บทที่ 13 ตอนที่ 5 ค่าตอบแทนของการทำงานเกินหน้าที่ (2)

“ก็ยังมีไข้ ตอนนี้อ้อยมันก็เช็ดตัวให้อยู่”

“ถ้ามีอะไรร้ายแรงแม่รีบโทรหามัทเลยนะคะ เดี๋ยวเย็นนี้เลิกงานถ้ายังไม่ดีขึ้นมัทจะพาไปหาหมอ”

“อื้อ”

“แม่ มัทขอดูยัยหนูหน่อยสิคะ พ่อล่ะคะ” มัตสยาชวนคนเป็นแม่คุยระหว่างที่เดินไปหาพี่เลี้ยง “ก็บ่นเก่งเหมือนเดิม” น้ำเสียงและหน้าตาที่คล้ายกับมองบนของคนเป็นแม่ทำเอามัตสยาหลุดขำ ก่อนจะทักพี่เลี้ยงที่กำลังจัดการเช็ดตัวให้หนูน้อยจ้ำม่ำที่ร้องไห้ไม่ยอมหยุดบนเบาะ หลังจากคนเป็นแม่หันกล้องไปหาลูกสาว “เป็นไงบ้างคะพี่อ้อย”

“ไข้ก็มีลดบ้างขึ้นบ้างน่ะค่ะ แต่ไม่ได้สูง”

“รบกวนด้วยนะคะพี่ มีอะไรรีบโทรหามัทเลยนะคะ” หญิงสาวบอกย้ำพร้อมกับมองลูกสาวที่เริ่มลดเสียงร้องลงหลังจากที่พี่เลี้ยงพามาทาแป้งใส่เสื้อผ้า และเงียบเมื่อได้กินนม

“ได้ค่ะ”

“งั้นมัทขอทำงานก่อนนะคะ แล้วจะรีบกลับค่ะ” มัตสยาวางสายพร้อมกับถอนหายใจ ดูเวลาอีกครั้งอย่างไม่รู้ว่าวันนี้จะได้เลิกช้าหรือไว ก่อนจะหันมายิ้มแห้ง ๆ ให้คนเป็นเจ้านายเมื่อรู้สึกว่าเขาจ้องเธอเป็นระยะ ๆ และเธอคิดว่าคงเพราะการคุยโทรศัพท์ของเธอเมื่อครู่นี้แน่ “ขอโทษนะคะที่คุยเสียงดังรบกวน”

“ผมไม่ได้ว่าอะไรนี่” วาทีที่ไม่รู้หรอกว่าความรู้สึกของความเป็นพ่อแม่คนเป็นยังไง แต่ที่ได้เห็นมัตสยาเมื่อครู่นี้สัมผัสได้เลยว่าเป็นห่วงและเป็นกังวลเรื่องของลูกเอามาก ๆ

เหมือนจะไม่สบายสินะ หรือนี่คือเหตุผลที่ทำให้หญิงสาวมีสภาพอย่างเมื่อเช้า “บ้านคุณอยู่ห่างจากนี่ไกลไหม”

“ก็ไม่ค่ะ” มัตสยาตอบกลับแบบงง ๆ เพราะจู่ ๆ ก็โดนถามเรื่องนี้ขึ้นมาเสียอย่างนั้น และในขณะที่ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ คำตอบที่ได้รับจากเจ้านายสุดหล่อก็ทำให้เธออึ้งไปอีกรอบ

“อยากแวะไปดูลูกไหม ไหน ๆ ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะไปไหนอยู่แล้ว” วาทีหันมามองหน้าเลขาฯ สาวเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปมองถนนพร้อมกับขมวดคิ้วเขาพูดอะไรผิด หรือเด็กเมื่อกี้ไม่ใช่ลูกของเธอ

“มันจะดีเหรอคะ” มัตสยาถามย้ำเพื่อความแน่ใจ ไม่คิดว่าคนเป็นเจ้านายจะใจดีกับลูกน้องที่เพิ่งมาทำงานแค่สองวันขนาดนี้

“ถือเป็นการตอบแทนที่ใช้คุณเกินหน้าที่” วาทีปรายตามองคนที่กำลังทำหน้าตื่นเต้นดีใจแล้วกระตุกยิ้มอย่างคิดว่าเป็นการตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อนะ เพราะตอนกินข้าวสีหน้าดูกดดัน ลำบากใจ และน่าจะเกร็งเอามาก ๆ “ไปกลับคิดว่าทันนัดลูกค้าไหม” ชายหนุ่มถามเพื่อความแน่ใจ ถึงจะใจดียังไงเรื่องงานก็ต้องมาก่อน

“ทันค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” มัตสยายกมือไหว้ชายหนุ่มอย่างซึ่งในน้ำใจ มีเจ้านายใจดีอย่างนี้เธอทำงานถวายหัวเลยจริง ๆ

“เพื่อประสิทธิภาพของการทำงานของลูกน้องน่ะ”

“คุณเป็นเจ้านายที่ดีมาก ๆ อย่างที่คุณนุบอกจริง ๆ นะคะ”

“ไม่ต้องไปฟังเขามาก เผื่อใจไว้ตอนผมโหดด้วยแล้วกัน” ชายหนุ่มแกล้งขู่

ทว่าคนตอบรับกลับยิ้มเต็มวงหน้า “ค่ะ”

หลังจากที่ปล่อยให้วาทีเป็นคนขับโดยมีมัตสยาเป็นคนบอกทางอยู่ไม่นาน หญิงสาวก็อาสาขับเองเพื่อที่จะประหยัดเวลา ด้วยความที่เป็นเจ้านายในบางครั้งมัตสยาก็ไม่ค่อยจะกล้าบอกหรือตำหนิชายหนุ่มที่ในบางครั้งเขาเลยซอยที่จะต้องเลี้ยว

เมื่อมาถึงจอดรถเสร็จมัตสยาก็เดินนำคนเป็นเจ้านายเข้าไปในบ้านทันที “แม่ค่ะยัยหนูเป็นยังไงบ้าง” หญิงสาวที่เดินเข้าบ้านไปถามคนเป็นแม่ที่กำลังเก็บกวาดบ้านอยู่ ในขณะที่คนเป็นพ่อหลับอยู่บนโซฟาที่ถูกปรับให้เป็นเตียง

“อ้าว ยัยมัทมาได้ไงเนี่ย เวลางานไม่ใช่เหรอ อย่าบอกนะว่าแกลางานครึ่งวันน่ะ” นางมินตราถามอย่างสงสัย ก่อนจะเดินเอาขยะในที่ตักผงไปเททิ้ง

“เปล่าค่ะ พอดีออกมาคุยงานกับลูกค้าแต่ยังไม่ถึงเวลา บอสเขาเลยอนุญาตให้มัทแวะมาบ้านได้ค่ะ แม่คะคุณทีเจ้านายมัทเองค่ะ”

“สวัสดีครับรบกวนด้วยนะครับ” วาทียกมือไหว้ผู้สูงวัยที่รับไหว้เขาด้วยสีหน้างง ๆ ถึงอย่างนั้นก็เปิดยิ้มและนำเขาไปที่โซฟา

“เชิญนั่งก่อนค่ะ เดี๋ยวป้าเอาน้ำมาให้นะคะ” นางมินตราบอกก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องครัวทันที

“มัทขอไปดูลูกก่อนนะคะ” มัตสยาบอกก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าไปหาพี่เลี้ยงที่นั่งไกวเปลอยู่ “พี่อ้อยยัยหนูเป็นไงบ้างคะ” เธอถามพลางทรุดตัวลงนั่งพับเพียบแล้วยื่นหน้าเข้าไปส่องเปลดูลูกสาว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป