บทที่ 4 บทที่ 2 ต่อรอง (50%)
บทที่ 2 ต่อรอง
เสียงเพลงจากวงดนตรีชั้นนำซึ่งกำลังได้รับความนิยมในหมู่นักศึกษาดังจนแสบแก้วหู เสียงกรีดร้องของผู้หญิงในร้านอาหารกึ่งผับชื่อดังอย่าง ‘Haven bar’ กำลังสร้างความอึดอัดให้เภตราเมื่อรอบกายพบแต่แสงสี เหล้าสุรา และเสียงอึกทึกครึกโครมน่าปวดหัว หญิงสาวยกมือขึ้นปิดหูตัวเอง ก่อนจะตะโกนถามเพื่อนชายใจสาวที่กำลังนั่งทอดสายตาหวานหยดให้ผู้ชายโต๊ะข้าง ๆ จนลืมสนใจเธอ
“นี่ฟ้าพาเรามาที่นี่ทำไม ฟ้า ฟ้าใส ฟอร์ท!”
ธนาสะบัดใบหน้ากลับมาจิกตามองเพื่อนที่เรียกชื่อจริงของเขาแล้วถลึงตาใส่เพื่อคาดโทษแต่อีกฝ่ายกลับเบ้ปากแล้วตะโกนเสียงดังจนหูแทบแตกตอบมา
“เรา ถาม ว่า พา เรา มา ที่ นี่ ทำไม!”
คราวนี้คนตะโกนถึงกับหอบหายใจถี่รัวเพราะตะโกนจนคอแหบแห้ง ธนากระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนจะกรีดนิ้วลงไปที่แก้วเครื่องดื่มที่เขาเตรียมมาไว้ให้เพื่อนสาวในคืนนี้เป็นพิเศษ ชายใจสาวมั่นใจว่าเครื่องดื่มแก้วนี้จะทำให้เภตรากล้าอ้อนวอนขอร้องให้ณภัทรมาเป็นเจ้าบ่าวได้อย่างแน่นอน
“คอแห้งเหรอ ดื่มน้ำสิ” คนที่ชวนเพื่อนออกมายกแก้วเครื่องดื่มสีฟ้าสดใสส่งให้เพื่อนพร้อมขยิบตาน่ารักไปพร้อมกัน แต่เภตรากลับรู้สึกขนลุก ระแวงกับการกระทำผิดแปลกแฝงความน่ากลัวของเพื่อนที่ตัวเองอาจซวยโดนลูกหลงได้
“น้ำอะไร?”
“น้ำผลไม้ปั่น” เพื่อนสาวเบ้ปากหมั่นไส้คนโง่ที่อวดฉลาด คบกันมาเป็นสิบปียังไม่เคยมีครั้งไหนที่โพนี่ในทุ่งลาเวนเดอร์อย่างเภตราจะเอาชนะปีศาจจำแลงในร่างนางฟ้าอย่างเขาได้เลย ครั้งนี้ก็เช่นกันคนอ่อนประสบการณ์ย่อมพ่ายแพ้ให้เล่ห์เหลี่ยมจอมมารที่ประสบการณ์โชกโชน
“กินเข้าไปเถอะน่า ฉันไม่วางยาแกหรอก แกเป็นเพื่อนฉันนะ”
เภตราบุ้ยปากนึกเคืองที่ถูกรู้ทัน สุดท้ายเลยยอมยกแก้วเครื่องดื่มสีฟ้าสดใสขึ้นจรดริมฝีปาก รสชาติขม ๆ สากระคายคอเมื่อกลืนลงไปแต่ก็รับรู้รสหวานที่เจือมาให้รู้สึกดีขึ้นบาง
ชายใจสาวแสยะยิ้มมุมปากก่อนจะหยิบเครื่องมือสื่อสารออกมากดสองสามทีเพื่อส่งข้อความหาว่าที่สามีของเพื่อน
‘Haven Bar โต๊ะ 12 ใกล้เคาน์เตอร์’
“ฟ้าทำไหมมันขมจัง ไหนว่าน้ำผลไม้ปั่นไง” ฟ้าใสปรับสีหน้าเจ้าเล่ห์ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วตอบเสียงสวย
“อ้อ น้ำผลไม้ปั่นร้านเหล้าก็แบบนี้แหละ อ่ะดื่มนี่อีกหน่อยจะได้ดีขึ้น” ชายใจหญิงหยิบแก้วคอกเทล ‘Sweet Dream’ ซึ่งเป็นสูตร ‘พิเศษ’ ของร้านที่สั่งมาให้เพื่อนสาวล้างคออีกแก้ว เภตรารู้สึกขมคอและร้อนผ่าวจนต้องหยิบอาหารบนโต๊ะเข้าปากแก้อาการประหลาดในคอ ก่อนจะรับแก้วคอกเทลสีขาวใสของเพื่อนมาดื่ม รสชาติของเครื่องดื่มแก้วนี้คล่องคอขึ้นไม่ขมเกินไปมีแอบหวานละมุนลิ้นจนต้องกระดกทีเดียวหมด
“เบา ๆ หน่อยค่ะคุณโพนี่ที่รักเดียวจะสลบซะก่อน”
คำพูดตักเตือนของเพื่อนเลยผ่านหูแล้วข้ามผ่านไปเมื่อหัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นแรงและกลบเสียงเพลงในร้านที่กระหึ่มอยู่ให้เงียบลง เภตราได้ยินเพียงเสียงหัวใจที่กำลังเต้นตึกตักของตัวเอง ใบหน้า หู คอ และร่างกายร้อนผ่าว ตามมาด้วยอาการคันยับยิบตามแขนขา และลำคอ
ร่างสูงที่นั่งอยู่กระตุกยิ้มร้ายก่อนจะยกขาขึ้นไขว่ห้าง ตวัดสายตามีเลศนัยมองประตูทางเข้าร้านด้วยอารมณ์สุนทรี เขาไม่ได้มอมยาแต่มอมเหล้าต่างหาก คนเจ้าแผนการปรายตากลับมามองอาการอ้อแอ้ของคนคออ่อนที่เริ่มแสดงอาการทีละนิดพลางยกเครื่องดื่มในมือขึ้นจิบ จุดอ่อนของเภตราคืออาการคออ่อน เพื่อนสาวของเขาเป็นสตรีที่ดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้ไม่ว่าจะมีส่วนผสมกี่เปอร์เซ็นต์ แค่จิบก็สลบเหมือดนี่เขาเล่นสั่งสูตร ‘พิเศษ’ ของร้านชนิดที่ปลุกความรู้สึกทุกอย่างที่อยู่ในใจให้ไหลทะลักออกมาแบบนี้คืนนี้เภตราคงได้สมหวังกับณภัทรตามแผนของทุกคนแน่
ชายใจสาวนั่งอารมณ์ดีนับหนึ่งถึงสิบรอว่าที่ ‘เพื่อนเขย’ ไม่เกิน 15 นาทีผู้ชายหน้าตาดีที่ยัยโพนี่ตังเมโยนทิ้งจะวิ่งเข้ามา
“หนึ่ง” คนที่พาโพนี่มายกแก้วคอกเทลในมือวางที่โต๊ะสายตาคู่คมที่กรีดอายไลน์เนอร์มาอย่างดีตวัดทอดสะพานให้หนุ่มหล่อข้างโต๊ะ ก่อนจะขยิบตาส่งหัวใจให้อีกฝ่ายแล้วนับต่อ
“สอง”
“ร้อนจังเลย ทำไมร้อนจัง อือ หูก็ร้อน หน้าก็ร้อน”
ธนาผ่อนลมหายใจแล้วขยับริมฝีปากหนาเตรียมเอ่ยนับจำนวนเลขต่อ
“สะ/เม!”
ฟ้าใสกระตุกยิ้มก่อนจะแกล้งตีหน้าซื่อ เอนตัวไปที่โซฟาทำท่าเหมือนตัวเองกำลังเมาทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะจิบคอกเทลไปได้ไม่ถึงครึ่งแก้ว ใบหน้าของเพื่อนเขยแดงก่ำและเต็มไปด้วยคราบเหงื่อบ่งบอกว่าเจ้าตัวคงจะรีบร้อนมาที่นี่จนแทบลืมหายใจ ธนาแกล้งปรือตามองคนมาใหม่แล้วเอ่ยเรียกอีกฝ่ายเพื่อเรียกความสนใจ
“ท็อปทางนี้!”
ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนที่เหมือนคนเพิ่งตื่นกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาร่างเล็กที่กำลังโงนเงนไปมาเหมือนคนกำลังจะหลับข้างกายของธนา
“เม ตังเม!” ณภัทรถลาเข้าไปประกองกอดร่างเล็กที่ทำท่าเหมือนจะล้มหัวทิ่มลงไปที่โต๊ะด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะตวัดสายตาคมดุไปจ้องมองเพื่อนชายใจสาวที่พาเธอมาร้านแบบนี้ทั้ง ๆ ที่รู้ดีว่าเภตราคออ่อนและแพ้แอลกอฮอล์
“ฟอร์ททำไมพาเมมาที่นี่ แล้วนี่...ทำไมถึงปล่อยให้เมดื่มแอลกอฮอล์”
ธนาแสยะยิ้มบาง ๆ ก่อนจะปรับสีหน้าและดัดเสียงให้อ้อแอ้เหมือนคนเมาตอบ “อือ ระ เราเปล่านะท็อป ยัยมะ เมต่างหากชวนมา นายตินบอกเลิกเมแล้ว คราวนี้ขอเลิกจริง ๆ แล้วนะ”
ณภัทรใจหายวาบกลางอกปวดแปลบกับสิ่งที่ได้ยิน ทว่าครั้งนี้คงเหมือนทุกครั้ง เภตราถูกผู้ชายคนนั้นเขี่ยทิ้งแต่ไม่นานทั้งคู่คงกลับมาคืนดีกันอย่างเคย
“อีกไม่เกินสามวันเมคงตามไปง้อมัน สุดท้ายเขาสองคนคงคืนดีกันเหมือนเดิม” น้ำเสียงสั่นเครือพร้อมใบหน้าอมทุกข์ของณภัทรเรียกเสียงถอนหายใจของธนาออกมาก่อนที่ชายใจสาวจะขยับตัวนั่งตรงแล้วเอ่ย
“ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม นายตินต่อว่ายัยเมเรื่องที่ไปขอให้มันมาแต่งงานด้วยแล้วบอกเลิก แถมห้ามยัยเมติดต่อไปอีกเด็ดขาด”
ณภัทรขบกรามแน่น โกรธที่ได้ยิน แต่ลึก ๆ แล้วแอบดีใจกับข่าวดีในข่าวร้าย ชายหนุ่มก้มลงมองเสี้ยวหน้าแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ของผู้หญิงคนเดียวในหัวใจแล้วถอนหายใจออกมา มือเล็กกำลังเกาลำคออย่างแรงจนเป็นรอยแดงเต็มไปหมด ดวงตาคู่หวานเอ่อคลอน้ำตาปริ่มจะร้องไห้ออกมาในไม่ช้า ทำให้ณภัทรตัดสินใจจะพาเภตราออกไปจากร้านก่อนที่หญิงสาวจะอาละวาดร้องไห้โวยวายกลางร้านเหล้าเหมือนในอดีต
“ผมจะพาตังเมกลับก่อนนะครับฟ้าใส”
เพื่อนสาวลอบยิ้มเมื่อได้ยินสรรพนามที่อีกฝ่ายใช้เรียก เดาได้ว่าตอนนี้ณภัทรคงแอบมีความหวังกับคำพูดของเขาไม่มากก็น้อย ชายใจสาวพยักหน้าเบา ๆ รับก่อนจะปรือตามองการกระทำของชายหนุ่มผู้ดำรงตำแหน่งพระรองมาตลอดชีวิตด้วยความสงสารปนเห็นใจ
ทำไมกันนะผู้ชายหล่อ รวย แสนดีที่มีพอร์ชขับแบบนี้ถึงอยู่นอกสายตาของเภตราไปได้
ความคิดแวบหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวของเพื่อนที่คบกับหญิงสาวมาเกือบสิบปี
อ้อ เพราะยัยตังเมเป็นม้าโพนี่ที่วิ่งเล่นในทุ่งลาเวนเดอร์นั่นเอง
“คุณฟ้าใสกลับเองได้ใช่ไหมครับ”
ณภัทรหันมาถามเพื่อนชายใจสาวคนสนิทของคนในอ้อมกอดด้วยความเป็นห่วง ชายหนุ่มเห็นอาการของอีกฝ่ายก็ดูไม่จืดเหมือนกันไม่รู้ว่าใครชวนใครมา แต่พอมานั่งที่ร้านนี้แล้วก็มีอาการไม่ต่างกัน ธนายิ้มรับก่อนจะยกมือทำสัญลักษณ์โอเคเป็นคำตอบให้พ่อพระรองแสนที่น่าสงสารหมดห่วง
“อือ ร้อน อือ จะถอด”
ร่างสูงชะงักคำพูดที่อยากจะเอ่ยถามเพื่อนชายใจสาวของเภตราเอาไว้ เมื่อได้ยินคำพูดชวนตกใจจากริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มที่กำลังขบเม้มต้นคอของเขาอย่างเอาจริงจัง ชายหนุ่มผละร่างเล็กออกจากตัวแล้วผ่อนลมหายใจพร้อมหันไปบอกกล่าวคำล่ำลากับเพื่อนที่นั่งคอพับคออ่อนข้าง ๆ
“ผมขอตัวก่อนนะครับฟ้าใส เมท่าทางไม่ดีเลย”
ธนารับคำอีกครั้งด้วยการพยักหน้าตอบ ทันทีที่ได้คำตอบรับ อีกฝ่ายลุกขึ้นช้อนอุ้มร่างเล็กขึ้นแนบอก เดินเร็ว ๆ ออกจากร้านทันที
คนวางแผนหรี่ตามองจนกระทั่งทั้งสองหายไปจากหน้าร้านจึงลืมตาโพลงพร้อมกลั้วหัวเราะเสียงใส คืนนี้เภตราจะต้องทำตามแผนที่เขาและทุกคนวางไว้สำเร็จ เพราะยัยโพนี่ของเขากระดกคอกเทลสูตรพิเศษของร้านไปจนหมดแก้ว คืนนี้นอกจากจะสารภาพความในใจออกไปอาจถึงขึ้นพลีกายให้ว่าที่เจ้าบ่าวอีกด้วย
“คืนนี้ท็อปของฟ้าใสจะไม่นกอีกแล้วนะคะ”
ณภัทรขับรถพาเภตรากลับมาที่คอนโดของตัวเอง เพราะไม่อยากพาอีกฝ่ายกลับบ้านเกรงว่าจะทำให้คนในบ้านของหญิงสาวตกใจ กว่าชายหนุ่มจะพาร่างเล็กที่เดินไม่ตรงมาถึงรถได้ถึงกับหอบเหนื่อย หญิงสาวเริ่มมีอาการผื่นแดงขึ้นเต็มไปหมดไม่ว่าจะแขน ลำคอ ใบหน้าอ่อนหวานที่แดงก่ำเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์เริ่มแดงลามไปทั่วตัว ตนไม่แน่ใจว่าตอนนี้ที่ตัวหญิงสาวหน้าแดงก่ำเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือรอยเกา
“อือ คัน ร้อนหู อือ” เสียงอ้อแอ้พร้อมมือเล็กที่กำลังเกาลำคออย่างแรงทำให้ชายหนุ่มเริ่มวิตกจนต้องเหยียบคันเร่งจนสุด ภาวนาให้ไม่มีด่านตรวจแอลกอฮอล์เพราะเมื่อหัวค่ำหลังจากเภตรากลับไปเขาเองก็ดื่มไปหลายแก้วอยู่เหมือนกัน
“เมอย่าเกาเดี๋ยวคอเป็นแผล” คนที่ขับรถอยู่เอื้อมมือไปดึงมือเล็กที่เริ่มเกาไปทั่วตัวเพราะกลัวว่าพรุ่งนี้เช้ามันจะกลายเป็นรอยแผล
“คิก” คนเมาที่ไม่มีสติเริ่มหัวเราะคิกคักก่อนจะตะครุบมือของเขาเอาไว้แล้วดึงไปกอด
“เมนั่งดี ๆ เราขับรถอยู่นะ”
“ฮือ ติน ฮึก อย่าทิ้งเราไป ติน ฮือ ตินแต่งงานกับเรานะ อึก”
ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจออกมาเมื่อคำพูดของคนเมากำลังบาดลึกลงไปในหัวใจ พยายามดึงแขนข้างที่ใช้แกะมือคนเมากลับ แต่ก็ถูกรวบกลับไปเกาะเอาไว้ เภตรากอดแขนของณภัทรไว้แน่นปากบ่นพึมพำถึงใครอีกคนก่อนที่ผลข้างเคียงจากคอกเทลสูตรพิเศษของร้านจะเริ่มทำงาน
“เมทำอะไรน่ะ!” ร่างสูงตะโกนออกมาด้วยความตกใจเมื่อเภตราขยับกายเข้ามาหาและอีกฝ่ายทำท่าเหมือนจะเข้ามานั่งตักทั้ง ๆ ที่เขาขับรถอยู่ ชายหนุ่มเริ่มวิตกกับอาการผิดปกติของคนเมาก่อนจะเร่งรีบเลี้ยวรถเข้าลานจอดรถของคอนโดทันที ร่างเล็กโถมกายเข้ามากอดพอดีกับที่เขาชะลอรถจอดเรียบร้อยแล้ว มือเล็กปัดป่ายไปมาตามใบหน้าก่อนจะโผกายเข้ามากอดรัดเขาแน่น
“อือ กอดหน่อยหนาว” คนเมาพูดเสียงอ้อแอ้พร้อมกอดคนไม่เมาแน่น ณภัทรถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนขยับตัวเปิดประตูก้าวขาลงจากรถพร้อมร่างเล็กที่กำลังกอดคอเขาแน่น
ชายหนุ่มช้อนอุ้มร่างเล็กขึ้นแนบอกก่อนจะกดรีโมทล็อกรถเดินเร็ว ๆ เข้าไปในตัวตึกเพื่อพาคนเมาที่กำลังกระทำชำเราร่างกายของคนไม่เมาขึ้นห้องให้เร็วที่สุด
ริมฝีปากเล็กเริ่มคลอเคลียและขบเม้มลำคอของชายหนุ่มหนักขึ้น มือเล็กลุกไล้ปัดป่ายไปทั่วทำให้คนไม่เมาเริ่มจะเมาเพราะการกระทำของคนไม่สติ ณภัทรพยายามบังคับตัวเองไม่ให้ปล่อยมือจากร่างเล็กหรือกระทำการอันไม่พึ่งประสงค์กับคนเมา ชายหนุ่มยืนกระสับกระส่ายอยู่ในลิฟต์ด้วยความร้อนใจ ช้ากว่านี้เขาอาจถูกปล้ำจูบกลางลิฟต์แน่!
“ฟ้าเอาอะไรให้เมดื่มนะ” คนไม่เมาพยายามบังคับตัวเองไม่ให้เสียงสั่นไหวหรือหัวใจอ่อนแอ ก่อนจะผ่อนลมหายใจเมื่อลิฟต์เคลื่อนมาถึงชั้นของตัวเอง ชายหนุ่มจ้ำอ้าวโดยไม่สนใจอะไรตรงไปที่ห้องด้วยความรีบร้อน อาการของเภตราน่าเป็นห่วงจนเขากลัว…กลัวใจตัวเอง
ชายหนุ่มพาร่างบางเข้ามาในห้องด้วยความทุลักทุเล หัวใจที่กำลังเต้นแรงเริ่มชักจูงจิตสำนึกให้เอนเอียงไปทางด้านมืด กว่าเขาจะทำใจให้สงบเกือบพลั้งเผลอตอบรับสัมผัสผิดปกติของเมาไปหลายหน
“ฮึก ร้อน ฮือ ตินอย่าไป อย่าทิ้งเราไป” เสียงร้องไห้คร่ำครวญดังสลับกับเสียงหัวเราะของคนเมากำลังสร้างความปั่นป่วนและปวดร้าวในหัวใจของคนฟังยิ่งนัก ณภัทรไม่แน่ใจว่าตนเองต้องรู้สึกเช่นไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น ดีใจ เสียใจ หรือเจ็บปวดกับข่าวดีของตนในข่าวร้ายของเภตราดี
“เมนอนก่อนนะเดี๋ยวเราไปเอาผ้ามาเช็ดตัวให้”
ชายหนุ่มวางร่างคนเมาลงบนเตียงเบา ๆ ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้คนที่กำลังพร่ำเพ้อร้องไห้ไปหัวเราะไปเอาไว้ แล้วพาหัวใจและร่างกายที่เริ่มอ่อนล้าเข้าไปในห้องน้ำ หลังจากทำใจให้สงบและเลิกรู้สึกอะไรกับคำพูดของคนเมาได้ก็จัดการหาผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำออกมาเช็ดตัวให้คนเมาที่กำลังส่งเสียงหัวเราะคิกคักสลับกับคร่ำครวญไปมา
ณภัทรเดินกลับออกมาพร้อมชามใส่น้ำและผ้าขนหนุผืนเล็ก แต่ก็ต้องตกใจจนตาค้างเมื่อเห็นร่างคนเมายืมจังก้าพร้อมส่งยิ้มหวานมาให้
“เม!” ชายหนุ่มตะโกนออกมาสุดเสียง ตกใจจนเกือบหัวใจวายกับภาพตรงหน้า “ถอดเสื้อผ้าทำไม!”
เคว้ง!
“ท็อปกอดเราหน่อย คิก เราหนาว”
