บทที่ 5 บทที่ 2 ต่อรอง (100%)
“ท็อปกอดเราหน่อย คิก เราหนาว”
ร่างเล็กถลาเข้ามากอดรัดร่างสูงที่กำลังเบิกตากว้างเอาไว้แน่น ณภัทรพยายามควบคุมสติที่แตกกระเจิงเพราะคนเมาที่ ‘แก้ผ้า’ วิ่งมากอดแต่ไม่สำเร็จ หัวใจที่เต้นแรงอยู่แล้วเหมือนจะหลุดออกมาเต้นข้างนอก ร่างกายแนบแน่นเกินปกติกำลังปลุกความรู้สึกส่วนลึกของคนไม่เมาให้แตกกระเจิงมากขึ้นไปอีก
“เมปล่อยเราก่อนนะ” ชายหนุ่มแกะมือเล็กที่กอดรัดเอวสอบเอาออกเบา ๆ แต่คนเมาที่ควบคุมสติไม่ได้กลับกอดรัดแน่นขึ้นแถมเบียดกายเปลือยเปล่าเข้าหาแนบชิดร่างของคนที่มีเสื้อผ้าครบทุกชิ้น
“ท็อปเราไม่ดีตรงไหน ฮึก ทำไมตินทิ้งเราไป ไม่มีใครรักเราเลย ฮือ”
‘ไม่มีใครรักเราเลย’ ณภัทรยกยิ้มมุมปากเหมือนเย้ยหยันตัวเองกับคำพูดที่บาดแทงหัวใจลงไปยังแผลเดิม สำหรับเภตราเขาคงไม่เคยอยู่ในสายตาของเธอเหมือนเคย ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอด ก่อนจะดึงร่างเปลือยของคนเมาออกห่างให้ตัวเองหายใจคล่องขึ้นแล้วสบตาเอ่ยคำปลอบโยนอีกฝ่ายเสียงแผ่ว
“มีคนรักเมเยอะแยะเลยนะ คุณฟ้าใส คุณทิวลิป พ่อ แม่...แล้วท็อปล่ะ”
คำถามตรง ๆ จากแววตาฉ่ำปรือที่โพล่งขึ้นมาสะกิดแผลเป็นในหัวใจของคนแอบรักให้อักเสบเพิ่มขึ้น ร่างสูงฝืนยิ้มส่งไปแทนคำพูดที่จุกตันอยู่ที่ลำคอ
“เมนอนก่อนนะตัวแดงหมดแล้ว” คนไม่เมาที่สติไม่ค่อยเต็มร้อยเริ่มเบี่ยงความสนใจของคนตัวเล็กและของตัวเองด้วยการพาร่างเล็กเปลือยเปล่ามาที่เตียงก่อนจะรั้งร่างเล็กนอนราบบนเตียงห่มผ้าให้อย่างอ่อนโยน หัวใจไม่ใช่แค่เต้นแรงแต่เหมือนกำลังจะทะลุออกมานอกอก ร่างบางที่ได้เห็นกำลังตีสติสัมปชัญญะด้านดีให้แตกพ่ายแล้วดึงสิ่งเลวร้ายที่ซุกซ่อนเอาไว้ในใจคนแอบรักออกมา
“เมกำลังทำให้เราเป็นบ้า” ชายหนุ่มเอ่ยกับคนเมาที่กำลังสงบลง พยายามควบคุมความรู้สึกของตัวเองเอาไว้ แม้จะรู้จักกันมาสิบกว่าปีแต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาและเธอใกล้ชิดกันมากขนาดนี้ ร่างกายเปลือยเปล่าสีชมพูระเรื่อจากฤทธิ์แอลกอฮอล์เย้ายวนจนยากจะหักห้ามความต้องการของตัวเอง หลายครั้งที่หัวใจเกือบพ่ายแพ้ให้สมองเมื่อความรู้สึกเลวร้ายภายในถูกเรียกออกมา
“หากเราเลวกว่านี้อีกนิด เราคงใช้กำลังบังคับให้เมเป็นของเราได้”
หากเขาเลว…เป็นคำพูดที่ดังสะท้อนในหัวใจของคนแอบรักมาตลอด ไม่มีวันไหนที่เขาไม่คิดแย่งชิง ทว่าเพราะคำว่า ‘รัก’ ที่ฝังลึกอยู่ในหัวใจมันดังชัดเจนมากกว่าคำเหล่านั้นจึงทำให้เขายังคงมีสถานะเป็น ‘พระรองที่แสนดี’ มาตลอดได้
“บางทีเราก็อยากเลว” คำพูดแผ่วเบาพร้อมความปวดร้าวจากข้างในคือความรู้สึกที่เก็บซ่อนเอาไว้มาตลอด อยากเลว…เขาอยากเลวมากกว่านี้อีกสักนิดจะได้กล้าพอใช้เล่ห์เหลี่ยมแย่งหัวใจของเธอมา
“ฮือ ตินอย่าไป อย่าทิ้งเราไป”
ทว่าต่อให้เขาเลวจริงดั่งความตั้งใจก็ไม่อาจแน่ใจได้ว่าเขาจะสามารถแย่งชิงหัวใจของเภตรามาเป็นเจ้าของได้
ณภัทรผ่อนลมหายใจออกมาแรง ๆ แล้วลุกขึ้นยืนเพื่อเดินไปเก็บข้าวของที่ทำหลุดมือ หัวใจที่เต้นแรงเต้นช้าลงกับความจริงที่หัวใจควรต้องยอมรับแม้จะไม่เต็มใจยอมรับ
หมับ!
ความคิดทั้งหมดสะดุดลงเมื่อถูกคนเมาที่คิดว่าสงบลงคว้าแขนแล้วออกแรงดึงจนถลาลงไปทาบทับอีกฝ่ายเอาไว้
“เม!” คนไม่เมาตะโกนร้องออกมาสุดเสียง เมื่อถูกคนเมาเล่นทีเผลอ หัวใจที่เพิ่งสงบลงเต้นรัวขึ้นมาอีกครั้ง ใบหน้าอ่อนหวานแดงก่ำที่ส่งยิ้มหวานหยดมาพร้อมดวงตาคู่สวยฉ่ำปรือน่าหลงใหลตีสติที่คนไม่เมาพยายามรวบรวมให้แตงกระจัดกระจายอีกครั้ง
“คิก กอดหน่อยหนาว” มือเล็กทั้งสองข้างโอบรอบคอเอาไว้แน่น จนต้องเลิกคิ้วสูงกับการกระทำของคนเมาที่กำลังปั่นป่วนอารมณ์ร้อน ๆ ให้เริ่มเมาตามไปด้วย
“เมปล่อยเราก่อนนะ เดี๋ยวเราหาผ้าห่มมาให้อีก” ชายหนุ่มพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้หวั่นไหวไปกับการ ‘รุกราน’ ของคนเมา ท่องคาถาภาวนาในใจให้เธอหมดฤทธิ์แล้วหลับเสียทีก่อนที่คนไม่เมาจะควบคุมสติที่ไม่เต็มร้อยไม่ได้
“ม่ายอ้าว คิก จูบหน่อย ร้อน”
“ตังเม!” คนมีสติผงะเมื่อใบหน้าอ่อนหวานโน้มเข้ามาใกล้จนริมฝีปากเกือบสัมผัสกัน คนถูกทับพยายามดันร่างคนเมาออกห่าง ก่อนจะประคองตัวเองลุกขึ้นแต่เหมือนคนเมาจะกลายร่างเป็นนางแมวช่างยั่วไปแล้วถึงโน้มตัวเข้ามาใกล้จนแทบหลอมรวมแทบเป็นร่างเดียวกัน จากที่แค่สติไม่ครบร้อยตอนนี้คนไม่เมาเริ่มไม่แน่ใจว่าตัวเองมีสติเหลือกี่เปอร์เซ็นต์
“เมควบคุมตัวเองหน่อย” คนถูกยั่วดุเสียงแข็งแต่กลับได้รับรอยยิ้มหวานเชื่อมส่งมาแทน ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจ ค่อย ๆ คิดหาทางช่วย ‘คนเมา’ ไม่งั้นเขาคงได้กลายเป็นตัวร้ายเช่นคำแนะนำของพี่ชายแน่
“ท็อปกอดเราหน่อย ฮึก” เสียงสั่นเครือพร้อมแววตาอ่อนล้าที่ส่งผ่านความรู้สึกข้างในของเภตราตรึงลมหายใจของผู้ชายอย่างณภัทรได้ในทันที หัวใจที่ถูกบังคับให้เข้มแข็งอ่อนแอลงทันตา เพียงแค่เห็นน้ำตาจากเธอ วูบหนึ่งของความคิดคำแนะนำของรามินแทรกขึ้นมาในหัวให้เขาหวั่นไหว ความต้องการจากหัวใจมันกำลังตะโกนร้องให้เขาทำตามคำพูดนั้นทั้งหมดทว่าความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่มีก็แย้งออกมาเช่นกัน
“เมกำลังทำให้เราเจ็บ” เอื้อนเอ่ยเพียงเท่านั้นริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มก็ฉกจูบเข้ามาอย่างรวดเร็ว สมองที่กำลังมึนงง หัวใจที่กำลังสับสนหยุดชะงักกับการกระทำของคนเมาทั้งหมด ร่างกายแข็งค้างราวกับถูกสาป หากนี่เป็นจูบที่เต็มไปด้วยสติของเธอมันคงเป็นความสุขที่สุดในชีวิตของผู้ชายคนหนึ่งที่แอบรัก แต่ว่า…ความจริงที่มีกลับเป็นสิ่งตรงกันข้าม เมื่อเธอทำทุกอย่างเพราะความเมาและขาดสติ
ร่างสูงรวบรวมเรี่ยวแรงและดึงสติที่กระจัดกระจายกลับเข้าที่ ก่อนจะพยายามดันร่างเมาให้ออกห่าง แต่เภตรากลับโอบรัดแน่นขึ้น มอบจูบหอมหวานที่หัวใจของคนแอบรักโหยหามาตลอดมาให้ หัวใจสั่นไหวและตกลงไปในห้วงแห่งเสน่หาที่ส่วนลึกปรารถนามาแสนนาน
“อืม”
จากที่ต้องการผลักไสกลายเป็นตอบรับและปรนเปรออีกฝ่ายกลับบ้าง สติสัมปชัญญะที่คว้านหาถูกโยนทิ้งลงไปข้างเตียง เมื่อร่างกายร้อนผ่าวราวคนเป็นไข้ จนไม่แน่ใจว่าตัวเองควรจะต้องหยุดหรือไปต่อ หัวใจที่กำลังหวั่นไหวถูกชักจูงให้เดินหน้าต่อตามคำแนะนำของรามิน ความคิดแวบหนึ่งที่แล่นเข้ามาบอกเขาว่า เมื่อร่างกายของเธอเป็นของเขา สักวันหัวใจของเภตราจะเป็นของเขาเช่นกัน
ทว่าจิตสำนึกของเขาดังประท้วงขึ้นมาว่าเธอไม่มีวันมอบหัวใจให้ผู้ชายที่ฉกฉวยโอกาสในยามที่เธออ่อนแอและขาดสติได้หรอก
“อื้อ ทะ ท็อป”
สุดท้ายหัวใจส่วนลึกก็พ่ายแพ้ให้สมองที่ยังพอรู้ผิดชอบชั่วดี ชายหนุ่มถอนริมฝีปากออกมาจ้องมองเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉ่ำปรือและมองสบตาเว้าวอนอย่างสับสน หากเขาต้องการเพียงร่างกายของเธอ เขาคงไม่รอคอยความเห็นใจจากอีกฝ่ายมายาวนานขนาดนี้ เพราะเขาสามารถหยิบฉวยโอกาสเหล่านั้นมาได้ง่ายแสนง่ายเมื่อคนรอบกายของหญิงสาวยืนอยู่ข้างเขาแทบทุกคน
“เมหยุดเถอะนะ เราไม่อยากให้เมเกลียดเรา”
เสียงห้ามปรามสั่นเทาเมื่อหัวใจกำลังสั่นไหว ร่างกายของชายหนุ่มอ่อนแรงราวกับคนป่วยหนักใกล้ตาย เพียงมองสบตาคู่หวานหัวใจก็แหลกลาญไม่เหลือชิ้นดี ทุกสิ่งที่เภตราทำล้วนเป็นการกระทำจากร่างกายที่ขาดสติเพียงเท่านั้น มันไม่ได้เกิดจากความตั้งใจหรือหัวใจเรียกหาเช่นเขา
“ท็อปไม่รักเราแล้วเหรอ” คำถามของเภตราเปรียบเสมือนมีดแหลมคมที่จวงแทงเข้ามาที่หัวใจ ‘ไม่รักเราแล้วเหรอ’ มันเป็นคำถามที่หัวใจของเขาเจ็บปวดทรมานมานานถึง 15 ปี
“เรารักเม แต่เราไม่ต้องการทำร้ายเม”
แม้หัวใจอยากครอบครองและเป็นเจ้าของเธอ ทว่ารู้ตัวดีว่าไม่มีวันนั้น หากเธอจะรักและมอบหัวใจให้ เธอคงทำนานแล้ว ไม่ต้องรอให้หัวใจบอบช้ำเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาสิบกว่าปี
“กอดเราหน่อย ฮึก กอดเรา” เภตรายกมือโอบกอดร่างสูงที่ทาบทับอยู่บนตัวเอาไว้แน่น อกข้างซ้ายเต้นไม่เป็นจังหวะ หญิงสาวไม่แน่ใจว่าเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือว่าอะไรกันแน่ ทุกคำพูดที่เอ่ยออกไปล้วนมาจากก้นบึ้งของหัวใจที่พยายามปิดกั้นสมองส่วนรู้ผิดชอบกำลังทำงานผิดแปลกจากทุกครั้ง เมื่อทุกอย่างที่พยายามปิดบังและหลบซ่อนถูกดึงออกมาจนเกือบหมด
“เม” ณภัทรไม่แน่ใจว่าคำพูดของเภตรามาจากหัวใจหรือร่างกายที่ขาดสติ ทว่าหัวใจของผู้ชายที่แอบรักมานานก็โหยหาและอยากมอบอ้อมกอดอบอุ่นให้เธอมากเช่นกัน ชายหนุ่มโอบกอดร่างเล็กตอบ หัวใจที่บังคับให้เข้มแข็งสั่นไหวกับอ้อมกอดที่เต็มไปด้วยความรู้สึกของทั้งคู่
“ทะ ท็อป” ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มที่เอ่ยเรียกทาบทับมาหาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป ร่างสูงนิ่งงันกับ ‘จูบ’ ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกต่างจากครั้งแรก มันยากเหลือเกินที่เขาจะสามารถหักห้ามหัวใจของตัวเองได้ ร่างกายที่แนบชิดถูกดึงดูดเข้าหากันตามธรรมชาติ สมองส่วนผิดถูกกลบด้วยความเสน่หาที่ถูกปลุกขึ้นมาจากผลข้างเคียงของเครื่องดื่มมึนเมา
ผ้าห่มที่กางกั้นสองร่างถูกโยนทิ้งไปเพื่อให้ร่างกายได้ใกล้กันมากขึ้น ร่างเปลือยเปล่าของเภตราบดเบียดเข้าหาอย่างลืมตัว เมื่อผลข้างเคียงของคอกเทลแก้วพิเศษที่เพื่อนชายใจสาวสั่งให้ดื่มกำลังตีสติของเธอให้แตกกระเจิงจนควบคุมร่างกายไม่ได้
ณภัทรบดเบียดริมฝีปากหนักขึ้น จุมพิตหอมหวานกลายเป็นความเร่าร้อนจนอยากจะทัดทานความต้องการที่เกิดขึ้น ลิ้นเล็กที่พยายามกวาดต้อนคว้านหาบางสิ่งเข้ามาในโพรงปากอย่างไม่ประสา มือเล็กที่ลูบไล้แผ่นหลังกว้างปลุกเร้าให้สติที่ไม่ครบร้อยเหลือศูนย์ ชายหนุ่มไม่อาจห้ามความต้องการส่วนลึกในหัวใจได้อีกต่อไป ร่างของเภตราถูกรั้งขึ้นมาก่ายเกยบนอก ส่วนตัวเองยกตัวขึ้นกึ่งนั่งพร้อมมอบจูบดูดดื่มที่เร่าร้อนในท่วงท่าที่ร่างกายสัมผัสกันมากขึ้น
“อืม” เสียงครางหวานตอบรับสัมผัสด้วยการจูบตอบเล็กน้อย เพียงแค่นั้นกับกระตุ้นให้หัวใจของคนฟังเต้นโลด ริมฝีปากหยักบดเบียดแนบแน่นก่อนจะเคลื่อนไปที่พวงแก้มกดจูบลงไปหนัก ๆ แล้วลากผ่านไปมาซุกไซ้ที่ซอกหอมกรุ่น ขบเม้มเบา ๆ เมื่อร่างเล็กแอ่นกายรอรับสัมผัสวาบหวามที่เขากำลังมอบให้
“ทะ ยะ ท็อป”
คนที่ไม่เคยอยู่ในสายตาไม่ได้ยินเสียงห้ามปรามแผ่วเบาจากส่วนจิตสำนึกของหญิงสาวเมื่อร่างกายของชายหนุ่มถูกปลุกเร้าให้ตื่นขึ้นอย่างเต็มที่ มือหนาลูบไล้แผ่นหลังบอบบางเมื่อริมฝีปากหยักวกกลับมาจุมพิตดูดดื่มที่หอมหวานอีกครั้ง
“อืม เม” มือหนาลากไล้ไปมาที่ชายโครงก่อนจะเคลื่อนขึ้นมากอบกุมดอกบัวคู่งามที่เบ่งบานไร้สิ่งขวางกั้นอย่างแผ่วเบา ความนุ่มหยุ่นพอดีมือปลุกเร้าให้ความต้องการที่สั่งสมมานานลุกฮือขึ้นมาอย่างมิอาจห้ามได้
ณภัทรพยายามควบคุมตัวเองให้อ่อนโยนและตัดสินใจแล้วว่าเขาจะยินยอมทำตามคำขอร้องของเภตราทุกอย่าง แม้กระทั่งการแต่งงานกับเธอเพียงในนาม เมื่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นในคืนนี้อาจไม่หยุดเพียงจูบหรือกอดแต่ทุกอย่างจะเป็นไปตามธรรมชาติที่หัวใจของเขาเรียกหา ไม่กลัวอีกแล้วในคำครหาว่าฉวยโอกาสกับผู้หญิง หรือแม้กระทั่งความเกลียดชังที่เภตราอาจมีต่อเขา เมื่อร่างกายของเธอถูกเขาสัมผัสและตีตราจองแสดงความเป็นเจ้าของไปแล้ว
“พรุ่งนี้เมอาจจะเกลียดเรา แต่ต่อไปนี้เราจะไม่ยอมเป็นคนดีที่ไร้ตัวตนสำหรับเธออีกต่อไป”
ร่างของคนที่กึ่งนั่งลากไล้ฝ่ามือกอบกุมดอกบัวที่ยอดชูชันเบ่งบานเชิญชวนให้ลิ้มลอง นวดเค้นหนักเบาสลับข้างไปมา ริมฝีปากหนาเคลื่อนมาซุกไซ้ซอกคอก่อนจะต่ำลงมาที่ดอกบัวคู่งาม ปากหยักขบเม้มตีตราจองเอาไว้เบา ๆ ก่อนจะครอบครองยอดดอกที่กำลังชูช่อล่อตาเข้าไปในโพรงปาก ลิ้นร้ายตวัดรัดต้อนอย่างเอาใจเมื่อได้ยินเสียงครวญรัญจวนดังแผ่วอยู่ข้างใบหู หัวใจเต้นโลดกับการตีตราแสดงความเป็นเจ้าของเธอ วินาทีนี้เขาไม่สามารถหยุดสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้เมื่อหัวใจสั่งให้ ‘ทำ’ ทุกอย่างตามที่ปรารถนา ลืมความหวาดกลัวที่อาจเกิดขึ้นหลังจากนี้จนหมดสิ้น
