บทที่ 12 ตอนที่ 5 ค่าตอบแทนของการทำงานเกินหน้าที่ (1)

5

ค่าตอบแทนของการทำงานเกินหน้าที่

แม้ครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับเจ้านาย แต่เป็นครั้งแรกที่เธอเกร็งและคิดว่าตัวเองมาทำอะไรที่นี่ เพราะจะให้ฟังให้ดูยังไงมันก็เหมือนเป็นการมาดูตัวชัด ๆ แล้วเธอจำเป็นต้องมารับรู้อะไรพวกนี้ของเจ้านายไหม

“คราวหน้าไอซ์ขอนัดพี่ทีมากินข้าวอีกได้ไหมคะ” หญิงสาวที่ค่อนข้างถูกใจในตัวของวาทีเอ่ยปากขอหลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว อีกทั้งเธอยังได้รับการสนับสนุนจากแม่ของอีกฝ่ายด้วย

“ก็ได้น่ะครับ แต่ไม่รู้เลยว่าจะว่างวันไหน ใช่ไหมคุณมัท” ตอนท้ายชายหนุ่มโยนไปให้เลขาฯ สาวที่นั่งมองคนนั้นทีคนนี้ทีอยู่เงียบ ๆ มาตลอดการรับประทานอาหาร

“อะ เอ่อ ค่ะ ช่วงนี้ตารางงานบอสแน่นเอี๊ยดเลยค่ะ” แม้จะมีบางวันยังว่างอยู่บ้างแต่ดูจากสถานการณ์แล้วตอนนี้เจ้านายของเธอคงไม่ได้อยากว่างแม้แต่นาทีเดียว

“เดี๋ยวป้าจัดการให้เองดีกว่า วันธรรมดาไม่ว่างยังไงวันหยุดมันก็ต้องมีช่วงเวลาว่างอยู่แล้ว” นางนิลมณีตัดรำคาญพลางมองค้อนลูกชาย

“ขอบคุณค่ะคุณป้า” ไอซ์ยกมือไหว้ผู้สูงวัยพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนหวาน

“ผมต้องเผื่อเวลาเดินทางด้วยคงต้องไปแล้วนะครับ” วาทีบอกก่อนเตรียมตัวจะลุกจากเก้าอี้ เพราะรู้ว่าถ้าเอ้อระเหยแม่เขาคงไม่ปล่อยให้เขาไปแน่

“ไปส่งน้องก่อนไม่ได้เหรอ” นางนิลมณียังไม่วายต่อรอง นั่นทำให้วาทีลอบถอนหายใจ “แม่ครับเรามารถคนละคันนะครับ”

“ก็เหมือนตอนมาที่นี่ไง แกนั่งคันเดียวกับหนูไอซ์ ส่วนเลขาของแกก็นั่งรถคันเดียวกับแม่ ถึงบ้านหนูไอซ์ค่อยให้เลขาไปขึ้นคันกับเดียวกับแก” นางเสนอความคิดที่คิดว่าไม่มีอะไรลงตัวมากไปกว่านี้แล้ว

“อย่าว่าอย่างโน้นอย่างนี้เลยนะครับ ถ้าผมวิ่งรถวกไปวนมาอยู่แบบนี้ ไปไม่ทันนัดลูกค้า แม่รู้ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้น” วาทีจ้องคนเป็นแม่ด้วยสายตาจริงจัง นางมองตอบเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจแล้วพยักหน้า แม้นางจะไม่ได้เข้ามาทำงานตรงนี้แต่รู้ดีว่าลูกค้านั้นสำคัญสำหรับบริษัทมากแค่ไหน “ก็ได้”

“ผมเดินไปส่งที่รถนะครับ” วาทียิ้มประจบคนเป็นแม่เดินเข้าไปโอบไหล่ท่านแล้วเดินไปส่งท่านขึ้นรถ “คืนนี้ผมอาจจะกลับดึกอีกนะครับ”

“แม่รู้ วันไหนแกกลับไว หิมะคงตก” นางประชดอย่างหมั่นไส้

“พูดเหมือนผมไม่เคยกลับไว ไปแล้วครับ” วาทีโบกมือให้คนเป็นแม่ที่ตอนนี้ขึ้นไปนั่งบนรถแล้ว

“แล้วเจอกันนะคะ” ไอซ์โผล่หน้าออกมาบอกชายหนุ่มพร้อมกับรอยยิ้มเหมือนเคย

“ครับ” วาทีรับคำก่อนจะหันไปชวนเลขาฯ สาวที่ยื่นรออยู่ไม่ไกล “ไปครับคุณมัท” แล้วเดินนำไปที่รถ

“เรามีนัดลูกค้าตอนบ่ายสามนะคะ เพิ่งจะบ่ายโมงเรากลับบริษัทก่อนไหมคะ” มัตสยาถามขึ้นขณะเดินตามเจ้านายหนุ่ม

“นั่นสิ นาน ๆ ได้เถลไถลทีไปไหนดีนะ” วาทีคิดอย่างรู้สึกสนุกขึ้นมาเล็กน้อย เพราะนาน ๆ ที่เขาจะว่างและได้ออกมาข้างนอกด้วย

“บอสเก็บกดเหรอคะ ดีใจเหมือนเด็กเชียว” มัตสยาที่เห็นดวงตาเป็นประกายและใบหน้าที่ปกตินิ่งเรียบปรากฏความขี้เล่นของชายหนุ่มเลยเผลอถามออกไปอย่างไม่รู้ตัว

“หือ” คนโดนถามครางพร้อมกับหันมาหรี่ตามอง นั่นทำให้มัตสยาที่กำลังยิ้มต้องรีบหุบมันทันทีแล้วเปลี่ยนเป็นยิ้มแหย ๆ แทนพร้อมลนลานก้มศีรษะขอโทษขอโพยเสียงอ่อย “ขอโทษค่ะ”

วาทีส่ายหน้าอย่างไม่คิดจะถือสา “ขึ้นรถเถอะ” แล้วเปิดประตูขึ้นไปนั่งประจำตำแหน่งคนขับ ที่วันนี้ออกมาพบลูกค้าโดยที่เขาเป็นคนขับรถมาเอง

“บอสจะไปไหนคะ ให้ฉันขับแทนไหมคะ” มัตสยาอาสาอย่างคิดว่าตนเป็นแค่เลขาฯ กับให้คนเป็นเจ้านายมาขับรถให้นั่งมันดูไม่เหมาะเท่าไหร่

“ยังไม่รู้เหมือนกัน” วาทีเลือกที่จะตอบแค่คำถามแรก ส่วนคำถามหลังแค่เขาไม่คิดจะจอดรถและยังขับต่อไปเรื่อย ๆ ก็น่าจะเป็นคำตอบที่ดีอยู่แล้ว

มัตสยามองเสี้ยวหน้าที่ยังคงความหล่อพลางเม้มปากอย่างชั่งใจครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากขอทำในสิ่งที่ต้องทำในช่วงกลางวันแต่ทำมันไม่ได้ “ขออนุญาตโทรกลับบ้านได้ไหมคะ”

“ตามสบายเลย”

“ขอบคุณค่ะ” มัตสยาบอกก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาวิดีโอคอล จากที่ตอนแรกคิดว่าจะโทรฟังแค่เสียงเฉย ๆ แต่ด้วยความเป็นห่วงลูกสาวอยากเห็นหน้าก็เลยเลือกโทรวิธีนี้ “อ้าว แม่ ยัยหนูเป็นไงบ้างคะ” หญิงสาวทักอย่างแปลกใจเมื่อเห็นว่าคนที่กดรับสายคือคนเป็นแม่แทนที่จะเป็นพี่อ้อย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป