บทที่ 8 นายทุนใหญ่

ลดาชะงักฝีเท้าทันที หันขวับกลับมาพร้อมขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิด "อะไรอีกคะ?"

แรงดึงนั้นแฝงไปด้วยอำนาจที่รั้งให้ร่างของเธอถลันกลับเข้าไปหาเขา เจตนิพัทธ์อาศัยจังหวะที่เธอเสียการทรงตัว โน้มใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความร้ายกาจลงมาใกล้เสียจนปลายจมูกแทบจะเฉียดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารินรดอยู่เหนือริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกสีสดของเธอ

ลดาเบิกตากว้างเล็กน้อย ร่างกายแข็งทื่อเมื่อแผ่นหลังสัมผัสได้ถึงสายตาทิ่มแทงของคุณหญิงดาริกาและโมนิก้าที่มองมาจากด้านในห้องอาหาร แต่ชายหนุ่มตรงหน้ากลับไม่สนใจสิ่งรอบข้าง นัยน์ตาสีดำขลับพราวระยับอย่างมีเลศนัย ก่อนที่เสียงแหบพร่าและทรงอำนาจจะกระซิบชิดริมฝีปากบาง

"จะไม่พา... หุ้นส่วนรายใหญ่คนใหม่ ไปเปิดตัวหน่อยเหรอ?"

"ไม่จำเป็นค่ะ" ลดาสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม เชิดหน้าขึ้นอย่างดื้อดึง "ลดาจัดการเรื่องในบริษัทของตัวเองได้ ไม่ต้องรบกวนคุณ"

"แน่ใจเหรอ?" เจตนิพัทธ์ไม่สะทกสะท้าน เขาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มองเธอด้วยแววตารู้ทัน "เช็คพันล้านในมือเธอ... ไม่เท่าเจ้าของเงินตัวจริงอย่างฉัน เดินเข้าไปยืนยันด้วยตัวเองหรอก จริงมั๊ย? "

ลดาสะอึก คำพูดของเขาแทงใจดำอย่างจัง เธอรู้ดีว่าบอร์ดบริหารส่วนใหญ่ยังคงคลางแคลงใจ การมีเจตนิพัทธ์เดินเข้าไปด้วย ก็น่าจะช่วยปิดปากทุกคนที่คิดจะแข็งข้อได้สนิทที่สุด

หญิงสาวขบกรามแน่น เกลียดที่ต้องยอมรับว่าเขาพูดถูก "ก็ได้ค่ะ... เชิญ"

"หึ..."

เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มพึงพอใจที่มุมปากหยัก เจตนิพัทธ์ล้วงมือหยิบกุญแจรถสปอร์ตออกมาควงเล่นด้วยปลายนิ้วอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหมุนตัวก้าวเดินนำหน้าเธอตรงไปยังลานจอดรถด้วยท่วงท่าเหนือกว่า ทิ้งให้ลดายืนสูดลมหายใจระงับความหงุดหงิดที่ต้องตกเป็นรองเขาอีกครั้ง

รถสปอร์ตแอสตันมาร์ตินสีดำขลับแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าทางเข้าอาคารสำนักงานใหญ่ ทีพี เอสเตท 

พนักงานต้อนรับที่กำลังจะก้าวเข้ามาเปิดประตูถึงกับชะงักฝีเท้า เมื่อเห็นใบหน้าของคนขับที่หลังพวงมาลัย

ลดาก้าวลงจากรถ แสงแดดยามสายสาดส่องให้เห็นคราบน้ำส้มที่ด่างดวงเป็นวงกว้างอยู่บนเดรสสายเดี่ยวสีดำอย่างชัดเจน เธอตั้งใจจะเชิดหน้าเดินเข้าตึกโดยไม่สนใจรอยเปื้อนพวกนั้น ทว่าจู่ๆ ความอบอุ่นก็ทาบทับลงบนลาดไหล่บาง

กลิ่นน้ำหอมบุรุษแนววูดดี้ผสมผสานความดุดันลอยแตะจมูก เจตนิพัทธ์ถอดสูทตัวนอกสีเทาเข้มของเขาออก แล้วคลุมมันลงบนไหล่ของเธออย่างถือวิสาสะเพื่อบดบังรอยเปื้อน

"หยุดเลย คุณจะทำอะไร" ลดาสะดุ้ง หันขวับไปมองพร้อมขมวดคิ้วมุ่น มือเรียวขยับเตรียมจะดึงเสื้อสูทออก

ชายหนุ่มไม่ตอบเปล่า ท่อนแขนแกร่งสอดเข้าที่เอวคอด รั้งร่างระหงให้เข้ามาแนบชิดจนแผ่นหลังของเธอเบียดเข้ากับแผงอกกว้าง "ผมก็แค่ทำตัวเป็นสามีที่ดี ตั้งใจดูแลภรรยา เป็นตัวอย่างที่ดีให้พนักงานในฐานะนายทุนใหญ่ไง"

ลดาตัวเกร็งทื่อ สัมผัสร้อนผ่าวจากฝ่ามือหนาที่โอบรัดรอบเอวทะลุผ่านเนื้อผ้าบางๆ ทำให้จังหวะหัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ เธอพยายามขืนตัวออก แต่ท่อนแขนนั้นกลับรัดแน่นขึ้น บังคับให้เธอต้องยืนอิงแอบอยู่ข้างกายเขา

"ยิ้มกว้างๆ หน่อยสิครับ คุณภรรยา" เจตนิพัทธ์โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมากระซิบชิดใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่างทำเอาขนอ่อนบริเวณหลังคอตั้งชัน "เดี๋ยวคนอื่นเขาจะคิดว่าฉันรังแกเธอเอานะ"

ลดาสูดลมหายใจเข้าลึก บังคับมุมปากให้คลี่ยิ้มหวานละมุนที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่ามือเรียวที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อสูทตัวใหญ่กลับเอื้อมไปหยิบหมับเข้าที่เอวสอบของคนตัวโต แล้วออกแรงบิดเต็มแรงจนสุดปลายนิ้ว

เจตนิพัทธ์สูดปากเบาๆ แต่แทนที่เขาจะปล่อยมือ เขากลับหัวเราะหึในลำคอ แววตาพราวระยับอย่างชอบใจ ชายหนุ่มกระชับอ้อมแขนรัดเอวเธอแน่นขึ้นไปอีกจนต้นขาของทั้งคู่เสียดสีกัน "มือหนักแบบนี้ คืนนี้คงต้องคิดบัญชีกันยาวหน่อยนะ ลดา"

ลดากัดฟันกรอดภายใต้รอยยิ้มแสนหวาน "ถ้าคุณยังไม่เลิกฉวยโอกาส ฉันจะหยิกให้เนื้อเขียวเลยคอยดู"

"ก็เอาสิ... คิดว่าหยิกแล้วฉันจะปล่อยเหรอ"

ทั้งคู่เดินเคียงคู่กันก้าวผ่านประตูบานสวิงเข้าสู่โถงล็อบบี้กว้างขวาง วินาทีที่ปรากฏตัว เสียงจอแจของพนักงานนับร้อยชีวิตที่กำลังเดินขวักไขว่หยุดชะงักลง บรรยากาศรอบตัวตกอยู่ในความเงียบกริบ ทุกสายตาเบิกกว้าง ตกตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้า

ซีอีโอหนุ่มแห่งเจเอ็น คอร์ปอเรชัน คู่แข่งตัวฉกาจที่ฟาดฟันแย่งโปรเจกต์และส่วนแบ่งการตลาดกับบริษัทมาตลอด กำลังเดินโอบเอวทายาทอันดับหนึ่งของพวกเขาด้วยท่าทีหวงแหนและแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของอย่างเปิดเผย

ลดาไม่ได้สะทกสะท้านกับสายตานับร้อยคู่ เธอเชิดหน้าขึ้น ก้าวเดินด้วยท่วงท่าสง่าผ่าเผย สายตากวาดมองไปรอบๆ ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ 'วิทย์' ผู้ช่วยคนสนิทของนทีที่แฝงตัวอยู่ในแผนกบุคคล 

วิทย์ยืนถือแฟ้มเอกสารค้างอยู่หน้าทางเข้าลิฟต์พนักงาน ใบหน้าซีดเผือด ก่อนจะรีบล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงด้วยมือที่สั่นเทา

ลดาจงใจเอนศีรษะซบลงบนลาดไหล่ของเจตนิพัทธ์เล็กน้อย ขยับรอยยิ้มเยือกเย็นส่งให้วิทย์โดยตรง

เจตนิพัทธ์ปรายตามองตามสายตาของหญิงสาวในอ้อมแขน เขายกยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน ก่อนจะออกแรงรั้งเอวเธอให้เดินตรงไปยังลิฟต์ผู้บริหารโดยไม่สนใจพนักงานที่รีบแหวกทางให้

เมื่อประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้นบนสุด บรรยากาศเงียบสงัดก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงรองเท้าหนังที่เดินเข้ามาใกล้

นที ยืนอยู่หน้าห้องประชุมใหญ่ ใบหน้าของเขาตึงเครียดลงเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะกลับมาฉีกยิ้มเป็นมิตรแบบพี่ชายที่แสนดีอย่างรวดเร็ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป