บทที่ 8 บทที่ 4 โพนี่สมองช้าระบบไม่พัฒนา 50%

บทที่ 4 โพนี่สมองช้าระบบไม่พัฒนา

“เมื่อคืนหนูคิดว่าหนูปล้ำท็อป!”

“ว้าย แรด” เสียงวีดว้ายของธนาดังแทรกเข้ามาทันที ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยหนวดเคราจีบปากจีบคอก่อกวนให้คนคิดมากเบ้ปากทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ แต่ยังไม่ทันได้ร้อง อีกฝ่ายกับยกนิ้วชี้จิ้มหน้าเธออย่างแรง

“STOP! หยุดโศกาคร่ำครวญเสียน้ำตาบัดนาว!”

เภตรากัดริมฝีปากตัวเองกลั้นน้ำตาตามคำขู่ของเพื่อน หญิงสาวย่นจมูกเอ่ยเสียงสั่นเครือกับพี่สาวข้างกายเป็นเชิงฟ้องร้อง

“พี่น้ำ อี เอ่อ ฟ้าใสแกล้งหนูอีกแล้ว”

เพื่อนสาวเบ้ปากกรอกตาไปมารำคาญนิสัยโลกสวย ไร้สมองของเพื่อน ในใจอยากเลิกคบกับมันใจแทบขาดแต่ก็ทำไม่ลงเพราะถ้าไม่คบกับเภตราคงไม่มีใครคบยัยสมองทึบอีก รวมไปถึงไม่มีใครคบกับเขาด้วยเช่นกัน

“กระแดะ”

“ฟ้า!”

“พอ ๆ หยุดเถียงกันเลย เมเล่ามาได้แล้วว่าแกโดนเขาปล้ำหรือแกปล้ำเขาหรือแกแค่เมาแล้วเพี้ยน?” ทศพลเป็นฝ่ายปรามสองเพื่อนซี้ ก่อนจะกล่าวถามจี้จุดตรงประเด็น ความจริงทุกอย่างเมื่อคืนทุกคนที่นั่งอยู่ในห้องนี้รู้กันหมดแล้ว ยกเว้นแค่…ยัยโพนี่สมองช้าระบบไม่พัฒนาคนเดียว

“เอ่อ คือ ว่า เอ่อ คือ เมื่อคืน”

“เมื่อคืนหนูปล้ำท็อปค่ะ” เสียงดัดเล็กแหลมเกินหญิงที่ดังแทรกเข้ามาพร้อมใบหน้าหล่อเข้มจิกตาล้อเลียน ทำให้เภตราปรี๊ดแตกใส่เพื่อน

“ไอ้ฟอร์ท”

ทศพลและน้ำทิพย์สะดุ้งกับการเรียกชื่อจริงของธนาที่น้ำเสียงเหมือนคนอยากฆ่าใครตาย แต่ธนากลับตีหน้าล้อเลียนเพื่อนต่อ ไม่กลัวตายแถมยังทำท่าทางล้อเลียนตอนที่หญิงสาวเมาออกมาอีกด้วย

“สมองช้า แล้วยังหยาบคายไม่รู้ท็อปเขามาหลงรักชะนีไม่มีสมอง อุ้ย ไม่ใช่ มีสมองแต่ระบบล้าสมัยได้ยังไง ทำไมผู้หญิงสวยอย่างฉัน เจ๊ทิวหรี่ พี่น้ำทิพย์ ถึงไม่ใช่ผู้หญิงโชคดีคนนั้น” ธนาบ่นพร้อมยกมือประสานกันที่อก บิดตัวไปมาเพ้อฝันถึงใบหน้าหล่อเหลาราวพระเอกซีรี่ส์เกาหลีของณภัทรและนิสัย ก่อนจะต่อเสียงเข้ม “แต่ดันมาเป็นยัยปลาทองสมองมด หัวชาระบบไร้การพัฒนาอย่างแก!”

“ฟอร์ท!” เภตราร้องเสียงหลง ริมฝีปากเล็กเม้มแน่น กำมือเข้าหากันสะกดอารมณ์ที่เริ่มเดือดดาล เธอรู้ว่าตัวเองสมองช้า และระบบล้าสมัยตามใครไม่ค่อยทันจริง ๆ แต่ธนา ทศพล น้ำทิพย์ ต่างเป็นเพื่อน เป็นพี่ที่เธอเคารพรัก ทำไมทุกคนถึงได้เอาเธอใส่พานไปถวายผู้ชายถึงห้องแบบนั้น

“นี่ยัยโพนี่ หยุดโวยวายแล้วดึงสติตัวเองนิดนึง แกคิดว่าตัวเองปล้ำท็อปแล้วท็อปเขาจะยอมให้แกปล้ำเขางี้เหรอ”

หญิงสาวได้ฟังเช่นนั้นก็ย่นคิ้วหันหน้ามองพี่สาวคนสนิทข้างกาย ความจริงภาพในความทรงจำเมื่อคืนมันก็รางเลือนขาด ๆ หาย ๆ แต่ภาพในหัววินาทีสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะหายไปคือเธอดึงเพื่อนสนิทของตัวเองมาเข้ามากอดจูบ!

“เอ่อ คือ เอ่อมันเลือนรางขาด ๆ หาย ๆ ค่ะพี่น้ำ แต่ว่า เอ่อ”

แต่ว่าหนูจับเขามาจูบก่อน บอกแบบนี้ออกไปคงพาช็อกกันตาตั้ง หญิงสาวบีบมือแน่น ครุ่นคิดหาคำพูดที่พอดีและไม่ทำให้ตัวเองดูเป็นผู้หญิงกร้านโลก อ่อยผู้ชายก่อน แต่ก็คิดไม่ออก

“เอาเถอะ แกจะปล้ำเขาก่อนหรือเขาปล้ำแกก่อนก็ช่าง แล้วตกลงได้ปล้ำกันไหม ฉันต้องการคำตอบแค่นี้”

ทศพลกลั้นยิ้มเมื่อเห็นใบหน้าอ่อนหวานซีดลงและเต็มไปด้วยเครื่องหมายตกใจ ดูเหมือนคอกเทลสูตรพิเศษแก้วนั้นจะทำให้สมองน้อย ๆ ของเภตราลดประสิทธิภาพการทำงานลงอีกครึ่ง จากที่ทำงานช้าอยู่แล้วยิ่งช้าลงไปอีกหลายเท่าเข้าตามแผน

“เอ่อ ความจริงหนูสับสนนิดหน่อยค่ะแต่ไม่กล้าถาม…ท็อป”

ธนาได้ยินคำตอบพร้อมสีหน้าคิดหนักกระอักกระอ่วนใจของเพื่อนจึงทนไม่ไหว ถ้าเภตราคิดว่าตัวเองปล้ำณภัทรก็ให้คิดเช่นนั้นต่อไป ดีเสียอีกไม่ต้องหาข้ออ้างโน้นนี้มาชักแม่น้ำหลายสายให้ยัยโพนี่ยอมตกลงแต่งงานกับว่าที่เพื่อนเขยในฝันเสียที

“ก็ไม่ต้องถาม ไม่ต้องคิดให้เมื่อยสมองน้อย ๆ ของแก แต่งงานกับเขาก็จบ”

“ตะ แต่ว่า”

เภตราไม่รู้ว่าแต่ว่า…อะไร เธอเองก็สับสน หัวใจยังมึนงงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น

“เราเพิ่งเลิกกับตินนะ จะให้เราไปแต่งงานกับคนอื่นเลยได้ไง คนอื่นจะคิดยังไง”

คนอื่นจะคิดยังไงที่ว่าเภตราหมายถึงคือ ‘ติณณ์’ ผู้ชายคนเดียวที่เธอห่วงความรู้สึกของเขา ทว่าหญิงสาวไม่แน่ใจว่าจำเป็นต้องห่วงหรือไม่ เมื่อเขาไม่ติดต่อมาจริง ๆ ตามคำพูด ไม่รับสาย ไม่ตอบข้อความและดูเหมือนจะบล็อกทุกอย่างที่เกี่ยวกับเธอไปหมด

“นี่แกยังหวังลม ๆ แล้ง ๆ ถึงได้ผู้ชายหน้าตัวเมียที่พอแฟนขอแต่งงานแล้วก็ติดปีกบินหนีเข้าป่าไปอีกเหรอ”

ทศพลและน้ำทิพย์ถอนหายใจออกมาพร้อมกันหลังจากได้ยินคำพูดของธนา ทั้งสองรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นจากคำบอกเล่าของชายใจสาวผู้เป็นเพื่อนสนิทคนเดียวของเภตรา และรับรู้นิสัยใจคอรวมถึงความนึกคิดของเพื่อนสาวดีกว่าเจ้าตัวเสียอีก เหตุการณ์เช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายหนจนนับไม่ถ้วน ทุกครั้งเภตราจะเป็นฝ่ายทนไม่ไหวพาหัวใจกลับไปหาเขาราวกับขาดผู้ชายนิสัยไม่ดีคนนั้นไม่ได้

“ครั้งนี้พี่เห็นด้วยกับฟ้านะเม” น้ำทิพย์เอ่ยขึ้นมาในที่สุด เธอทนเห็นเภตราคะนึงหาผู้ชายที่ทำร้ายผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าแฟนมานานแล้ว เพราะรู้ว่าเพื่อนรุ่นน้องรักผู้ชายคนนั้นมากจึงไม่มีใครกล้าสั่งห้ามความรู้สึกของหญิงสาวได้ลงคอ

“ตะ แต่ว่าพี่น้ำคะ คือ”

“พอเถอะเม เชื่อพวกเราสักครั้งนะ แต่งงานกับท็อปเถอะ อย่างน้อยมันยังมีอะไรดี ๆ อยู่บ้าง เมสามารถตอบคำถามของคุณแม่ได้ แถมทำให้ท่านหมดห่วงและมีความสุขในวาระสุดท้าย คิดแค่นี้น่าจะพอแล้วสำหรับการตัดสินใจนะ”

ทศพลย้ำสิ่งที่ทุกคนพยายามอธิบายให้เพื่อนรุ่นน้องเข้าใจ รุ่นพี่ใจสาวไม่ได้คาดหวังว่าเภตราจะยินยอมตอบตกลงง่าย ๆ ทุกคนถึงได้ร่วมมือกันคิดแผนการส่งโพนี่ใส่พานไปถวายคุณชายถึงที่ และในที่สุดแผนเกือบสำเร็จเหลือก็แค่ให้หญิงสาวที่กำลังขมวดคิ้วยุ่ง ใบหน้าอ่อนหวานซีดจนกระดาษเอสี่ยังสีเข้มกว่า ให้ตอบตกลงแต่งงานกับผู้ชายดีแสนดีที่ใครก็อยากได้สักที

เภตราถอนหายใจออกมายาวเหยียด อึดอัดกับการถูกยัดเยียดผู้ชายให้จนหายใจแทบไม่ออก คำพูดของทุกคนเข้ามาในหูแล้วทะลุผ่านไป เมื่อหัวใจที่กำลังหนักอึ้งคิดหนักจนเริ่มอ่อนล้า

การแต่งงานมันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นอย่างที่ณภัทรเคยบอก เมื่อถึงเวลาที่เธอต้องตัดสินใจ หัวใจข้างในมันวูบโหวงรู้สึกแปลกพิกลจนยากจะอธิบาย เขาไม่ใช่คนเลวร้าย สำหรับเธอแล้วชายหนุ่มจัดว่าเป็นผู้ชายที่ดีคนหนึ่ง เขาหล่อ รวย เรียกดี การศึกษาสูง หน้าที่การงานหรือก็เป็นถึงซีอีโอเจ้าของบริษัทเครื่องสำอางยักษ์ใหญ่ ไม่ใช่แค่ผู้ชายเดินดินทั่วไปแต่นั่นเป็นส่วนที่ทำให้เธอถอยห่างความสัมพันธ์กับเขาเพราะเขาดี…เกินไป

“ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือแม่นะเม แกต้องคิดถึงแม่ให้มากเข้าใจไหม”

หญิงสาวถอนหายใจออกมาแรง ๆ อีกครั้ง เงยหน้ามองสบตาเพื่อนรอบกายที่มองมาด้วยความหวังดีและห่วงหาอาทร เธอเข้าใจจุดประสงค์ที่ทั้งสามพยายามหยิบยื่นให้ หวนคิดถึงใบหน้าอิดโรยที่ซีดเซียวลงทุกวันของมารดา ไม่ใช่แค่เงินที่ต้องใช้เป็นค่าจ่ายในการรักษาที่กำลังมีร่อยหรอ แต่มันคือความหวังที่อยากเห็นลูกสาวคนเดียวแต่งงานกับผู้ชายสักคน ยังผลทำให้เธอต้องเร่งรีบตัดสินใจ

“คนไข้อาจอยู่ได้ไม่ถึงหนึ่งปี อาจแค่หกเดือนหรือหนึ่งเดือน หมอไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสุขภาพใจของคนไข้ครับ”

มารดาของเภตราป่วยเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหารระยะสุดท้าย ทุกคนในบ้านรู้เรื่องอาการป่วยของมารดาในวันที่ทุกอย่างสายเกินไป หญิงสาวรู้ว่ามารดาต้องการปิดบังทุกอย่างเพื่อให้ทุกคนในบ้านสบายใจ และเกรงว่าเงินทุนสำรองที่เก็บไว้เป็นทุนการศึกษาของ ‘โตมร’ น้องชายคนเล็กของเธอจะหมดไปในการรักษา

“เก็บเงินไว้ให้น้องเรียน อย่าเอามาใช้รักษาคนป่วยใกล้ตายอย่างแม่เลยนะลูก” คำขอร้องของมารดาดังก้องในหัวตลอดเวลา เหมือนสวรรค์ใจร้ายส่งปัญหามากมายเข้ามาในชีวิตของเธอพร้อม ๆ กัน แม่ป่วย แฟนทิ้ง เงินใกล้หมด เภตราไม่คิดว่าชีวิตที่ต้องดิ้นรนอยู่แล้วต้องกระเสือกกระสนมากขึ้น เธอไม่ท้อแต่มีเหนื่อยบ้างกับการทำงานอย่างหนักเพื่อเป็นเสาหลักของบ้าน

โตมรน้องชายคนเดียวกำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่หก เป็นช่วงกำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาลัยและเมื่อน้องชายเข้ามหาลัยค่าใช้จ่ายย่อมมากขึ้น แม้น้องชายจะพยายามทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ในร้านอาหารกึ่งผับแห่งหนึ่งหลังเลิกเรียนช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายเพียงน้อยนิดก็ตาม

“เราไม่มีเวลามากนักนะเม” เสียงของน้ำทิพย์ดังแทรกเข้ามาในความคิดปลุกหญิงสาวให้ตื่นขึ้นจากความรู้สึกของตัวเอง เภตราช้อนสายตาขึ้นมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลของเพื่อนรักที่ยืนล้อมรอบกาย แววตาที่ทุกคนส่งมามันเต็มไปด้วยความห่วงใย ในที่สุดสมองที่ทำงานอย่างหนักก็ตัดสินใจได้

มันคงไม่มีอะไรหนักหนาและย่ำแย่ไปกว่าที่เป็นอยู่อีกหรอก เป็นความคิดที่เกิดขึ้นในหัวตอนนี้

“ตกลงค่ะ เมจะแต่งงานกับท็อป”

ธนา ทศพล และน้ำทิพย์คลี่ยิ้มออกมาพร้อมกัน ทั้งสามหันหน้ามองสบตากันแล้วขยิบตาส่งสัญญาณแห่งชัยชนะให้แก่กัน ก่อนที่น้ำทิพย์จะเอื้อมมือไปเกลี่ยไรผมข้างแก้มน้องสาวคนสนิทแล้วดึงร่างเล็กที่กำลังสั่นเทิ้มเข้ามากอดเอาไว้

รุ่นพี่สาวเข้าใจความรู้สึกที่กำลังเกิดขึ้นในหัวใจดวงน้อยดี เภตรากำลังสับสน วิตกกังวล รวมไปถึงเหนื่อยล้าจากปัญหาที่รุมเร้าเข้ามาในช่วงนี้ มารดาของหญิงสาวป่วยหนัก แฟนหนุ่มที่คบหากันมาทอดทิ้ง และคำขอร้องเรื่องการแต่งงานของแม่ก็เป็นอีกปัญหาที่ทำให้ร่างเล็กในอ้อมกอดอ่อนแอลงกว่าเคย

“พี่อาจไม่เข้าใจเราทุกอย่าง แต่พี่จะคอยยืนอยู่ข้าง ๆ เป็นกำลังใจให้เรานะตังเม” คำพูดและน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใย อ้อมกอดอบอุ่นที่ได้รับยิ่งทำให้ขอบตาร้อนผ่าวจนกลั้นน้ำใส ๆ จากข้างในไม่ไหว เธอเหนื่อยเหลือเกิน อ่อนล้าจากทุกสิ่งเหลือคณานับ สิ่งเดียวที่อยากทำตอนนี้คือ ร้องไห้ อยากระบายความอึกอัดที่คับแน่นในอกออกมาเป็นน้ำตาให้หัวใจอ่อนล้าได้ปลดปล่อย

“พี่น้ำหนูเหนื่อย ฮึก”

น้ำทิพย์เม้มปากแน่นกอดร่างเล็กในอ้อนแขนแนบอก ยกมือลูบหลังปลอบประโลมน้องสาวด้วยความเข้าใจ

“ไอ้เม” เพื่อนสนิทของหญิงสาวกลั้นน้ำตาเอาไว้ ขยับกายเข้าไปใกล้เพื่อนสาวเอื้อมมือไปลูบเรือนผมดำขลับเบา ๆ เพื่อปลอบโยนอีกฝ่ายเช่นกัน เภตราเป็นเพื่อนคนสำคัญและเป็นเพื่อนรักเพียงคนเดียวที่ธนามี ชายใจสาวจึงต้องการเลือกสิ่งดี ๆ ให้เพื่อน รู้ตัวดีว่าอาจวุ่นวายจุ้นจ้านมากเกินควร ทว่าจะมีเพื่อนจริงใจคนใดทนเห็นน้ำตาของเพื่อนของตนได้ มันนานเกินไปด้วยซ้ำหากเทียบกับความอดทนของเขาที่เคยมีมา

สำหรับผู้ชายหน้าตัวเมียที่ชื่อติณณ์ศัตรูหมายเลขหนึ่งที่บังอาจทอดทิ้งเพื่อนรักของเขาไปควงผู้หญิงไฮโซรุ่นแม่แต่รวยคนนั้นจะต้องได้รับการลงโทษอย่างสาสม ใช่ ความจริงที่ไม่มีใครกล้าบอกเภตราคือข่าวการคบหาของติณณ์กับคุณพิมพ์ผกา แม่ม่ายพราวเสน่ห์ที่อายุใกล้เหยียบเลขห้า เศรษฐีนีเจ้าของร้านอัญมณีชื่อดัง ซึ่งเป็นข่าวครึกโครมในหน้าหนังสือพิมพ์คอลัมน์ข่าวสังคม ทุกคนปิดเรื่องนี้ไว้ไม่ให้เภตรารับรู้ตามคำขอร้องของณภัทร เพราะกลัวว่าผู้หญิงเปราะบาง โลกสวย ที่รักแฟนหนุ่มจนโงหัวไม่ขึ้น และโง่งมเชื่อทุกอย่างที่ผู้ชายสารเลวคนนั้นบอกจะเจ็บปวดเจียนตายกับเรื่องนี้ กระทั่งไอ้ผู้ชายสารเลวคนนั้นมันตัดสินใจขอเลิกกับเภตราเพราะได้ถังข้าวสารใบใหญ่ไว้ให้ตักตวงไม่ใช่การที่เพื่อนสาวของเขาไปขอร้องเรื่องแต่งงาน

นานพอสมควรกับความเงียบสงัดจากความอึดอัดที่ก่อตัว ไม่มีใครกล้าเอ่ยอะไรอีก จนกระทั่งทศพลตัดสินใจทำลายความเงียบด้วยการเปิดใจเริ่มต้นพูดคุยเรื่องต่อไปทันที

“แล้วแกตอบตกลงท็อปเขาไปหรือยัง”

เภตราชะงักมือที่กำลังกอดลำตัวน้ำทิพย์คลายออกก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองสบตาทุกคนแล้วส่ายหน้าเบา ๆ

ใครจะกล้าตอบ วินาทีนั้นหัวใจดวงน้อยไม่ค่อยรักดีของเธอกำลังปั่นป่วนเพราะเรื่องบางอย่าง

“ยังค่ะ”

ทศพลถอนหายใจออกมาแล้วเสมองสบตาคนอื่น ๆ หมดเวลาเลิกคร่ำครวญร่ำร้องกับชีวิตดราม่าของเภตราเสียที ได้เวลาทำตามแผนต่อไปเตรียมเอาไว้แล้ว

ธนาพยักหน้ารับเบา ๆ แล้วยกมือจับสองข้างแก้มเพื่อนสาวให้มามองตา ยิ้มหวานเจือความนัย ส่งสายตาหวานเจ้าเล่ห์ให้แล้วเอ่ยเสียงสดใส

“งั้นรีบไปตอบตกลงเขาสิ จะได้รีบแต่ง รีบมีผัว”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป