บทที่ 6 แม่สามี
ลดาคลี่ยิ้มหวานหยดย้อย เป็นรอยยิ้มงดงามที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา มือเรียวผลักจานพาสต้ากุ้งล็อบสเตอร์ออกห่างจากตัวอย่างเชื่องช้า แล้วหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมากด
"ลดาต้องขออภัยจริงๆ ค่ะคุณหญิง" น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่นุ่มนวล "แต่เกียรติของการเป็นคน คือการไม่โง่กลืนยาพิษเพียงเพราะมีคนเอาคำว่าผู้ใหญ่มาอ้างค่ะ"
คุณหญิงดาริกาหน้าตึงเปรี๊ยะ "นี่เธอหาว่าฉันวางยาเธอเหรอ"
"ลดาแค่เปรียบเปรยค่ะ" ลดาประสานมือวางบนโต๊ะ "ในเมื่อคุณเจตนิพัทธ์ลงทุนซื้อตัวลดามาด้วยเงินตั้งหนึ่งพันล้าน ลดาจะยอมตายด้วยกุ้งจานนี้ไม่ได้หรอกค่ะ... เดี๋ยวคุณเจตน์เขาจะขาดทุนเอา จริงไหมคะ?"
ประโยคท้ายเธอจงใจปรายตาไปทางชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เจตนิพัทธ์เพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักกระตุกเป็นรอยยิ้มบางเบาที่อ่านไม่ออก
ไม่ถึงสิบห้านาทีหลังจากนั้น เสียงฝีเท้าของแม่บ้านก็ดังขึ้นพร้อมกับกล่องอาหารดีไซน์หรูหราประทับตราห้องอาหารระดับเชฟมิชลินสามดาวที่เพิ่งมาส่ง พนักงานบริการส่วนตัวในชุดสูทขาวเดินเข้ามาจัดแจงเสิร์ฟเซตอาหารเช้าอย่าง ทรัฟเฟิลสแครมเบิลเอ้กและคาเวียร์ ลงบนโต๊ะตรงหน้าลดาอย่างประณีต
ลดาหยิบส้อมขึ้นมาตักอาหารเข้าปากด้วยท่วงท่าสง่างาม "พอดีลดาสั่งเดลิเวอรีแบบไพรเวตมาเผื่อค่ะ ทราบดีว่าครัวบ้านอัศวเมธินคงไม่คุ้นกับการทำอาหารให้คนนอกทาน ลดาไม่นิยมลดคุณค่าตัวเองด้วยการฝืนกินสิ่งที่ทำร้ายร่างกาย... หวังว่าคุณหญิงคงไม่ถือสากับความเอาตัวรอดเก่งของลดานะคะ"
คุณหญิงดาริกากำมือแน่นจนช้อนในมือสั่น หญิงสูงวัยอ้าปากเตรียมจะตอกกลับ
แต่ยังไม่ทันได้เปล่งเสียง บรรยากาศคุกรุ่นบนโต๊ะอาหารก็ถูกแทรกซ้อนด้วยเสียงรองเท้าส้นเข็มที่กระแทกพื้นหินอ่อนดังเป็นจังหวะเร่งรีบ
"เจตน์คะ!"
โมนิก้า เซเลบสาวแซ่บในชุดเดรสเกาะอกรัดรูปสีทองฉูดฉาด ก้าวฉับๆ เข้ามาในห้องอาหารราวกับเป็นเจ้าของบ้าน ดวงตาที่กรีดอายไลเนอร์เฉี่ยวคมกวาดมองไปรอบโต๊ะ ก่อนจะหยุดชะงักที่ร่างระหงในชุดเดรสสูทสีแดงเบอร์กันดีของลดา
โมนิก้าจ้องลดาตาเขม็งด้วยประกายความริษยา ข่าวการจดทะเบียนสมรสสายฟ้าแลบเมื่อวานทำให้เธอแทบคลั่งตาย แถมยังต้องมาเห็นศัตรูหัวใจมานั่งเชิดหน้าชูตาอยู่บนโต๊ะอาหารของชายหนุ่มที่เธอหมายปอง
โมนิก้าแสยะยิ้ม หมุนตัวเดินตรงเข้าไปหาลดา มือเรียวที่ประดับด้วยเล็บอะคริลิกยาวเฟื้อยคว้าแก้วน้ำส้มคั้นสดบนโต๊ะขึ้นมา แสร้งทำเป็นสะดุดขาตัวเองเบาๆ
ซ่า!
