บทที่ 5 ห้ามก้าวก่าย

"ห้ามก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวของฉัน ห้ามตั้งคำถาม และห้ามเรียกร้องสิทธิบ้าบออะไรทั้งนั้น" นัยน์ตาของเขาไร้ความปรานี "ถ้าคิดว่าตัวเองยังเป็นคุณหนูลดาทายาทมหาเศรษฐีที่ต้องมีคนคอยปูพรมแดงให้เดินล่ะก็... ทนไม่ได้ก็เซ็นใบหย่าแล้วไสหัวกลับไป แล้วก็อย่าลืมยกบริษัทให้ไอ้นทีมันเอาไปบริหารเล่นด้วยล่ะ"

เจตนิพัทธ์สะบัดมือออกจากคางเธออย่างรังเกียจก่อนจะหมุนตัวเดินล้วงกระเป๋ากางเกงขึ้นบันไดวนไปอย่างไม่ไยดี ทิ้งให้ลดายืนกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อกลางห้องโถงใหญ่

บรรดาแม่บ้านและเด็กรับใช้ต่างก้มหน้าหลบสายตา ไม่มีใครกล้าขยับตัวเข้ามาช่วยนายหญิงคนใหม่ 

ลดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นหยาดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาตรงหางตา เธอเดินไปคว้าหูกระเป๋าเดินทาง ลากมันออกไปทางประตูหลังบ้านด้วยตัวเองอย่างทุลักทุเล

ห้องเก็บของที่ว่าทั้งคับแคบและอับชื้น กลิ่นฝุ่นคละคลุ้งจนต้องยกมือขึ้นปิดจมูก เธอมองเตียงเหล็กเก่าๆ ที่มีเพียงฟูกบางๆ และตู้เสื้อผ้าไม้ผุพังตรงมุมห้อง สภาพของมันไม่ต่างอะไรกับห้องขังเลยสักนิด

หญิงสาวทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงแข็งๆ หยิบผ้าขี้ริ้วที่วางอยู่ใกล้ๆ มาเริ่มเช็ดฝุ่นอย่างเงียบเชียบ ปล่อยให้น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงเผาะลงบนหลังมือด้วยความคับแค้นใจที่ถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจนแหลกเหลว

"รอให้พ่อฟื้นก่อนเถอะ..." ลดาพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า มือที่จับผ้าขี้ริ้วกำแน่นจนสั่นสะท้าน "ฉันจะเอาคืนผู้ชายใจร้ายอย่างคุณ ให้เจ็บเจียนตายยิ่งกว่าที่ฉันเจอวันนี้เป็นร้อยเท่า!"

เช้าวันต่อมา ทันทีที่ขยับตัว อาการปวดร้าวก็แล้วแปล๊บไปทั่วกระดูดสันหลัง ลดาบีบนวดไหล่บางของเธอเพียงสองสามครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นจัดการตัวเองอย่างเนี้ยบกริบ 

เธอเลือกสวมเดรสสูทสีแดงเบอร์กันดีเข้ารูปที่ตัดเย็บอย่างประณีต แต่งหน้าซ่อนรอยคล้ำใต้ตอย่างมืออาชีพ แต้มเรียวปากด้วยลิปสติกสีแดงสด

เมื่อสวมรองเท้าส้นสูงสี่นิ้ว ทายาทสาวแห่งทีพี เอสเตท ก็เชิดหน้าก้าวเดินออกจากห้องเก็บของซอมซ่อด้วยท่วงท่าสง่าผ่าเผย ราวกับกำลังเดินกรีดกรายออกมาจากเพนต์เฮาส์สุดหรูใจกลางเมือง

ทว่าเมื่อก้าวเข้าสู่ห้องอาหารใหญ่ที่ประดับด้วยโต๊ะไม้โอ๊กยาวเหยียด บรรยากาศก็เย็นเยียบลงถนัดตา 

คุณหญิงดาริกา มารดาของเจตนิพัทธ์ นั่งจิบชาเอิร์ลเกรย์อยู่ที่หัวโต๊ะ สายตาคมกริบและเย่อหยิ่งของหญิงสูงวัยปรายมองลูกสะใภ้ป้ายแดงตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะเหยียดยิ้มมุมปาก

"แต่งตัวสวยเชียวนะ... ถ้าไม่บอก ฉันคงนึกว่าเธอเดินลงมาจากห้องนอนใหญ่ ไม่ใช่เพิ่งคลานออกมาจากห้องเก็บของหลังบ้าน"

ลดาไม่สะทกสะท้าน เธอยกมือไหว้ด้วยท่าทีอ่อนช้อยงดงามตามแบบฉบับผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว "สวัสดีค่ะคุณหญิง ลดาชินกับการวางตัวให้สมเกียรติค่ะ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน หรือถูกใครปฏิบัติด้วยแบบไหนก็ตาม"

แก้วชาในมือคุณหญิงดาริกากระแทกลงบนจานรองเสียงดังกริ๊ก "เกียรติงั้นเหรอ? ช่างกล้าพูดนะ เกียรติของตระกูลที่กำลังจะล้มละลายจนต้องเอาลูกสาวใส่ตะกร้าล้างน้ำมาเร่ขายเพื่อแลกกับเศษเงินของลูกชายฉันน่ะสิไม่ว่า... หน้าด้านไม่มีใครเกินจริงๆ"

"คุยอะไรกันอยู่ครับ"

เสียงทุ้มต่ำแทรกขึ้นทำลายความตึงเครียด เจตนิพัทธ์ ในชุดสูทสั่งตัดสีเทาเข้มเดินล้วงกระเป๋ากางเกงเข้ามาในห้องอาหาร เขาทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามลดา นัยน์ตาสีรัตติกาลตวัดมองเรือนร่างระหงในชุดสีแดงสดด้วยสายตาเย้ยหยันและอ่านยาก ก่อนจะหันไปทางมารดา "ไปกินข้าวกันดีกว่าครับแม่ วันนี้ผมมีประชุมเช้า"

คุณหญิงดาริกาปรับสีหน้าเป็นยิ้มแย้ม พยักหน้าให้หัวหน้าแม่บ้าน ทันใดนั้น อาหารเช้าสไตล์ยุโรปก็ถูกทยอยนำมาเสิร์ฟตรงหน้า จานของเจตนิพัทธ์และคุณหญิงเป็นสเต๊กปลาแซลมอน แต่เมื่อจานเซรามิกสีขาวถูกวางลงตรงหน้าลดา กลิ่นหอมฉุนของเครื่องเทศและอาหารทะเลก็เตะจมูกทันที

พาสต้ากุ้งล็อบสเตอร์ซอสครีมข้น... เสิร์ฟพร้อมกุ้งแม่น้ำเผาตัวโต

ลดาชะงัก นัยน์ตาสั่นไหวเล็กน้อย เธอแพ้กุ้งอย่างรุนแรง ระดับที่แค่กินเข้าไปเพียงคำเดียวก็สามารถทำให้หลอดลมตีบและช็อกได้

"ทานสิจ๊ะ ลดา" น้ำเสียงของคุณหญิงดาริกาหวานหยด แต่แววตากลับแฝงไปด้วยยาพิษ "แม่ตั้งใจสั่งให้คนครัวทำเมนูนี้เพื่อต้อนรับสะใภ้คนใหม่โดยเฉพาะเลยนะ... หรือว่ารังเกียจอาหารบ้านอัศวเมธิน?"

ลดาเงยหน้าขึ้นสบตากับแม่สามี "ลดาไม่ได้รังเกียจค่ะคุณหญิง... แต่ลดาแพ้กุ้ง ทานไม่ได้จริงๆ ค่ะ"

"คนเป็นสะใภ้บ้านนี้ ต้องรู้จักโอนอ่อนผ่อนตาม" ดาริกากดเสียงต่ำลง แฝงการบังคับขู่เข็ญอย่างชัดเจน "ถ้าแค่อาหารจานเดียวที่แม่สามีอุตส่าห์ตั้งใจมอบให้ เธอยังกลืนลงไปไม่ได้... ก็อย่าหวังว่าจะอยู่ที่นี่ได้อย่างสงบสุขเลย กินเข้าไปซะ ถือว่าเป็นการแสดงความเคารพต่อฉัน"

หญิงสาวกำมือที่วางอยู่บนตักแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เธอหันไปมองคนฝั่งตรงข้าม เจตนิพัทธ์กำลังนั่งหั่นปลาแซลมอนเข้าปากด้วยท่าทีทองไม่รู้ร้อน เขาปรายตามองเธอเพียงหางตา มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มเลือดเย็น

"ถ้าอยากได้เงินพันล้านไปกู้ซากบริษัท..." เจตนิพัทธ์เอ่ยเสียงเรียบโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองเธอ "ก็ต้องรู้จักเอาใจคนจ่ายเงินหน่อยนะ ลดา"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป