บทที่ 1 อาจจะไม่รอด

เสียงสัญญาณเตือนจากเครื่องวัดชีพจรดังลั่นบาดหู แสงไฟฉุกเฉินสีแดงหน้าห้องไอซียูกะพริบวาบ สะท้อนหยาดน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้มของ ‘ลดา’

มือเรียวสั่นเทาทาบลงบนกระจกเย็นเฉียบ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความช็อกขณะมองทะลุเข้าไปด้านใน แพทย์และพยาบาลนับสิบชีวิตกำลังรุมล้อมเตียงผู้ป่วยอย่างบ้าคลั่ง

"ชาร์จสองร้อยจูล... ถอย!"

ร่างของ ‘เจ้าสัวทรงพล’ กระตุกเด้งขึ้นจากเตียงตามแรงกระชากของเครื่องกระตุ้นหัวใจ ก่อนจะทิ้งตัวลงไปนิ่งสนิท เส้นกราฟบนหน้าจอมอนิเตอร์ยังคงเป็นเส้นตรง ลดาแทบหยุดหายใจ เข่าทรุดลงจนเกือบจะพยุงตัวไม่อยู่ หากไม่มีผนังกระจกคอยดันไว้ เธอคงลงไปกองกับพื้น

"พ่อ... อย่าทิ้งลดาไปนะคะ..."

เธอพยายามกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้อย่างสุดความสามารถ แต่ภาพบิดาตัวเองที่กำลังอยู่ระหว่างความเป็นกับความตายก็ทำเอาความอดทนของทายาทอันดับหนึ่งแห่ง ทีพี เอสเตท พังทลายลงมาไม่เหลือชิ้นดี

เวลาสิบห้านาทีในนั้นยาวนานราวกับนับปี ในที่สุดเสียงสัญญาณชีพจรก็กลับมาเต้นเป็นจังหวะอ่อนแรง บานประตูห้องปลอดเชื้อถูกผลักออกพร้อมร่างของนายแพทย์ใหญ่ที่เดินถอดหน้ากากอนามัยออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

ลดารีบถลาเข้าไปหาทันที "คุณหมอคะ! พ่อลดา... พ่อปลอดภัยแล้วใช่ไหมคะ?"

"เราปั๊มหัวใจท่านกลับมาได้สำเร็จครับคุณลดา" คำตอบนั้นทำเอาคนฟังพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด ทว่าประโยคถัดมากลับทำให้หัวใจของเธอร่วงหล่นกลับลงไปอีกครั้ง "แต่เนื่องจากสมองขาดออกซิเจนเป็นเวลานาน ประกอบกับสภาพร่างกายที่ถูกทำลายอย่างหนัก... ตอนนี้ท่านอาจจะต้องอยู่ในภาวะโคม่าไปสักพักใหญ่"

ลดายืนนิ่งงัน "โคม่า... คุณพ่อเพิ่งตรวจสุขภาพไปเมื่อเดือนก่อน ท่านแข็งแรงดีทุกอย่าง แล้วจู่ๆ จะหัวใจวายจนถึงขั้นโคม่าได้ยังไง!"

นายแพทย์ถอนหายใจยาว ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ ลดระดับเสียงลงจนเกือบเป็นกระซิบ "ผลตรวจเลือดเบื้องต้นออกมาแล้วครับคุณลดา เราพบสารพิษกลุ่มกดประสาทชนิดรุนแรงตกค้างอยู่ในกระแสเลือดของท่าน"

ดวงตาที่เอ่อล้นด้วยน้ำตาของลดาเบิกกว้างขึ้นทันที "สารพิษ?"

"ครับ... ปริมาณมากพอที่จะทำให้หัวใจล้มเหลวเฉียบพลันได้เลย นี่ไม่ใช่อาการป่วยตามธรรมชาติ แต่มีคนจงใจวางยาท่านมากกว่า"

โถงทางเดินตกอยู่ในความเงียบ เสียงสะอื้นเมื่อครู่เหือดแห้งไปในพริบตา ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยเสียงหอบหายใจด้วยความโกรธ มือเรียวกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ

ใครกันนะที่จงใจจะฆ่าพ่อ

ครืด... ครืด...

สมาร์ตโฟนในกระเป๋าเสื้อสูทสั่นเตือนอย่างบ้าคลั่ง ลดากดรับสายทันทีที่เห็นชื่อ ‘แพรว’ เพื่อนสนิทและทนายความส่วนตัวปรากฏขึ้นบนหน้าจอ

"ลดา! ตอนนี้แกอยู่ไหน!" น้ำเสียงของแพรวเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ก่อนจะตามมาด้วยเสียงคนจอแจและตะโกนสั่งงานวุ่นวาย

"หน้าห้องไอซียู เกิดอะไรขึ้นเหรอแพรว?" ลดาถามกลับด้วยน้ำเสียงที่เริ่มกลับมาเยือกเย็นตามเดิม

"ข่าวลือหลุดไปถึงมือนักข่าวแล้วนะลาด มีคนปล่อยข่าวว่าลุงทรงพลหัวใจวายเฉียบพลันและอาจจะไม่รอด ตอนนี้สื่อทุกสำนักกำลังตีข่าวนี้กันใหญ่โต" แพรวรัวคำพูดแทบไม่หายใจ "แต่ที่แย่กว่านั้นคือตลาดหุ้น... หุ้นทีพี เอสเตท เทขายกันกระหน่ำจนกราฟดิ่งแดงเถือกทะลุแนวรับไปแล้วลดา ถ้าข่าวโคม่าถูกยืนยันเมื่อไหร่ บริษัทพ่อเธอมีหวังล้มละลายแน่"

ลดากัดริมฝีปากล่างจนห้อเลือด พ่อถูกวางยา แถมข่าวหลุดออกไปทันทีที่พ่อเข้าไอซียู จากนั้นหุ้นก็ดิ่งลงเหว นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ

"ใครเป็นคนปล่อยข่าว?" ลดาถามเสียงเรียบ แต่ดุดัน

"ฉันกำลังให้คนเช็กต้นตออยู่ แต่บอร์ดบริหารกำลังตื่นตระหนกกันไปหมด นทีเรียกประชุมด่วนบ่ายนี้ อ้างว่าต้องหาคนมารักษาการตำแหน่งประธานเพื่อกู้สถานการณ์... ลดา แกต้องรีบกลับมาที่บริษัทเดี๋ยวนี้ ถ้าแกไม่มา นทีต้องทำอะไรไม่ดีแน่!"

ทายาทสาวตระกูลอสังหาฯ ปรายตามองผ่านกระจกเข้าไปยังร่างที่นอนนิ่งไม่ไหวติงของบิดาอีกครั้ง น้ำตาหยดสุดท้ายไหลรินลงมา ก่อนที่เธอจะยกหลังมือขึ้นปาดมันออกไปอย่างลวกๆ 

"บอกให้บอร์ดทุกคนรออยู่ที่นั่นแหละ แพรว..." ลดากัดฟันกรอกเสียงลงไปในสาย  "ฉันจะกลับไปกระชากหน้ากากไอ้คนที่มันกล้าทำเรื่องระยำพวกนี้เอง"

รองเท้าส้นสูงสีดำขลับกระแทกส้นลงบนพื้นหินอ่อนของล็อบบี้สำนักงานใหญ่ ทีพี เอสเตท ลดาก้าวฉับๆ ผ่านประตูอัตโนมัติเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบตึง 

บรรยากาศภายในบริษัทเต็มไปด้วยความโกลาหล พนักงานจับกลุ่มซุบซิบด้วยสีหน้าตื่นตระหนก บ้างถือโทรศัพท์แนบหูด้วยท่าทีลุกลน บ้างชี้ชวนกันดูหน้าจอโทรทัศน์ที่กำลังถ่ายทอดสดสถานการณ์หุ้น

"คุณลดามาแล้ว!" เสียงใครคนหนึ่งร้องขึ้น ทำให้สายตานับร้อยคู่หันมาจับจ้องเธอเป็นตาเดียว

ลดาไม่สนใจเสียงเซ็งแซ่ที่ดังตามหลัง เธอพุ่งตรงไปที่โถงกลางของชั้นหนึ่ง ที่ซึ่งมีเสียงคนพูดผ่านไมโครโฟนดังก้องออกมา

เมื่อเลี้ยวพ้นมุมทางเดิน ภาพตรงหน้าก็ทำให้อารมณ์คุกรุ่นที่พยายามสะกดไว้แทบระเบิดออก

‘นที’ ในชุดสูทสีเทาสั่งตัดเนี้ยบกริบ กำลังยืนเด่นเป็นสง่าอยู่หลังโพเดียม ด้านหน้าของเขามีกล้องวิดีโอจากสำนักข่าวหลายช่องตั้งเรียงราย แฟลชสาดสว่างวาบเป็นระยะ ขณะที่บอร์ดบริหารหลายคนนั่งเรียงหน้าสลอนอยู่ด้านหลังด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

บทถัดไป