น้ำส้มสีเหลืองทองสาดกระเซ็น รดลงบนชุดเดรสแดงและเสื้อสูทราคาแพงของลดาจนเป็นรอยด่างดวงขนาดใหญ่
"อุ๊ย! ขอโทษทีค่ะ พอดีมองไม่เห็น" โมนิก้ายกมือขึ้นทาบอก ดัดเสียงแหลมสูงด้วยความสะใจ "นึกว่าอากาศธาตุ... แหม ได้ข่าวว่าเป็นแค่เมียขัดดอกที่แบกหนี้มาให้เจตน์ใช้ ไม่นึกว่าจะกล้ามานั่งเสนอหน้าเทียบชั้นผู้ดีบนโต๊ะอาหารแบบนี้นะคะ นึกว่าเขาจะจัดให้นั่งกินข้าวคลุกน้ำปลาอยู่หลังบ้านซะอีก"
คำด่าทอเหยียดหยามดังลั่นห้องอาหาร คุณหญิงดาริกาลอบยิ้มสะใจที่ได้คนมาช่วยออกโรงแทน
ท่ามกลางความวุ่นวาย เจตนิพัทธ์ค่อยๆ วางมีดและส้อมลงบนจาน ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็ม ความสูง ลดาจ้องมองด้วยแววตามีความหวัง แต่ก็ต้องดับวูบลง เพราะแทนที่เขาจะเข้าไปห้ามปรามหรือปกป้องภรรยาตามกฎหมายของตัวเอง ชายหนุ่มกลับถอยออกมายืนพิงกรอบประตูห้องอาหาร สองมือล้วงกระเป๋ากางเกง นัยน์ตาสีรัตติกาลจดจ้องมองสถานการณ์ตรงหน้าแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาว
ลดาก้มมองคราบน้ำส้มบนเสื้อของตัวเองด้วยแววตาเรียบเฉย หญิงสาวค่อยๆ หยิบผ้าเช็ดปากสีขาวสะอาดที่พับอยู่บนโต๊ะขึ้นมาซับคราบน้ำอย่างใจเย็น
ท่าทีสงบนิ่งนั้นทำให้รอยยิ้มสะใจของโมนิก้าค่อยๆ เจื่อนลง คิ้วที่เขียนมาอย่างประณีตขมวดเข้าหากันด้วยความหงุดหงิดที่ไม่ได้เห็นปฏิกิริยาตอบโต้ดั่งใจหวัง
"หน้าด้าน... โดนสาดขนาดนี้ยังนั่งปั้นหน้าอยู่ได้" โมนิก้าสบถเบาๆ ลอดไรฟัน
ลดาหยุดมือที่กำลังซับคราบน้ำส้ม เธอค่อยๆ ปลดกระดุมสูทตัวนอกออกทีละเม็ดอย่างอ้อยอิ่ง ท่ามกลางสายตาจับจ้องของคุณหญิงดาริกาและโมนิก้า เสื้อสูทแบรนด์เนมตัวหรูถูกถอดออกจากไหล่บอบบาง เผยให้เห็นเดรสสายเดี่ยวสีดำเข้ารูปที่ซ่อนอยู่ด้านใน ขับเน้นผิวขาวผ่องและเรือนร่างระหงให้ดูโดดเด่นและอันตรายยิ่งขึ้น
มือเรียวขยับไปด้านหน้า ปล่อยสูทที่เปื้อนคราบด่างดวงนั้นให้ร่วงหล่นลงจากมืออย่างจงใจ
แหมะ...
เนื้อผ้าชุ่มน้ำส้มทิ้งตัวลงไปกองทับบนรองเท้าส้นสูงคริสตัลคู่หรูของโมนิก้าพอดิบพอดี
"กรี๊ด! ทำบ้าอะไรของเธอเนี่ย ลดา! รองเท้าฉันคู่ละแสนนะ!" โมนิก้ากระโดดเหยง กรีดร้องเสียงแหลมปรี๊ดพร้อมพยายามสะบัดคราบเหนียวเหนอะหนะออกจากหลังเท้า
ลดายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ประสานมือไว้ข้างหน้าแล้วเหยียดยิ้มหวานละมุน "รับไว้สิคะ ถือว่าลดาทำทาน... ให้คนที่อยากได้ของของคนอื่นจนตัวสั่น จะได้มีของแบรนด์เนมติดไม้ติดมือกลับไปบ้าง"
