บทที่ 2 ตอนที่ 1 น้องยังเด็กปล่อยไปเถอะ

ตอนที่ 1 น้องยังเด็กปล่อยไปเถอะ

คลับ PJ

“เข้ามาเถอะน่า ไหน ๆ ก็อ่านหนังสือเครียดมาทั้งวันแล้ว ดื่มให้ผ่อนคลายหน่อยจะเป็นอะไรไป อีกอย่างวันนี้พวกรุ่นพี่ที่เรียนจบไปแล้วก็มางานเลี้ยงรุ่นรวมตัวกันด้วยนะ”

“รุ่นที่แกว่าคือรุ่นไหน” ฉันถามอย่างคนที่อยากรู้ เพราะเมื่อสมัยเข้ามาเรียนปีหนึ่งแรก ๆ เคยปลื้มรุ่นพี่อยู่คนหนึ่ง พี่เขาเรียนเก่งมาก ถ้าจำไม่ผิดพี่เขาน่าจะชื่อเสือ แต่ก็ไม่ค่อยได้คุยอะไรกันมากนักหรอก เป็นปีสุดท้ายที่เขากำลังจะเรียนจบพอดี ทำโครงการยุ่ง ๆ เลยคุยกันบ้างไม่ได้คุยกันบ้าง เท่าที่รู้..พี่เสือคะแนนดีที่สุดในรุ่นเลยละ

และคำถามของฉันก็ดันไปจุดประเด็นให้อลิซยิ้มกรุ้มกริ่ม กึ่งเดินกึ่งลากเข้าไปด้านในคลับ

“ก็มีที่จบไปแล้ว หนึ่งสองสามสี่ห้าปี ประมาณนี้ ใครว่างก็มา”

“พี่เสือจะมาไหม ฉันว่าจะขอคำปรึกษาเรื่องโครงการสักหน่อย”

“ฉันว่ามานะ นั่งก่อนสิ เดี๋ยวเด็กเสิร์ฟอลิซชงเครื่องดื่มให้ค่ะ”

“แกก็พูดไปเรื่อย”

“เถอะน่า ของแกนี่อ่อน ๆ นะ เดี๋ยวคอพับ”

“อลิซ!” ฉันแหวเพื่อนรักข้างกายเสียงไม่ดังมากนัก รู้น่าว่าตัวเองคออ่อนเมาง่าย แบบนี้ไงเลยไม่อยากมาเที่ยวสถานบันเทิงแบบนี้ เกิดโดนมอมเหล้าจนน็อกจำทางกลับคอนโดไม่ได้ซวยแย่

“หยอก ~ มีฉันอยู่ทั้งคน”

“โอเค ~” ตอบกลับเสียงสูงอย่างคนไว้ใจ กระทั่งแอลกอฮอล์สีเหลืองอ่อนมาก ๆ มาวางตรงหน้า ฉันก็เอ่ยขอบคุณอลิซเสียงหวาน เพื่อนสาวก็ได้แต่นั่งยิ้มกรุ้มกริ่ม หันมองซ้ายมองขวา จนมีเสียงผู้ชายกลุ่มใหญ่ดังขึ้น น้ำเมาในมือก็แทบหกเพราะเพื่อนรักที่กระชากให้หันไปดูกลุ่มรุ่นพี่ ฉันรู้ว่าอลิซกลัวฉันมองไม่เห็น แต่อลิซจะรู้ไหมว่ามันหก!

“โทษที..”

อลิซเอ่ยขอโทษทำตาปริบ ๆ จนกลายเป็นฉันที่ต้องใจอ่อนอีกตามเคย

“พี่เสือมานะ เดี๋ยวนั่งสักพักเราค่อยไปทักทายพี่เสือกัน”

“โอเค” ฉันพยักหน้าตอบไม่เรื่องมาก ใจหนึ่งก็แอบเกรงใจที่จะต้องเข้าไปรบกวนเวลาสังสรรค์ แต่อีกใจก็ขอหน่อยเถอะ อยากเรียนจบแล้ว

End Meri

Korn

อีกด้านของกลุ่มชายโสด..

“ผมนึกว่าจะไม่ได้เจอเฮียแล้วนะเนี่ย”

“ทำไม? เพื่อนกูตามตัวยากเหรอ” ผมถามรุ่นน้องที่เอ่ยแซวยิ้ม ๆ พลางหันไปมองไอ้ปืนที่นั่งหันมองซ้ายมองขวาเหมือนว่าต้องการให้ใครสักคนมานั่งป้อนเหล้ามัน ส่วนคนอื่น ๆ ก็คุยกันสัพเพเหระไปเรื่อย

“ผมหมายถึงเฮียนั่นแหละ เฮียปืนออกมาบ่อยจะตาย ขึ้นกับผมก็บ่อย”

“บ่อยคืออะไรของมึงไอ้เสือ?” ผมถามอย่างไม่เข้าใจคำว่าขึ้นของมัน จนเมื่อได้คำตอบ..กระจ่างเลย

“ขึ้นคู่อะครับพี่กรณ์ สนใจอยากขึ้นกับน้องปืนน้องเสือไหม” ปืนพูดท่าทางกวน ๆ

และประโยคที่มันตอบแทนรุ่นน้องก็ทำให้ผมส่ายหน้า ขอไม่ร่วมวง

“ว่าแต่ช่วงนี้มึงหายหัวบ่อยนะ ติดสาว?” ปืนถามแล้วกระแทกไหล่ หรี่ตามองเหมือนจับผิด

“ไม่มีให้ติด แค่ประสาทจะแดกกับงานนิดหน่อย เคลียร์ลงตัวก็โอเค ที่ไม่โอเคก็พ่อแม่แหละ”

“ก็ไม่แปลก อายุเพิ่มขึ้นทุกวัน ลูกยังไม่ลงหลักปักฐานเลย พ่อแม่ที่ไหนจะไม่ห่วง”

“พ่อแม่มึงล่ะ?”

“เรื่องของพ่อแม่กูครับ อย่าเสือก” ปืนพูดกระแทกเสียงดังทำผมหัวเราะในลำคอ

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

“ขอโทษนะคะ สวัสดีค่ะพี่เสือ..สวัสดีค่ะพี่..”

เธอมองตามพวกผมทีละคน ซึ่งก็มีกันอยู่แค่สองคนที่นั่งคุยอยู่กับไอ้เสือ

“สวัสดีครับอลิซ คนนี้พี่ปืน อีกคนพี่กรณ์ครับ เรามาคนเดียวเหรอ เพื่อนมาไหม” เสือยิ้มตอบน้ำเสียงปกติ

“เอ่อ ขอเข้าเรื่องเลยนะคะ จะรบกวนไหมคะ พอดีว่าอลิซอยากขอปรึกษาเรื่องโครงการหน่อยค่ะ”

“ได้ ๆ นั่งเลย”

ประโยคของไอ้เสือทำรุ่นน้องผู้หญิงคนตรงหน้าเอ่ยขอบคุณ พร้อมกับหันไปกวักมือเรียกเพื่อน 'เจริญ!'

End Korn

Meri

“สวัสดีค่ะ ชื่อเมรินะคะ” ฉันพนมมือไหว้รุ่นพี่แต่ละคนยิ้ม ๆ ที่ประทับใจที่สุดเห็นจะเป็นพี่เสือ เพราะพี่เขาแต่งตัวเรียบร้อยที่สุด ปลดกระดุมคอเสื้อแค่เม็ดเดียว เพื่อนที่เหลือปลดจน..เห็นกล้ามหน้าท้องเกือบถึงรูสะดือเชียว

หลังจากที่ทำความรู้จักกันเรียบร้อย เพื่อนพี่เสือก็บอกให้ฉันมาถามพวกเขาก็ได้ ในจังหวะที่กำลังจะถาม อยู่ ๆ ก็มีสายเรียกเข้าทำให้พี่ปืนต้องขอตัวออกไปคุยโทรศัพท์ เลยเหลือแค่ฉันกับพี่กรณ์

หากคนนอกมองมาก็คงจะคิดว่ามากันเป็นคู่ ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่เลย ฉันกับอลิซแค่อยากมาปรึกษาเผื่อจะได้คำแนะนำดี ๆ จากรุ่นพี่ก็เท่านั้น

“ไหนล่ะ เธอติดตรงไหน?”