“อือ ทะ ท็อป” เภตราครางเสียงแผ่ว ร่างกายบิดเร่ากับสัมผัสแปลกใหม่และตอบรับอย่างห้ามไม่ได้ หญิงสาวไม่แน่ใจว่าเพราะตัวเองเมาจนขาดสติหรือความต้องการของก้นบึ้งในหัวใจถูกแง้มออกมากันแน่ ทั้ง ๆ ที่ห้ามเขาได้กลับไม่อยากขยับปากเอ่ย แต่กลับยอมรับและไม่รปฏิเสธสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น สติที่แตกกระเจิงหมุนเคว้งไปมา สมองขาวโพลนเหมือนกระดาษ เสียงรอบกายอื้ออึงจนขาดห้วง มีเพียงเสียงหอบหายใจของเธอที่ดังสะท้อนไปมากับเสียงหัวใจที่กำลังเต้นผิดจังหวะเปลือกตาฉ่ำปรือหนักจนยกไม่ไหว ศีรษะที่ขยับโยกไปมาหนักจนต้องปล่อยให้มันหล่นลงไปซุกซบที่ไหล่กว้าง ก่อนที่ดวงตาฉ่ำปรือจะปิดสนิทพร้อมสติที่ดับวูบไป
“อื้อ ทะ ท็อป คร่อก”
ณภัทรชะงักมือที่กำลังเน้นเค้นดอกบัวคู่งามและริมฝีปากหยักที่กำลังซุกไซ้ซอกคอเอาไว้เมื่อร่างกายของเภตรานิ่งไป ชายหนุ่มผละร่างคนตัวเล็กออกเล็กน้อยก่อนจะพบว่าคนเมาสิ้นฤทธิ์ไปแล้วจริง ๆ เภตราหลับซบไหล่ทั้ง ๆ ที่เขากำลังจะคลั่งเพราะความต้องการถูกกระตุ้นให้ตื่นแต่ไม่ได้รับการปลดปล่อย ร่างสูงถอนหายใจออกมาเบา ๆ พร้อมชักมือกลับแล้วโอบประคองร่างเล็กให้นอนราบลงบนเตียงดึงรั้งผ้าห่มขึ้นคลุมกายเปลือยเปล่าเอาไว้เพื่อหยุดความรู้สึกของตัวเองที่อาจเผลอใจปลุกปล้ำคนนอนหลับขึ้นมาได้
“เมนะเม หลับทั้ง ๆ ที่ปลุกให้คนอื่นตื่นได้ลงคอนะ”
ปากเหมือนดุแต่รอยยิ้มอ่อนโยนจุดขึ้นที่ริมฝีปาก บางทีการหยุดทุกอย่างเอาไว้อาจเป็นหนทางที่ยังพอให้เขาไม่ถูกเธอเกลียด ทว่าความคิดที่ผุดขึ้นมาในหัวในยามที่ร่างกายแนบชิดกันยังคงดังก้องอยู่ในห้วงความคิด จนต้องถอนหายใจออกมาหนัก ๆ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำเพื่อชำระร่างกายและดับความรุ่มร้อนในใจที่กำลังประเดประดังเข้ามา
ชายหนุ่มยืนมองเงาตัวเองในกระจกเกือบครึ่งชั่วโมง สมองพยายามทบทวนคำแนะนำของทุกคนที่ดังแทรกเข้ามาในความรู้สึก มันจะเกิดอะไรขึ้นหากเขายินยอมตอบตกลงแต่งงานกับเภตราในนามดั่งคำขอร้องของเธอ เป็นคำถามที่เขาไม่อาจหาคำตอบได้ ทว่าวินาทีที่ได้ร่างกายแนบชิดกันมันทำให้คนแอบรักที่เป็นพระรองมาตลอดชีวิตตัดสินใจได้ ต่อให้ต้องถูกเกลียดคงไม่มีอะไรเจ็บปวดไปกว่าการต้องทนเป็นสายลมที่ไร้ตัวตนข้างกายเภตราอีกแล้ว
“หรือเราถึงเวลาที่เราควรจะต้องเลวสักที”
“เราตกลงเม เรายินดีเป็น…สามีของเธอ”
