บทที่ 1 ตอนที่ 1 ไอ้แก่หน้าโบท็อกซ์
ตอนที่ 1 ไอ้แก่หน้าโบท็อกซ์
เสียงเชียร์ดังกระหึ่มท่ามกลางสังเวียนมวยที่กำลังเต็มไปด้วยความดุเดือดเลือดพล่าน ผู้คนข้างสนามต่างก็ตะโกนส่งเสียงเชียร์ด้วยความตื่นเต้น และคาดหวังเป็นอย่างมากว่านักมวยฝั่งสีแดงที่พวกเขาทุ่มเงินพนันไปเป็นตั้ง ๆ นั้น จะชนะน็อคคู่ต่อสู้ภายในค่ำคืนนี้
ปั้นหยา นิรันดร์เจิดจรัส หรือฉายาในวงการนักมวย ‘ไอ้ปั้นกล้ามโตไร้พ่าย’ มีอายุยี่สิบห้าปีบริบูรณ์ ส่วนสูงหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร รูปร่างเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่น ๆ เพราะผ่านการออกกำลังกายมาอย่างหนักหน่วงตั้งแต่เด็ก จนแข็งแกร่งและมีฝีมือมาก ยากที่จะหาคู่ต่อสู้มาเปรียบได้
ทางครอบครัวของปั้นหยาทำธุรกิจเปิดโรงงานผลิตน้ำพริก แต่ดันเจ๊งไม่เป็นท่า ซึ่งไม่ว่าจะพยายามกอบกู้ธุรกิจกลับคืนมามากแค่ไหน มันก็ขาดทุนย่อยยับจนกลายเป็นหนี้ก้อนโต
ดังนั้นภาระทั้งหมดจึงตกมาอยู่ที่ปั้นหยาเสียส่วนใหญ่ และทางเลือกเดียวที่เขาถนัดก็เป็นการขึ้นชกในสังเวียนมวยเถื่อนแทบจะทุกวันเพื่อนหาเงินไปปลดหนี้ให้กับครอบครัว
ต่อให้ตัดยอดหนี้ได้เพียงเล็กน้อย แต่ก็ดีกว่าการที่เขาไม่ทำอะไรเลย
แต่ถึงแม้ว่าจะได้รับอาการบาดเจ็บมากเพียงใด ถึงอย่างนั้นเขาก็ต้องกัดฟันสู้ เพราะถ้าหาเงินไปคืนเจ้าหนี้ไม่ทันเวลาที่กำหนดก็เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของพ่อ แม่ และน้องชายอีกคนที่กำลังจะถูกจับให้ไปแต่งงานกับเจ้าของโรมแรมชื่อดังเร็ว ๆ นี้
เขาทราบดีว่าน้องชายตัวเองนั้นมีคนที่รักและชอบพออยู่แล้ว ดังนั้นหากแต่งงานกับเจ้าของโรงแรมที่ครอบครัวหามาให้ก็เกรงว่าจะต้องทุกข์ใจเสียเปล่า ๆ
เจ็บใจ!
นี่เป็นสิ่งเดียวที่ปั้นหยาหาทางช่วยน้องชายไม่ได้ เพราะผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยและตกลงกันอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ซึ่งถ้าหากไปยกเลิกงานแต่งกลางคันก็เท่ากับว่าหักหน้าทางฝั่งนั้นไปเลย
“เดินเร็ว ๆ สิวะ มึงนี่ชักช้าลีลาอยู่ได้”
“จะมาโทษกูได้ไง ก็บอกแล้วว่าไม่อยากมาดูมวย มันน่าสนุกตรงไหนวะ” ชายวัยสามสิบเจ็ดปีตอบเสียงแข็ง คิ้วเข้มสองข้างขมวดแน่นด้วยความหงุดหงิด
ก่อนหน้านี้ตั้งใจจะมาดื่มเล่น ๆ ที่ผับเป็นการคลายเครียดหลังจากทำงานเหนื่อย ๆ ทว่าจู่ ๆ ทาวัตก็อยากจะชมมวยคู่เอกขึ้นมาเสียอย่างนั้น
ตอนแรกก็ไม่คิดจะมาหรอก แต่เมื่อถูกคะยั้นคะยอมาก ๆ เข้าจึงรำคาญ และต้องเดินตามมาอย่างที่เห็น
เกรียง หรือ เกรียงไกร เลิศหิรัญรักษ์ เป็นเจ้าของโรงแรมชื่อดัง รวมทั้งทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เขาอายุสามสิบเจ็ดปี มีส่วนสูงถึงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ใบหน้าคมเข้มตามแบบฉบับชายไทยและทรงผมสีดำขวับถูกจัดเอาไว้เรียงเส้นเรียบแปล้อยู่ตลอดเวลา
หรือถ้าจะบอกว่าเป็นชายเจ้าระเบียบก็คงจะไม่ติด
แต่ถึงแม้เกรียงไกรจะหล่อ รวย และโปรไฟล์ดีมากขนาดนี้ กลับยังครองความโสดหาเมียไม่ได้สักที
ถึงกระนั้นก็มีข่าวลือหนาหูว่าเกรียงไกรกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์กับคนที่มารดาหามาให้เร็ว ๆ นี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ ทำเอาพวกผู้หญิงหรือหนุ่มน้อยที่หมายตาเอาไว้ต่างก็ผิดหวังไปตาม ๆ กัน
“เห็นชุดที่มึงใส่แล้ว กูขัดใจฉิบหาย มาเที่ยวนะโว้ย ไม่ได้มาทำงาน มึงไม่จำเป็นต้องเนี้ยบอยู่ตลอดเวลาก็ได้ไหมวะ” ทาวัตส่ายหน้าไปมาด้วยความระอา เมื่อเหลือบไปเห็นอีกฝ่ายใส่สูทผูกเนคไทเต็มยศเดินเข้ามาในสถานณ์อโคจรแบบนี้ ซึ่งก็ไม่มีใครเขาทำกัน เพราะส่วนใหญ่ก็จะใส่ชุดสบาย ๆ และต่อให้ใส่เสื้อเชิ้ตก็ไม่ได้ติดกระดุมจนถึงลูกกระเดือกแบบนี้หรอก
ร้อนจะตายชัก ไม่รู้ว่าไอ้เกรียงมันทนไม่ได้อย่างไร
นิสัยของทาวัตกับเกรียงไกรต่างกันสุดขั้ว ไม่รู้ว่าคบเป็นเพื่อนกันได้อย่างไร แต่ถ้าให้เดาก็คงเป็นผีห่าซาตานตนไหนสักตนที่ผลักพวกเขามาเจอกัน และถูกกำหนดให้เป็นเพื่อนกันอย่างเลี่ยงไม่ได้
“เรื่องของกูครับ”
เป็นประโยคสั้น ๆ ที่ทาวัตทำเพียงแค่ไหวไหล่อย่างไม่ยี่หระ เพราะถ้าพูดมากไปกว่านี้เดี๋ยวเกรียงไกรจะโมโหพลาลหนีกลับบ้านเอาได้
“มาทันพอดีเลยว่ะ เกือบดูมวยคู่เอกไม่ทันแล้วเชียว”
“มวยมีตั้งหลายยก มึงจะรีบอะไรขนาดนั้น”
“มึงไม่รู้อะไรเสียแล้ว มึงเห็นไอ้ปั้นไหม ไอ้นักมวยหน้าหล่อกล้ามโตฝ่ายแดง ไอ้เหี้ยนั่นฝีมือโคตรดี คอยดูเถอะ! มันจะชนะน็อกคู่ต่อสู้ตั้งแต่ยกแรกเลย”
“ขนาดนั้นเชียว”
“ก็เออสิวะ รอดูเลย”
สายตาคมกริบจ้องมองไปบนสังเวียนเพื่อดูมวยคู่เอกของวันนี้ เกรียงไกรไม่คิดว่า ‘เกรซบาร์’ ที่เป็นผับหรู ไม่ได้มีไว้รองรับนักท่องเที่ยวนักดื่มเพียงอย่างเดียว ลึกลงมาชั้นล่างจะเป็นชั้นใต้ดิน เอาไว้รองรับแขกวีไอพีที่ต้องการจะชมมวยเถื่อนแบบนี้ด้วย
มิน่าล่ะ! ก่อนเดินเข้ามาในผับก็สงสัยอยู่ว่าทำไมรถยนต์ที่จอดอยู่ด้านนอกมันเยอะเกินจำนวนลูกค้าในร้านไปมาก ที่แท้ก็แอบมาเชียร์มวยกันอยู่ที่นี่นี้เอง
จะว่าไปสถานที่แห่งนี้ก็ค่อนข้างดังพอสมควร ทำการก่อสร้างได้ดีเพราะเสียงไม่มีเล็ดลอดออกไปด้านนอก เพราะถึงจะมีก็มีเพียงแค่น้อยนิดเท่านั้น และเจ้าของร้านใช้เพลงในผับเป็นการกลบเกลื่อน ช่างฉลาดหลักแหลมเสียจริง
“ไอ้ปั้นอะไรนั่นมันบ้าปะวะ คู่ต่อสู้สูงใหญ่กว่ามันขนาดนั้น จะเอาอะไรไปสู้ มึงให้ค่ามันมากเกินไปหรือเปล่าวะไอ้วัต” เกรียงไกรแย้งขึ้นทันควัน ต่อให้นักมวยฝั่งสีแดงที่ทาวัตพูดถึง จะมีรูปร่างกำยำหน่วยก้านดีใช้ได้ แต่รูปร่างก็ต่างกันเยอะมากเช่นกัน
“มึงไม่เชื่อกูเหรอ งั้นเรามาพนันกันไหม”
“กูไม่เล่นการพนัน”
เจ้าของธุรกิจโรงแรมปฏิเสธทันควัน ทำเอาทาวัตหุบยิ้มแทบไม่ทัน
กะว่าจะหลอกแดกเงินเพื่อนสักหน่อย รวยจะตาย เสียเงินไม่กี่แสน ขนหน้าแข้งไอ้เวรนี่ไม่ร่วงอยู่แล้ว
“จ้าพ่อ”
หลังจากนั้นเสียงเชียร์ก็ดังขึ้น ทำเอาสาว ๆ เริ่มส่งเสียงกรี๊ดกร๊าด ไม่เจ็บคอกันบ้างหรือไง
เฮอะ! ไอ้ปั้นมันเรียกคะแนนจากสาว ๆ ทั้งสนามไปหมด ทำให้เกรียงไกรขมวดแน่นเริ่มรู้สึกหมั่นไส้ไอ้นักมวยหน้าจืดที่เพื่อนชมนักชมหนาขึ้นมาเสียดื้อ ๆ
นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าของโรงแรมหรูเป็นอันดับหนึ่งของประเทศเกิดความอิจฉาริษยานักมวยกระจอก ๆ จนแอบเชียร์มุมน้ำเงินในใจอยู่คนเดียวเงียบ ๆ และเมื่อกรรการสั่งใก้ชก สุดท้ายเขาก็ผิดหวังอีกตามเคย เพราะเป็นจริงอย่างที่เพื่อนบอก ไอ้ปั้นกล้ามโตไร้พ่ายมันชนะน็อกคู่ต่อสู้ตั้งแต่ยกแรกเลย
เออ! ก็เก่งจริงนั่นแหละ แต่มึงไม่คิดจะให้คนลุ้นหน่อยเหรอ หรือว่ารีบชกรีบกลับไปหาเมียวะ
“ไชโย! วันนี้รับเละแน่กู”
ทาวัตกระโดดดีใจจนลืมตัว ก่อนหน้านี้แอบมาลงเงินฝั่งสีแดงเอาไว้เยอะ ทำเอาเกรียงไกรจ้องมองตาเขม็ง
“ไหนมึงบอกจะเลิกเล่นการพนันแล้วไงไอ้วัต เดี๋ยวกูจะฟ้องแม่มึง”
“กะ กูก็เล่นพอกรุบ ๆ นิดหน่อยเอง ขำ ๆ น่า อย่าคิดเยอะ” ทาวัตเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก อย่าคิดว่าจะเอาเรื่องแม่มาขู่เชียว กูกลัวนะโว้ย!
ทาวัตขอตัวไปรับเงินที่ได้พนันเอาไว้ ส่วนเกรียงไกรหันกลับมาสนใจนักมวยไร้พ่ายบนเวทีที่ถูกสาว ๆ รุมล้อม เหมือนแมลงวันตอมขี้เลยว่ะ
คิดได้แบบนั้นก็หลุดขำออกมาคนเดียว มีจังหวะหนึ่งที่ไอ้ปั้นกล้ามโตมันเหลือบมาสบสายตาของเขา ทำเอาเกรียงไกรรีบยกมือขึ้นมาปิดปากแล้ววางมาดเข้มเพื่อรักษาท่าที
อึ้งแดกเลยดิ… ที่เห็นกูหล่อขนาดนี้
เกรียงไกรนั่งรออยู่นานทาวัตก็ยังไม่กลับมาสักที ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีกลมเต็มยศก็เอาแต่นึกถึงไอ้นักมวยหน้าจืดคนนั้น ไม่รู้อะไรดลใจทำให้เขาเลือกเดินตรงไปที่ห้องพักของนักมวย
อยากเจอไอ้ปั้น!
อยากเอาความหล่อของตัวเองไปให้มันดูถึงที่ จะได้รู้ว่าความหล่อที่แท้จริงมันเป็นอย่างไร
ร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาด้านในก็พบกับการ์ดคนหนึ่ง รูปร่างใหญ่โตพอ ๆ กับเขา มีผิวสีแทน หน้าตาดูเหี้ยมโหดจนเกรียงไกรเองยังแทบหวาดกลัว ซึ่งเขาเองก็อ้างว่ามีธุระจะคุยกับไอ้ปั้นกล้ามโตไร้พ่าย แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังยืนนิ่งเหมือนจะไม่ให้เข้าเสียอย่างนั้น ทำให้เกรียงไกรถึงกลับผ่อนลมหายใจแล้วควักธนบัตรออกมาจำนวนสิบใบเพื่อยื่นให้มันเพื่อเป็นค่าผ่านทาง
ถึงอย่างไรวันนี้ต้องได้เจอไอ้หน้าจืดนั่นสักหน่อย
หมับ!
สุดท้ายายหน้าตาโหด ๆ คนนั้นก็รับเงินแล้วยัดใส่กระเป๋า ก่อนจะมองซ้ายมองขวาแล้วกวักมือให้เขาเดินตามเข้าไปในห้องพักส่วนตัวนักกีฬา เพราะมันก็เป็นเรื่องปกติของพวกแฟนมวยที่อยากจะเข้ามาขอลายเส้น ขอถ่ายรูป แบบใกล้ชิด
แกร๊ก!
เสียงประตูห้องเปิดออก ทำให้ใบหน้าคมเข้าของชายวันสามสิบเจ็ดปีกระตุกยิ้มข้างมุมปาก สองเท้าของร่างใหญ่ล่ำสันเดินเข้าไปด้านในด้วยท่าทางมั่นใจแสนเย่อหยิ่ง แต่แล้วก็เมื่อเหลือบไปเห็นนักมวยร่วมสิบคนหันมามองเขาเป็นตาเดียว ทำให้หัวใจที่พกความมั่นใจมาเมื่อสักครู่ขวัญหนีดีฝ่อไปหมด
ไอ้สัตว์! มองทำไมนักหนา ไม่เคยเห็นคนหล่อหรือไง
แต่ถึงอย่างนั้นเกรียงไกรก็ทำใจดีสู้เสือ สองเท้าเดินล้วงกระเป๋าเข้ามาหยุดอยู่ทางด้านหลังของไอ้นักมวยหน้าหล่อ พลันสายตาคมกริบเหลือบไปเห็นแผ่นหลังอีกฝ่ายที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่น ๆ แถมรอยฟกช้ำตามร่างกายที่ถูกคู่ต่อสู้ชกมาเมื่อสักครู่ ทำเอาเขาเผลอกลืนน้ำลายหนืด ๆ ลงคอไปอึกใหญ่
เซ็กซี่!
ก็เหี้ยละ! ตาถั่วไปแล้วหรือไงวะกู มองไอ้หน้าจืดนี่เซ็กซี่ไปได้อย่างไร
“มีธุระอะไรกับกูไม่ทราบ” เป็นคำทักทายแรกของนักมวยวัยยี่สิบห้า ในขณะที่กำลังแกะผ้าพันมือสีขาวออก เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองแต่ก็พอจะเดาออกว่าไอ้แก่นี่คงมาหาเขาแน่ ๆ
ไม่รู้ปากอมสากกะเบืออยู่หรือไง มีอะไรก็ไม่ยักจะพูดออกมา
“คือ…” จู่ ๆ ลิ้นของเกรียงไกรแข็งจนพูดไม่ออก ยิ่งเห็นกล้ามไอ้ปั้นชัด ๆ รวมถึงซิกแพคนั่นอีก ดีไม่ดี สิ่งที่เขาจะพูดหากไม่เข้าหู แม่งคงใช้ท่าไม้ตายจระเข้ฟาดหางใส่เขาขึ้นมามีหวังได้สลบคาเท้าแน่
“มึงเป็นเหี้ยอะไร ถ้าอยากได้ลายเซ็นก็บอกมาตรง ๆ ไม่ต้องอ้างนู้นอ้างนี่” นักมวยชุดแดงขมวดคิ้วหันมามอง สองมือเท้าเอวด้วยความไม่พอใจเล็กน้อยก่อนจะแบมือมาตรงหน้าของเกรียงไกร
“อะไร!ผมไม่ได้มาขอลายเซ็นคุณนะครับ” นั่น! จู่ ๆ ก็พูดเพราะขึ้นมาเลยกู
ไอ้หมอนี่มันหล่อจริง โคตรหล่อเลย ขนาดกูเป็นผู้ชายแท้ ๆ ยังหัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระเด็นกระดอนออกมา
“แล้วจะมาทำไม อยากให้ขึ้นชกที่ไหนก็ว่ามา” ไอ้ท่าทางขี้เก๊กนั่น ซื้อได้ปะวะ นอกจากจะอิจฉาตาร้อนแล้วยังหมั่นไส้ส่วนตัว
“ผมแค่อยากให้คุณล้มมวย” อยากจะรู้เหมือนกัน ถ้ามึงชกแพ้แล้วยังจะมีคนตามกรี๊ดอีกไหม
ร่างสูงโปร่งหยุดชะงัก เงยหน้าขึ้นมามองชายกำยำที่สูงกว่าเขาเพียงเล็กน้อยด้วยแววตาขุ่นเคือง
“มาทางไหนก็กลับไปทางนั้น ก่อนที่กูจะหมดความอดทน” ปั้นหยาพูดเสียงลอดไรฟัน รวมทั้งดวงตาแข็งกร้าวจนคนฟังหน้าถอดสี
“ผมให้สามหมื่น คุณจะเอาไม่เอา”
“เงินกระจอก ๆ แบบนั้น กูไม่รับเงินของมึงเพื่อล้มมวยหรอก ไอ้หน้าลิง!”
เกรียงไกรรีบยกมือขึ้นมาลูบหน้าลูบตา กูก็ไม่ได้มีขนที่หน้านี่หว่า เหมือนลิงตรงไหน จริง ๆ ก็มั่นใจในระดับหนึ่งว่าเป็นคนหล่อ ไอ้เวรนี่มีตาหามีแววไม่
“งั้นผมจะเพิ่มให้คุณสักแสนก็ได้ ลองคิดดี ๆ เงินไม่น้อยคุณขึ้นชกกี่ครั้งกว่าจะได้ ผมไม่ได้ดูถูกคุณนะครับ แต่ผมพูดความจริง” สิ้นประโยคนี้ปั้นหยาถึงกับกำหมัดแน่นด้วยความเดือดดาล สองเท้าสืบตรงไปด้านหน้า ทำเอาเกรียงไกรลนลานรีบถอยหลังกรูดจนเกือบคะมำล้มลงไปกับพื้น
อาทิตย์ก่อนเพิ่งจะไปฉีดโบท็อกซ์ร้อยไหมมาด้วย กูยังไม่อยากเสียโฉมนะโว้ย
โชคดีที่คนตัวโตกว่าคว้าขอบโต๊ะแถวนั้นได้ ถ้าไม่อย่างนั้นคงได้จับกบจนกลายเป็นตัวตลกแล้วแน่ ๆ
“กูไม่ตลก ไอ้สัส!”
“ผะ ผมก็ไม่ได้เล่นตลกให้คุณดูสักหน่อยนะครับ ยังไม่ทันได้ยิงมุขอะไรไปเลยด้วยซ้ำ หรือคุณปั้นหรือเปล่าที่เส้นตื้นไปเอง”
ยิ่งพูดหางคิ้วของปั้นหยาก็เริ่มกระตุก โทสะของเขาเดือดปุด ๆ รู้สึกไม่ถูกชะตากับไอ้หมอนี่เอาซะเลย
“กูบอกให้ไสหัวของมึงไป ไอ้แก่หน้าวอก!” โดนนักมวยด่าลั่นห้องมาแบบนั้น พร้อมกับท่อนขาล่ำ ๆ ของนักมวยที่กำลังง้างตีนมา คนอย่างเกรียงจะอยู่ให้โง่เหรอ สองเท้าสับตีนผีวิ่งออกมานอกห้องยังรู้สึกเสียวสันหลังวาบอยู่เลย
แก่ก็เหี้ยแล้ว เพิ่งจะสามสิบเจ็ดเองโว้ย! วัยกำลังมีเสน่ห์
ด่ากูว่าไอ้สัส! ยังไม่เจ็บใจเท่าด่าไอ้แก่เลย หรือรอยตีนกาของกูมันขึ้นอีกแล้วหรือไงวะเนี่ย
เวรเอ้ย! สักวันเถอะ จะทำให้มึงศิโรราบมาอยู่ใต้ตีนของกูให้ได้ ไอ้ปั้นหยา
