บทที่ 2 ใครอนุญาต
"ผมทราบดีครับว่าข่าวอาการป่วยของคุณลุงทรงพลทำให้ทุกคนเสียขวัญ" นทีเอ่ยขึ้นด้วยเสียงนุ่มนวลแสดงทำตัวเป็นวีรบุรุษกู้วิกฤต "แต่ทีพี เอสเตท คือองค์กรระดับประเทศ เราจะปล่อยให้เรือใหญ่ลำนี้เคว้งคว้างไร้หางเสือไม่ได้เด็ดขาด"
เขาหยุดพักหายใจ กวาดสายตามองผ่านเลนส์กล้องด้วยแววตาจริงจัง "น้องลดา... ทายาทเพียงคนเดียวของท่าน ตอนนี้คงกำลังเสียใจและต้องการเวลาดูแลคุณลุงอย่างใกล้ชิด ผมในฐานะสายเลือดของตระกูล และรองประธานบริหาร จึงขอประกาศขอรับความเห็นชอบจากบอร์ดบริหาร... เพื่อก้าวขึ้นรับตำแหน่ง ‘รักษาการประธานกรรมการบริหาร’ ชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย"
เสียงฮือฮาดังขึ้นจากกลุ่มนักข่าวและพนักงานที่ยืนมุงดู นทีจุดจิ้มมุมปากขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะจางหายไปโดยไม่มีใครทันได้มองเห็น
"ใครอนุญาตให้พี่นทีจัดงานแถลงข่าวคะ?"
เสียงกังวานใสที่ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความวุ่นวาย ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวในโถงหยุดชะงัก
กล้องทุกตัวหันขวับไปทางต้นเสียง ลดาเดินแวกวงล้อมของนักข่าวเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่าผ่าเผย ไม่มีเค้าความอ่อนแอหรือคราบน้ำตาหลงเหลืออยู่บนใบหน้าสวยตามที่นทีเพิ่งแถลงข่าวไปแม้แต่น้อย
นทีชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นเธอปรากฏตัว ก่อนจะรีบปรับสีหน้าเสแสร้งทำเป็นห่วงใย "ลดา... พี่นึกว่าลดาอยู่ที่โรงพยาบาล พี่กำลังทำหน้าที่…"
"หน้าที่อะไรคะ?" ลดาตัดบทฉับ เดินขึ้นไปประจันหน้ากับลูกพี่ลูกน้องตัวเองในระยะเผาขน "หน้าที่ของรองประธาน คือการฉวยโอกาสตอนที่ประธานใหญ่กำลังนอนอยู่ในห้องไอซียู รีบตั้งโต๊ะแถลงข่าวเพื่อฮุบเก้าอี้บริหารอย่างนั้นเหรอคะ?"
คำพูดตรงไปตรงมานั้นทำเอานักข่าวฮือฮากันอีกระลอก แฟลชรัวถ่ายภาพการเผชิญหน้าของสองสายเลือดตระกูลอสังหาฯ อย่างไม่ลดละ บอร์ดบริหารด้านหลังเริ่มขยับตัวไปมาอย่างอึดอัด
"ลดา! พูดอะไรระวังคำพูดหน่อย" นทีกดเสียงต่ำให้ได้ยินกันแค่สองคน "พี่กำลังช่วยแก้ปัญหา หุ้นเราดิ่งเหว แบงก์กำลังจะระงับวงเงินกู้ ถ้าไม่มีผู้นำตอนนี้ บริษัทเราพังแน่ เธอจะเอาความรู้สึกส่วนตัวมาทำให้คนทั้งบริษัทเดือดร้อนไม่ได้นะ!"
ลดากดมุมปากลง แค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ "ห่วงบริษัท หรือห่วงว่าตัวเองจะพลาดโอกาสทองกันแน่คะพี่นที?"
เธอหันขวับไปเผชิญหน้ากับกล้องและกองทัพนักข่าว ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงหนักแน่น"ดิฉัน อรินรดา ขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า เจ้าสัวทรงพลยังคงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารแห่ง ทีพี เอสเตท และในระหว่างที่ท่านกำลังพักฟื้น... ดิฉัน ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด และทายาทอันดับหนึ่ง จะเป็นผู้ดูแลการบริหารเอง ทั้งหมด!"
"ลดา! เธออายุเท่าไหร่ ประสบการณ์ก็ยังน้อย จะรับมือวิกฤตระดับนี้ไหวได้ยังไง!" บอร์ดบริหารคนหนึ่ง ซึ่งเป็นคนสนิทของนที ตะโกนแย้งขึ้นมา
ลดากวาดสายตามองบอร์ดบริหารทีละคนด้วยแววตาคมกริบ "ประสบการณ์อาจจะน้อย แต่ดิฉันรับประกันได้ว่า... ดิฉันไม่มีวันแทงข้างหลังบริษัทของตัวเองเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวแน่นอนค่ะ"
คำพูดนั้นกรีดลึกลงไปกลางวง นทีหน้าตึงไปชั่วขณะ มือหนากำเข้าหากันแน่น
"แล้วเรื่องสภาพคล่องล่ะครับคุณลดา! มีข่าวลือว่าแบงก์จะตัดงบโปรเจกต์ใหม่ ถ้าไม่มีเงินสดมาหมุนเวียน บริษัทจะล้มละลายภายในสามวันนะครับ!" นักข่าวคนหนึ่งตะโกนถาม
ลดาสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนตอบคำถามนั้นด้วยแววตามั่นคง "ดิฉันขอเวลาเจ็ดสิบสองชั่วโมง... ภายในสามวันนี้ ดิฉันจะหาเงินทุนก้อนใหม่มาอัดฉีดระบบ และกู้วิกฤตครั้งนี้ให้จบลงให้ได้"
"ถ้าทำไม่ได้ล่ะครับ?" นทีถามแทรกขึ้นมาทันทีด้วยน้ำเสียงท้าทาย
ลดาก้าวเข้าไปใกล้นที จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "ถ้าลดาทำไม่ได้... ลดาจะยอมก้าวลงจากตำแหน่ง และยกเก้าอี้รักษาการให้พี่นทีแต่โดยดีค่ะ... แต่จำไว้นะคะพี่นที" เธอชะโงกหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูเขา "ถ้าลดาจับได้ว่าใครเป็นคนวางยาพ่อ... ลดาจะลากคอมันเข้าตาราง ต่อให้มันจะเป็นคนสายเลือดเดียวกันก็ตาม"
นทีชะงัก ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะถอยหลังออกไปก้าวหนึ่ง แสร้งยิ้มบางๆ "พี่จะรอดูความสำเร็จของเธอนะ... ลดา"
ลดายืนหยัดอยู่บนเวที ท่ามกลางแสงแฟลชและสายตาที่จับจ้อง เธอรู้ดีว่าคำประกาศเมื่อครู่คือการผูกมัดตัวเองเข้ากับเส้นตายที่บีบคั้นที่สุด แต่เธอไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องหาเงินก้อนใหญ่นี้มาให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
แสงไฟสีส้มจากเสาไฟริมถนนสาดสะท้อนผ่านหน้าต่างบานเกล็ดเข้ามาในห้องพักฟื้นวีไอพี ลดาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียงผู้ป่วย มือข้างหนึ่งกุมมือที่เย็นเฉียบของเจ้าสัวทรงพลไว้แน่น ส่วนอีกมือถือสมาร์ตโฟนที่เพิ่งถูกตัดสายทิ้งเป็นครั้งที่สิบแปดของวัน
"คุณอาคะ... แค่ห้าร้อยล้าน ดอกเบี้ยเท่าไหร่ลดาก็ยอม..."
"ลุงเห็นใจลดานะลูก แต่บอร์ดทางลุงไม่อนุมัติจริงๆ นทีเพิ่งโทรมาคุยเมื่อเช้าว่าสถานการณ์ทีพี เอสเตทตอนนี้เสี่ยงเกินไป ลุงคงช่วยอะไรไม่ได้ ขอโทษนะลดา"
ลดากัดริมฝีปากจนเจ็บเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ ไอ้พี่นทีมันดักทางความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ทุกคนที่พ่อเคยร่วมธุรกิจด้วยไปหมด
ตลอดทั้งวัน ทายาทสาวต้องวิ่งเต้นเข้าออกตึกธนาคารใหญ่แทบทุกแห่งในกรุงเทพฯ รองเท้าส้นสูงแบรนด์เนมที่เคยสวมใส่สบาย ตอนนี้กลับบีบรัดจนข้อเท้าบวมแดง แต่นั่นก็ไม่กับความหวังที่ถูกบีบรัดจนแทบริบหรี่
"เสียใจด้วยครับคุณลดา นโยบายของธนาคารเราไม่สามารถปล่อยสินเชื่อให้บริษัทที่ประธานกรรมการอยู่ในภาวะโคม่า และไม่มีโครงสร้างผู้บริหารที่ชัดเจนได้"
คำปฏิเสธไร้เยื่อใยจากผู้จัดการธนาคารแห่งสุดท้ายของวัน ดับความหวังริบหรี่ที่เหลืออยู่จนมืดสนิท
