บทที่ 5 5
รถแท็กซี่คันเก่าแล่นมาจอดเทียบหน้าประตูทางเข้าโรงแรมหรูระดับห้าดาว พรชิตาก้าวลงจากรถพร้อมกับแหงนหน้ามองตึกสูงตระหง่าน แสงไฟประดับประดาสว่างไสวสะท้อนกระจกบานใหญ่ทั้งแถบจนดูราวกับคริสตัลระยิบระยับ หญิงสาวกระชับสายกระเป๋าสะพายใบเก่าที่บรรจุสมุดและเครื่องเขียนมาเต็มกระเป๋าเตรียมพร้อมสำหรับการทำงานล่วงเวลา ก่อนจะหันไปหาผู้เป็นอาที่กำลังก้มหน้าก้มตาจ่ายเงินค่าโดยสารด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลน
“โรงแรมที่อาชัยมาทำงานใหญ่โตขนาดนี้เลยหรือคะ” เธอเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
“ใช่ลูก ที่นี่เงินดีมากแถมจ่ายไม่อั้นด้วย รีบเข้าไปข้างในกันเถอะ เดี๋ยวเขาจะหาว่าเรามาสายแล้วจะพานอดงานกันพอดี” วิชัยตอบปัดๆ ก่อนจะรีบเดินนำหลานสาวผ่านโถงล็อบบี้อันโอ่อ่า ตรงไปยังทางเดินด้านข้างซึ่งเงียบสงบและไร้ผู้คน
พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ปรายตามองคนทั้งคู่เพียงชั่วครู่ก่อนจะหันกลับไปสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์ตามเดิม เขาได้รับคำสั่งและเงินปิดปากมาล่วงหน้าแล้วว่าควรปล่อยให้คนทั้งสองใช้เส้นทางไหน และต้องตอบคำถามอย่างไรหากมีใครสงสัย ทว่าเมื่อพรชิตาเอ่ยถามขึ้นมาจริงๆ ท่ามกลางความเงียบ วิชัยกลับสะดุ้งสุดตัวจนเกือบทำขวดน้ำพลาสติกในกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ตหล่นลงพื้น
“อาชัยคะ ห้องทำงานอยู่ไหนหรือคะ ทำไมแถวนี้ถึงเงียบจังเลย ไม่มีพนักงานคนอื่นอยู่เลยหรือคะ”
“อ้อ... ห้องทำงานพิเศษน่ะลูก เจ้านายเขาเปิดห้องพักวีไอพีไว้ให้พวกเราเข้าไปนั่งเคลียร์เอกสารโดยเฉพาะ จะได้ไม่มีใครพลุกพล่านมารบกวนไง” วิชัยตอบตะกุกตะกัก พยายามหลบสายตาใสซื่อของหลานสาว
พรชิตามองป้ายบอกทางหน้าลิฟต์ด้วยความสับสน เธอไม่เห็นข้อความใดที่บ่งบอกว่าชั้นบนมีส่วนของสำนักงานซ่อนอยู่ วิชัยเห็นดังนั้นจึงรีบตัดบทด้วยการหยิบขวดน้ำขนาดเล็กที่เตรียมไว้ยัดใส่มือหญิงสาว
“ดื่มน้ำก่อนสิพร อาเปิดฝาไว้ให้แล้ว เมื่อกี้เห็นเดินตากแอร์มาเหนื่อยๆ จะได้สดชื่น”
“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวยกขวดน้ำขึ้นดื่มด้วยความกระหายโดยไม่ได้คิดระแวงเลยแม้แต่น้อยว่าน้ำที่อาแท้ๆ ยื่นให้จะมีสิ่งแปลกปลอมเจือปนอยู่ ความสงสัยเรื่องสถานที่ทำงานมีมากกว่าความหวาดระแวงต่อสายเลือดที่เลี้ยงดูเธอมาจนเติบใหญ่
เมื่อดื่มน้ำเสร็จ พรชิตาจึงล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าขึ้นมา หวังจะส่งข้อความบอกเพื่อนสนิทอย่างมยุรีว่าคืนนี้คงกลับดึก ทว่าทันทีที่หน้าจอสว่างขึ้น สัญลักษณ์เตือนแบตเตอรี่อ่อนก็กะพริบถี่ๆ ก่อนที่เครื่องจะดับวูบไปคามือ
“เดี๋ยวกลับไปถึงห้องพักแล้วค่อยชาร์จก็ได้ลูก ไปถึงห้องทำงานเจ้านายก็มีที่ชาร์จให้เสียบถมเถไป” วิชัยรีบแตะแขนหลานสาวแล้วดันหลังให้เธอก้าวเข้าไปในลิฟต์ที่เพิ่งเปิดออก
...
อีกฝั่งหนึ่งของโรงแรม ณ ห้องอาหารส่วนตัวสุดหรู
วิมลดานั่งสง่างามอยู่ในชุดเดรสสีดำสนิทที่ขับเน้นผิวขาวผ่องและเรือนผมที่จัดทรงมาอย่างประณีต รอยยิ้มบนใบหน้าสวยเฉี่ยวไม่มีเค้าลางของความเกรี้ยวกราดบ้าคลั่งจากค่ำคืนก่อนหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงแววตาเศร้าสร้อยที่ถูกปั้นแต่งขึ้นอย่างแนบเนียน เพื่อให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามรู้สึกว่าเธอกำลังพยายามอย่างหนักที่จะยอมรับความพ่ายแพ้
“วิมเข้าใจเหตุผลของคุณเวย์ทุกอย่างนะคะ และวิมเคารพการตัดสินใจของคุณค่ะ” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย
ไววิทย์ทอดสายตามองหญิงสาว ก่อนจะวางสมาร์ตโฟนเครื่องหรูลงบนโต๊ะข้างแก้วน้ำ ชายหนุ่มเพิ่งจะกดบันทึกเสียงสั่งงานเลขาฯ ส่วนตัวระหว่างที่รอวิมลดา ทว่าเมื่อหญิงสาวเริ่มเปิดบทสนทนา เขาจึงละความสนใจจากหน้าจอและหันมาฟังเธออย่างจริงจัง โดยไม่ทันสังเกตเห็นว่าแอปพลิเคชันบันทึกเสียงยังคงทำงานอยู่เงียบๆ
“ผมดีใจที่คุณเข้าใจครับวิมลดา ผมไม่อยากให้ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายต้องมาผิดใจกันเพราะเรื่องนี้ ส่วนเรื่องโปรเจกต์งานที่บริษัทเราทำร่วมกัน เรายังคงคุยกันได้ตามขอบเขตเดิมครับ”
“แน่นอนค่ะ” วิมลดาคลี่ยิ้มบาง หยิบแก้วไวน์แดงของตนขึ้นมาถือไว้ “เพื่อมิตรภาพที่ดีของเรา และเพื่อการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของวิม... แก้วสุดท้ายนะคะ ถือว่าเป็นการดื่มอวยพรและเลี้ยงส่งความสัมพันธ์ที่เราคงไปต่อด้วยกันไม่ได้แล้ว”
ไววิทย์ไม่ได้คิดว่าการดื่มไวน์เพียงแก้วเดียวจะเปลี่ยนข้อสรุปหรือความตั้งใจของเขาได้ และการที่วิมลดาดูเหมือนจะยอมรับความจริงโดยไม่ตีโพยตีพายเรียกร้องอะไร ก็ทำให้ความตึงเครียดภายในใจของเขาคลายลงไปเปราะหนึ่ง ชายหนุ่มจึงหยิบแก้วไวน์ของตนขึ้นมาแตะเบาๆ ก่อนจะยกขึ้นดื่มจนหมดแก้ว โดยไม่ทันเห็นประกายตามาดร้ายของหญิงสาวที่จับจ้องปริมาณของเหลวสีแดงซึ่งไหลลงสู่ลำคอของเขาอย่างไม่วางตา
“เพื่อมิตรภาพครับ”
รอยยิ้มของวิมลดาฉาบอยู่บนใบหน้า เธอลอบจัดการผสมยาปลุกกำหนัดชนิดรุนแรงลงในแก้วไวน์ของเขาตั้งแต่ตอนที่ชายหนุ่มขอตัวออกไปคุยโทรศัพท์ด้านนอก สิ่งที่เธอใส่ลงไปนั้นไม่ใช่สิ่งที่เธอจะมานั่งเสียใจหรือเรียกมันว่าความผิดพลาดในภายหลัง เธอรู้ดีว่าตัวเองกำลังทำอะไร และได้เตรียมแผนการขั้นต่อไปไว้รัดกุมหมดแล้ว