“ช่วงสรุปสาระสำคัญค่ะ”

“เรียนเกือบสี่ปี ไม่เข้าใจเลย?”

เอ๊ะ! รุ่นพี่คนนี้เป็นคนยังไงกันแน่ ถ้าเข้าใจจะถามไหมเล่า! ใครมันจะเก่งไปหมดซะทุกเรื่องจนได้คะแนนดีแบบพวกพี่เขาล่ะ แล้วถ้าฉันทำได้แบบนั้นคงไม่มานั่งขอคำปรึกษาในคลับแบบนี้หรอก

“ล้อเล่น ไหนลองอธิบายมาให้พี่ฟังคร่าว ๆ หน่อย” 

ฉันที่สบโอกาสเลยร่ายยาวไปชุดใหญ่ โดยมีพี่เขาคอยช่วยให้คำแนะนำ ซึ่งการแนะนำปากต่อปากไม่หลักการแบบนี้ทำให้ฉันเข้าใจมากกว่าที่อาจารย์เคยสอน และที่เรียนมา จนพอจะนึกภาพรวมได้ เลยพนมมือไหว้ขอบคุณพี่กรณ์ที่ให้คำปรึกษาไปยกใหญ่ ทว่าเขากลับ..

“ไม่สอนฟรีนะ”

“อ้าว..ให้เมริเลี้ยงเหล้าเหรอคะ”

“ดูด้วยพวกพี่มากี่คน เลี้ยงไหวหรือไง”

“ไม่ไหวค่ะ เมริเรียนอยู่” ตอบไปตามตรง ใครมันจะไปเลี้ยงไหว มากันเป็นสิบ ดีนะที่นั่งแยก ๆ กัน ไม่มาอออยู่ที่เดียวกัน ไม่อย่างนั้นคงไม่กล้าเข้ามาทักทายแน่นอน แต่ก็นะ..ผิดแผนไปหน่อย นึกว่าพี่เสือจะเป็นคนสอนฉันซะอีก ที่ไหนได้ไปสอนอลิซเฉยเลย แบบนี้ต้องกลับไปคาดคั้นยัยตัวดีหน่อยแล้ว

“มองเพื่อนหรือมองไอ้เสือ” โน้มใบหน้าไปสบตา ขมวดคิ้วถาม

ฉันที่เพิ่งได้สติ ขยับเอี้ยวตัวหลบแทบไม่ทัน แต่ความโชคร้ายยังไม่หมด ฉันเกือบจะล้มไปทับพี่อีกคนที่นั่งหันหลังให้ โชคดีที่มีมือพี่กรณ์มารั้งไหล่ไว้ก่อนทำให้ไม่ได้ล้มทับรุ่นพี่

“สองรอบละนะเมริ พี่ช่วยเธอสองรอบแล้ว”

“เอ่อ ขอบคุณค่ะ เมริเหม่อ”

“เธอเหม่อเพราะเพื่อนหรือเพราะ..”

“เมริกำลังสงสัยว่าอลิซจะเข้าใจไหมน่ะค่ะ”

“แล้วเธอเข้าใจหรือเปล่า?” ถามแล้วแบมือขอ..

“คะ?”

“เอาโทรศัพท์มา แลกไลน์ไว้ เผื่อเธอสงสัยจะได้ไลน์ถามพี่ ส่วนไอ้เสือปล่อยให้มันเป็นที่ปรึกษาของอลิซไป”

“เอ่อ..” ฉันขอไม่ให้ได้ไหม ไม่อยากคุยต่อ ไม่อยากถามเรื่องอื่นต่อ ถ้าไม่เข้าใจก็ไม่เข้าใจเลยจะดีกว่าแบบนี้จะน่าเกลียดไหม?

“แบตหมด หรือลืมโทรศัพท์?”

“ท..โทรศัพท์อยู่ในกระเป๋าอลิซค่ะ” ฉันพูดติดอ่างเพราะหวาดกลัวสีหน้าท่าทางของคนตรงหน้า ทว่าพี่กรณ์กลับ..

“ไอ้เสือ ขอโทรศัพท์เมริในกระเป๋าอลิซให้กูหน่อย”

นั่นไง! ว่าแล้วเชียว พี่กรณ์ต้องไม่ยอมแน่ ๆ เป็นแบบนี้แล้วจะปฏิเสธยังไง ทำยังไงดี แกล้งลืมรหัส กดให้โทรศัพท์ล็อกเลยดีไหม หรือ..ทำหล่นให้ดับแตกไปเลยดี ฮือ..ผีสางนางไม้ที่ปกปักรักษาลูกอยู่ช่วยลูกช้างตัวน้อย ๆ ด้วยเถิด

“รหัสครับ?”

ยื่นมาตรงหน้าเลยพอดี เป็นการขอที่มัดมือชกสุด ๆ

“191123”

“รหัสมีความหมายไหม”

“มีค่ะ”

“คือวันอะไร”

“ไม่มีวันอะไร แค่อยากตั้งให้เหมือนมีอะไร..”

“กวน..เหรอ” พี่กรณ์เอียงคอหรี่ตามองฉันอย่างคนจับผิด ซึ่งฉันก็ได้แต่หลบสายตาส่ายหน้าไปมา ดันมือพี่เขาให้รีบกดไอดีไลน์ตัวเองเสียที ฉันจะได้เก็บโทรศัพท์กลับที่เดิม พี่กรณ์ที่เหมือนจะรู้ว่าฉันเขิน เขาเลยก้มพิมพ์ยิ้ม ๆ และยื่นโทรศัพท์มาตรงหน้าฉัน

“กดเพิ่มเพื่อน”

“คะ?” เขาพิมพ์ไอดีตัวเองมาขนาดนี้แล้ว แต่ยื่นมาให้ฉันกดเพิ่มเพื่อนนี่นะ?

“เพิ่ม”

“ค่ะ ๆ” รับโทรศัพท์มาแล้วก็กดเพิ่มเพื่อน ทันทีที่กดสติกเกอร์ยืนเก๊กท่าก็ส่งเข้ามาทันที ฉันเลยเงยหน้าขึ้นกดปิดหน้าจอระบายยิ้มแห้งให้พี่กรณ์ ก่อนจะชี้ไปยังโต๊ะของตัวเอง พร้อมกับขอตัวกลับโต๊ะก่อน

“เพื่อนเธอยังคุยไม่เสร็จ ถ้าจะไปก็ไป เดี๋ยวพี่ไปนั่งเป็นเพื่อน”

“…” เพื่ออะไร

“พี่นั่งตรงนี้ก็เหงาอยู่ดี ไอ้เสือสอนอลิซ ไอ้ปืนไปคุยโทรศัพท์”

“อ๋อ” อ๋อแบบอ๋ออะไร ทำไมต้องเข้าใจ แล้วทำไมพี่กรณ์ต้องมาสาธยายให้ฟังด้วยฉันไม่เข้าใจ

สุดท้ายก็..นั่นแหละ พี่เขาตามฉันกลับมาที่โต๊ะ

“เรียนยากไหม จะจบแล้วอดทนหน่อย”

“ก็นิดหน่อยค่ะ”

“แล้วคิดยังไงมาถามรุ่นพี่”

“ก็คิดว่าคงได้คำแนะนำที่ดีค่ะ”

“คิดถูกแล้ว”

“ค่ะ” พี่เขาพูดเหมือนฉันมาถูกทาง ทั้งที่ฉันไม่รู้อะไรเลย แล้วก็ไม่ได้เตรียมใจมาคุยกับรุ่นพี่ที่เรียนจบก่อนฉันไปตั้งหนึ่งปีอย่างเขาอีกด้วย ถึงแม้ว่าหน้าตาพี่เขาจะอยู่ในเกณฑ์ดีมากก็ตาม

ด้วยความที่ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดฉันเลยขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เพื่อหลีกเลี่ยงการตอบคำถามพี่กรณ์ที่มักจะมาพร้อมรอยยิ้ม..ยิ้มที่เหมือนมีอะไร จนเมื่อเดินกลับมาที่โต๊ะ อลิซก็นั่งอยู่ก่อนแล้ว ฉันเลยเอ่ยชวนอลิซกลับ เพราะนี่มันก็ดึกมากแล้ว

ครืด ครืด ครืด

โทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างขาสั่นถึงสามครั้งติด ฉันเลยหยิบขึ้นมาปลดล็อกรหัสผ่าน แต่เมื่อเห็นชื่อคนส่งข้อความมาก็จำเป็นต้องกดปิดหน้าจอวางลงที่เดิม ทำให้อลิซที่นั่งด้านข้างเอ่ยถามขึ้น..

“ใครอะ พี่กรณ์เหรอ”

“แก ฉันลำบากใจมาก” ตอบอลิซน้ำเสียงลำบากใจ ด้วยที่กลัวว่าพี่เขาจะแต่งงาน มีครอบครัวแล้ว ดูจากสีหน้าท่าทาง พี่เขาแพรวพราวมาก เหมือนเสือตัวพ่อเลยไม่มีผิด

“พี่เขาโสด หน้าที่การงานดี กลุ่มนี้โสดหมด ฉันถามแล้ว”

“…” อลิซไปเอาความใจกล้ามาจากไหน?

“ฉันคุยกับพี่เสือถูกคอน่ะ เลยมีโอกาสถาม พี่เขาก็ถามนะว่าแกยังโสดไหม”

“แล้วแกตอบว่า..” ถ้าตอบไม่โสดจะไล่อลิซลงจากรถเดี๋ยวนี้เลย!

“โสดสิ แกกับฉันน่ะ โสดสนิท”

“ฉันนึกว่าจะต้องไล่แกลงจากรถแล้ว”

“อย่ามาใจร้ายกับฉันนะ!” อลิซกอดอกทำหน้าบึ้ง ก่อนจะหัวเราะออกมา

“ทำไม่ลงหรอก เห็นหน้าตาจิ้มลิ้มแบบนี้ อยากหยิกแก้มจริง ๆ” ระหว่างที่เราสองคนคุยกัน ฉันก็ขับรถมาตามทางเรื่อย ๆ กระทั่งถึงคอนโดที่อยู่อาศัย

“ฝันดีนะเมริ ตื่นแล้วปลุกด้วยนะ”

“โอเค ๆ ฝันดีนะแก” ฉันพยักหน้าตอบอลิซ โบกมือให้เพื่อนรักที่เปิดประตูเข้าไปนอนในห้องข้างกัน

หากถามว่าเราสองคนสนิทกันมากแค่ไหน ก็..สนิทกันมาก ถึงขั้นที่แชร์ค่าห้องกันมาตลอดตั้งแต่ปีหนึ่งจนถึงปีสุดท้าย คือปีนี้ที่กำลังจะสำเร็จการศึกษา เวลามีปัญหาอะไร เราก็จะปรึกษากันสองคน พร้อมกับหาทางออกเงียบ ๆ นั่นเลยทำให้เราสนิทกันมากจนกล้าเปิดใจในทุก ๆ เรื่อง

End Meri

Korn

ทางด้านเสือตัวพ่อที่ยังอยู่ที่เดิม พร้อมกับรอรุ่นน้องตอบข้อความ

Korn : กลับไว

Korn : มีเรียนเหรอ

Korn : เธอยังไม่ตอบแทนพี่ที่สอนและช่วยเลยนะ

“นั่งดูเหี้ยอะไร?” ปืนชะเง้อหน้ามาถาม เจ้าของโทรศัพท์เลยกดปิดหน้าจอ กระแทกไหล่คนเสือกให้กลับไปนั่งที่เดิม

“ชอบเด็กเหรอเฮีย” เสือแซวขึ้นยิ้ม ๆ

“อย่าประสาท” ตอบน้ำเสียงมีอารมณ์ ใครมันจะชอบคนที่เพิ่งเจอกันได้ครั้งเดียววะ ไม่มีหรอก เออไม่มีหรอก ว่าแต่..กลิ่นหอมติดมือเลยแฮะ

“แล้วนั่นเป็นเหี้ยอะไรนั่งดมมือ ไปล้วงของใครมาล่ะ หอมขนาดนั้นเชียว”

“มึงนี่คิดแต่เรื่องใต้สะดือจริง ๆ ใครจะบ้าล้วงฮีมานั่งดม บ้าหรือเปล่า” ผมสวนกลับไอ้ปืนเสียงดัง

“ก็ไม่แน่ คนมันหอมก็อาจจะหอมทั้งตัว” สิ่งที่เพื่อนพูดทำผมคิดไปถึงตอนที่คว้าไหล่เมริ แล้วก็ต้องส่ายหน้าเพราะมันไม่มีทางเป็นไปได้ กะอีแค่จับไหล่นี่นะ กลิ่นจะติดทนขนาดนี้ ผมทั้งจับแก้วเหล้า เช็ดมือ ล้างมือ จับไข่ตอนเยี่ยว บ้าน่า..

ครืด

เพียงแค่โทรศัพท์สั่นครั้งเดียว ผมก็รีบหงายโทรศัพท์ขึ้นมาปลดล็อก

Meri : ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ ไว้เมริว่างจะขอเลี้ยงข้าวตอบแทนนะคะ

เห็นข้อความตอบกลับถึงกับหลุดยิ้ม จนกดเข้าไปดูรูปโปรไฟล์.. ‘น่ารักเอาเรื่อง’

Korn : วันนี้ได้ไหม เช้ามีเรียนหรือเปล่า

Meri : มีเรียนเช้าค่ะ ขอเป็นวันอื่นนะคะ

Korn : เธอว่างวันไหนล่ะ เสาร์-อาทิตย์?

Meri : ค่ะ เดี๋ยวเมริบอกวันที่ว่างจริง ๆ อีกครั้งนะคะ

Korn : โอเค งั้นก็ไปนอนซะ เด็กน้อย

“พิมพ์คุยอะไรกับใคร เด็กมึงเหรอ ยิ้มแก้มจะฉีกถึงรูหูละ” ไอ้ปืนพูดแล้วก็ตั้งท่าจะเอื้อมมือมาคว้าโทรศัพท์ ซึ่งก็ไม่ทันมือคนอย่างผม คว้าปุ๊บจอดับปั๊บ เอาดิ

“อย่าเสือกให้มันมาก”

“น้องยังเด็ก ปล่อยไปมีอนาคตที่ดีเถอะ”

“เด็กแล้วเย.-.ดไม่ได้หรือไง?” ผมขมวดคิ้วถามมันกลับ

“น้องเขามาปรึกษาเรื่องเรียน มึงนี่ก็เซียนล่อเย-.-ดเหลือเกินนะ”

“บนโลกนี้ไม่มีของฟรี ต้องมีอะไรมาแลกดิวะ” พูดไม่สะทกสะท้าน ยกแก้วขึ้นชวนไอ้สองคนชน แน่นอนว่าไม่มีใครห้ามใครแต่ก็อย่าวู่วามไปเดี๋ยวเด็กตกใจ หึหึ

End Korn

บทก่อนหน้า
บทถัดไป