห็นว่าเราพิมพ์งานเก่ง ถ้าพรไปช่วย อาจะแบ่งเงินค่าจ้างให้ครึ่งนึงเลย เอาไว้ไปจ่ายค่าเทอมที่ยังขาดอยู่ไง”
พรชิตาชะงัก หันไปมองสมุดบัญชีบนโต๊ะอย่างชั่งใจ ก่อนจะหันกลับมาถามด้วยความเป็นห่วง “แล้วงานมันต้องทำถึงกี่โมงคะอา พรุ่งนี้พรมีเรียนเช้าด้วย ถ้าดึกมากพรกลัวว่าจะรับปากแล้วทำไม่ไหว”
วิชัยรีบสวนขึ้นมาทันที “ถ้างานมันช้า อาจะให้พรกลับมาก่อนเลยลูก” พูดจบเขาก็ยกมือขึ้นแตะแผลฟกช้ำที่มุมปาก แสร้งซี๊ดปากทำทีว่าเจ็บปวดหนักหนา “อาอยากจะเริ่มทำงานทำการดีๆ กับเขาสักที พรเห็นใจช่วยอาหน่อยเถอะนะลูกนะ”
น้ำเสียงเว้าวอนและสภาพน่าเวทนานั้น ทำให้กำแพงความลังเลของพรชิตาพังทลายลง เธอรู้ดีว่าอาเคยให้คำมั่นสัญญาว่าจะเลิกเล่นการพนันมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ถ้าหากครั้งนี้เขาได้งานทำจริงๆ อย่างที่พูด การที่เธอยอมเหนื่อยช่วยเขาสักคืน มันอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้อาไม่ต้องกลับไปพึ่งบ่อนการพนัน และไม่ต้องถูกซ้อมจนสะบักสะบอมแบบนี้อีก
“ก็ได้ค่ะ พรจะไปช่วย อาไปล้างหน้าล้างตาพักเหนื่อยก่อนนะคะ เดี๋ยวพรขอเก็บของแป๊บเดียว”
“ขอบใจมากนะลูก... ขอบใจแกจริงๆ” วิชัยพูดเสียงแผ่ว หลุบตาต่ำลงไม่กล้ามองหน้าหลาน
พรชิตารีบจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดเชิ้ตสีขาวเรียบร้อยที่มักจะใส่ไปทำงานพิเศษ หยิบสมุดโน้ต ปากกา และหนังสือเรียนวิชาพรุ่งนี้ใส่กระเป๋าสะพายใบเก่า หวังจะเอาไปนั่งอ่านฆ่าเวลาระหว่างรอคอมพิวเตอร์ประมวลผล โทรศัพท์มือถือหน้าจอแตกร้าวมีแบตเตอรี่เหลืออยู่เพียงสิบเปอร์เซ็นต์ เธอตั้งใจจะเอื้อมไปหยิบสายชาร์จ แต่เสียงของวิชัยที่ตะโกนเร่งบอกว่ารถแท็กซี่มารอแล้ว ทำให้เธอต้องตัดใจวางมันทิ้งไว้และรีบวิ่งตามออกไป
วิชัยยืนมองแผ่นหลังเล็กๆ ของหลานสาวที่กำลังเอื้อมมือไปดึงประตูห้องให้ปิดลง ความรู้สึกผิดและละอายใจแล่นปราดขึ้นมาจุกที่คอหอยเพียงชั่ววูบ ก่อนที่ความเห็นแก่ตัวจะกดทับมันลงไปจนมิด
พรชิตาหันมายิ้มบางๆ แล้วถามว่าเขาหยิบกุญแจห้องมาหรือยัง วิชัยเพียงแค่พยักหน้ารับทื่อๆ โดยไม่กล้าสบตากับดวงตาใสซื่อคู่นั้นนาน
เด็กสาวผู้บริสุทธิ์ก้าวเดินออกไปพร้อมกับรอยยิ้ม โดยเชื่อหมดใจว่าตนเองกำลังจะไปช่วยต่อลมหายใจและมอบชีวิตใหม่ให้กับผู้เป็นอา
ในขณะที่ผู้ชายซึ่งเดินนำหน้าเธอไปนั้น กลับรู้อยู่เต็มอก... ว่าเขากำลังพาแก้วตาดวงใจเพียงคนเดียวของครอบครัว ไปสังเวยให้กับขุมนรกที่ไม่มีเศษเงินจำนวนใดจะสามารถซื้อชีวิตของเธอกลับคืนมาได้เลย
