บทที่ 7 เมียขัดดอก

ประโยคนั้นกรีดแทงเข้ากลางใจคนที่พยายามทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเจตนิพัทธ์มาตลอด โมนิก้าหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ

"นังเมียขัดดอก!"

มือที่ประดับด้วยเล็บอะคริลิกยาวเฟื้อยง้างขึ้นสุดแขน พุ่งตรงหมายจะตบลงบนใบหน้าสวยหยิ่งยโสของลดาให้หันไปตามแรง

หมับ!

แต่ยังไม่ทันที่ฝ่ามือนั้นจะได้สัมผัสผิวแก้ม ลดาตวัดมือขึ้นคว้าข้อมือของโมนิก้าเอาไว้กลางอากาศได้อย่างแม่นยำ หญิงสาวออกแรงบีบข้อมือนั้นแน่นจนกระดูกแทบจะลั่น

"โอ๊ย! ปล่อยฉันนะ!" โมนิก้านิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด พยายามสะบัดมือออกแต่กลับสู้แรงของคนที่ดูบอบบางกว่าไม่ได้เลย

ลดาจิกปลายเล็บลงบนข้อมือของศัตรู ดึงร่างที่กำลังดิ้นรนเข้ามาใกล้ นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกลงไปในดวงตาที่เบิกกว้างของโมนิก้า ก่อนจะเอ่ยพูดด้วยเสียงเย็นเยียบจนคนฟังจับขั้วหัวใจ

"ถ้ากล้าตบเมียที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายอย่างฉัน... ฉันจะให้ รปภ. ลากคอคนนอกอย่างเธอ โยนทิ้งหน้าบ้านเดี๋ยวนี้" ลดากระซิบเน้นย้ำทีละคำ "อยากลองดีก็เอาสิโมนิก้า... จะได้รู้ว่าคนที่มีทะเบียนสมรสอยู่ในมือ มีสิทธิ์ทำอะไรกับคนที่บุกรุกเข้ามาเห่าหอนในบ้านได้บ้าง"

ปัง!

เสียงฝ่ามือกระแทกลงบนโต๊ะไม้โอ๊กดังลั่นห้องอาหาร คุณหญิงดาริกาผุดลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าถมึงทึง

"หยุดกำเริบเดี๋ยวนี้เลยนะลดา!" หญิงสูงวัยตวาดลั่น ชี้หน้าลูกสะใภ้ด้วยความโกรธ "เธอมีสิทธิ์อะไรมาทำตัวต่ำทรามในบ้านของฉัน! ปล่อยมือหนูโมนิก้า แล้วขอโทษเค้าเดี๋ยวนี้! หนูโมนิก้าเป็นแขกวีไอพีของบ้านอัศวเมธิน เธอไม่มีสิทธิ์มาแตะต้อง!"

ลดาไม่ได้สะดุ้งสะเทือนกับเสียงตวาดนั้น เธอค่อยๆ สะบัดข้อมือของโมนิก้าทิ้งอย่างรังเกียจ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับแม่สามี

"แขกวีไอพี... ไม่ควรทำตัวเหมือนสุนัขลอบกัดนะคะคุณหญิง" ลดากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ดังกังวาน ชัดเจนทุกถ้อยคำ "และในเมื่อลดาเป็นนายหญิงของบ้านนี้ตามกฎหมาย ลดาก็มีสิทธิ์อย่างเต็มที่... ที่จะจัดการกับคนไร้มารยาทที่เข้ามาระรานถึงในบ้านค่ะ"

"นี่เธอ... เธอกล้าพูดจากระทบฉันงั้นเหรอ!" คุณหญิงดาริกาหน้าซีดสลับแดง หายใจแรงจนหน้าอกกระเพื่อม

"ลดาพูดตามความเป็นจริงค่ะ ถ้าคุณหญิงเห็นว่าการสาดน้ำใส่คนอื่นเป็นเรื่องที่ผู้ดีเขาทำกัน ลดาก็คงต้องกลับไปทบทวนพจนานุกรมคำว่าผู้ดีของบ้านอัศวเมธินใหม่"

วาทศิลป์ที่เชือดเฉือนโดยไม่หลุดคำหยาบแม้แต่คำเดียว ทำให้ทั้งห้องอาหารตกอยู่ในความเงียบกริบ โมนิก้าได้แต่ยืนกุมข้อมือตัวเองหน้าเสีย หายใจฟืดฟาดแต่ไม่กล้าพุ่งเข้าไปอีก ส่วนคุณหญิงดาริกาก็พูดไม่ออกเพราะถูกตอกกลับแบบหาช่องเถียงไม่ได้

ท่ามกลางสมรภูมิอารมณ์ที่คุกรุ่น ลดารู้สึกได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่จับจ้องมาตั้งแต่ต้น เธอปรายตามองเลยไหล่ของโมนิก้าทะลุไปยังกรอบประตูห้องอาหาร

เจตนิพัทธ์ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงพิงกรอบประตูอยู่ที่เดิม ร่างสูงใหญ่ไม่ได้ขยับเขยื้อนเข้ามาห้ามปรามหรือปกป้องเธอเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่ยืนดูละครฉากนี้ด้วยท่าทีผ่อนคลาย ราวกับกำลังประเมินราคาสินค้าที่เพิ่งประมูลมาได้

วินาทีที่สายตาประสานกัน ลดาเชิดหน้าตวัดมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหยิ่งทะนงและสมเพช

เจตนิพัทธ์ไม่ได้หลบตา ทว่าคิ้วเข้มกลับเลิกขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจระคนทึ่งที่ผู้หญิงคนนี้ไม่มีน้ำตาเลยซักหยอด ไม่แม้แต่จะร้องขอความช่วยเหลือ

มุมปากหยักลึกของซีอีโอหนุ่มค่อยๆ กระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มพึงพอใจอย่างเปิดเผย หมากกระดานนี้คงเล่นสนุกกว่าที่เขาประเมินไว้เยอะเลยทีเดียว

ลดาถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย หันไปหยิบกระเป๋าสะพายแบรนด์เนมใบโปรดขึ้นมาคล้องแขนอย่างใจเย็น จัดการปัดฝุ่นที่มองไม่เห็นบนกระโปรง แล้วเชิดหน้าขึ้นพูด

"ลดาเสียเวลากับเรื่องไร้สาระมาพอแล้ว..." เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่สำทกสะท้าน ทิ้งท้ายให้สองชีวิตในห้องอาหารต้องกำหมัดแน่นด้วยความคับแค้น "ขอตัวก่อนนะคะ"

ร่างระหงหมุนตัว ก้าวเดินฉับๆ ตรงไปยังประตูห้องอาหารด้วยความมั่นใจ เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดังเป็นจังหวะหนักแน่น

เจตนิพัทธ์ยังคงยืนล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่ที่เดิม ร่างสูงใหญ่กำยำในชุดสูทสีเทาเข้มของเขายืนขวางกรอบประตูไว้มิดชิด เมื่อเธอเดินมาถึงเขาจงใจยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ไม่แม้แต่จะเปลี่ยนท่าทางเพื่อเปิดทางให้เธอเลยสักนิด

"หลบค่ะ" ลดาเอ่ยเสียงเรียบ พยายามรักษาระยะห่าง

ทว่าชายหนุ่มกลับนิ่งเฉย นัยน์ตาสีรัตติกาลเพียงแค่หลุบมองเธอเงียบๆ

"นี่คุณ..."

หญิงสาวจำเป็นต้องก้าวเข้าไปประชิดเพื่อกดดันให้เขาถอย ระยะห่างที่ถูกร่นลงจนปลายเท้าของทั้งคู่แทบจะชนกัน ทำให้ลดาสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากตัวเขา กลิ่นน้ำหอมบุรุษแนววูดดี้ผสานกับกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ โชยมาแตะจมูก ก้อนเนื้อในอกซ้ายของเธอเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ

ลดาเงยหน้าขึ้น สบตากับดวงตาคมกริบที่จ้องลึกลงมา เธอพยายามสูดลมหายใจ ข่มความประหม่าที่เริ่มตีรวนในอกไม่ให้แสดงออกไปทางสีหน้า ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวขึ้นกว่าเดิม

"ขอทางด้วยค่ะ"

เจตนิพัทธ์ยังคงยืนนิ่ง มุมปากหยักลึกกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่อ่านไม่ออก 

หญิงสาวกัดฟันกรอด เค้นเสียงลอดไรฟัน "ถ้างั้นก็... ขอเสียมารยาทนะคะ"

สิ้นคำ ลดาก็ก้าวเท้าเดินเบียดออกไปตรงๆ โดยไม่แม้แต่จะเอี้ยวตัวหลบ ไหล่บอบบางจงใจกระแทกเข้ากับแผงอกแกร่งของเขาอย่างแรงเพื่อเปิดทาง

ทว่าเมื่อเธอเพิ่งจะก้าวพ้นกรอบประตูไปได้เพียงครึ่งก้าว

หมับ!

ฝ่ามือหนาร้อนผ่าวก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางของเธอแน่น

"เดี๋ยวสิ" น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นเหนือศีรษะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป