บทที่ 1 เวอร์จิ้น
ตอนที่ 1
เวอร์จิ้น
เสียงดนตรีในผับดังสนั่นแข่งกับไฟสลัวที่กะพริบตามจังหวะเบส
กลุ่มนัวัยรุ่นลังนั่งล้อมโต๊ะไม้ยาวกลางร้าน ควันบุหรี่จาง ๆ ลอยคลุ้งปะปนกับกลิ่นแอลกอฮอล์ที่อบอวลอยู่รอบตัว
ไดม่อนนั่งเอนหลังบนโซฟาหนังสีดำ มือใหญ่หมุนแก้วเหล้าไปมาอย่างใจเย็น แสงไฟนีออนสีฟ้าสะท้อนบนใบหน้าคมสัน
ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรมากนัก แต่เพียงแค่ท่าทางนิ่ง ๆ ดวงตาคมเข้มที่จ้องมองตรงไปยังฟลอร์เต้นรำก็ทำให้ใครหลายคนเผลอมองซ้ำ
“เห้ย ไอ้ม่อนสาว ๆ โต๊ะนั่นมองมึงไม่หยุดเลยว่ะ”
เสียงหัวเราะของปอร์เช่เพื่อนซี้ตัวโย่งดังขึ้น
เขายกแก้วชนกับเวย์ที่กำลังหัวเราะตาม ก่อนจะหันมาแซวไดม่อนต่อ
“ดูท่าคงสนใจมึงไม่น้อยเลย”
โต๊ะอีกฝั่งของผับ ไฟสลัวส่องกระทบแก้วค็อกเทลหลากสี เสียงหัวเราะคิกคักของกลุ่มสาว ๆ ดังแข่งกับเสียงเพลง
น้ำชาสาวปีหนึ่งคณะบริหาร ใบหน้าหวานใสในชุดเดรสเรียบง่ายสีพาสเทล กำลังนั่งจิบม็อกเทลช้า ๆ ดวงตากลมโตแอบเหลือบไปทางโต๊ะชายหนุ่มกลุ่มหนึ่งที่ดูโดดเด่นกว่าทุกโต๊ะในร้าน
“นี่น้ำชา....หนุ่ม ๆ โต๊ะนั้นหล่อไม่เบาเลย สนใจสักคนเปล่า”
ลีน่าเพื่อนสาวจอมแซวสะกิดแขนเบา ๆ
“จะบ้ารึไง....เห็นฉันไปคนแบบไหนกันเนี่ย”
“นี่...ยัยลีแกลืมไปแล้วเหรอว่าเพื่อนสาวแกยังเวอร์จิ้น...ยังไม่มีใครได้จิ้ม”
แป้งหอมเพื่อนสนิทอีกคนพูดขึ้นมาบ้าง
“อ๋อ ลืมไปซะสนิทเลย”
“นี่ พวกแกเลิกพูดเรื่องของฉันสักที ถึงจะเวอร์จิ้นแต่ว่าเรื่องความรักฉันก็ไม่เคยขาดนะยะ รอเก็บไว้ให้สามีในอนาคตดีกว่า”
“อย่ามาทำเป็นพูดหน่อยเลย นี่ถ้าไอ้แฟนเก่าตัวดีของเธอไม่นอกใจซะก่อน เธอก็คงเสร็จมันไปแล้วเหมือนกันแหละน่า น่าเสียดายแทนมันจริง ๆ”
“พูดขึ้นมาแล้วอารมณ์เสีย...”
“แต่ว่าชา...คนนั้นน่ะฉันไปสืบมาแล้ว พี่ไดม่อนวิศวะปีสาม ของดีเมืองนี้เชียวนะ ไม่สนหน่อยเหรอ”
“ถ้าของดีจริง ๆ เขาจะสนใจฉันเหรอ”
“ก็ไม่แน่ ลองดูมั้ยล่ะ ถ้าไม่เวิคก็แค่กลับ”
“นี่ยัยลี...อย่าเลยน่า เธอไม่กล้าหรอกเชื่อเถอะ”
แป้งหอมพูดพลางยกยิ้มเจ้าเล่ห์ แต่คำตอบของน้ำชาทำให้สองเพื่อนสาวตาโตทันที
“ใครบอกว่าฉันไม่กล้า...ก็แค่ผู้ชายคนเดียวไม่ใช่เหรอ”
ไม่นานน้ำชาก็เดินมาหยุดยืนตรงหน้าเขาเพียงชั่ววินาที ก่อนริมฝีปากบางจะยกยิ้มมุมปากอย่างที่เธอไม่เคยทำมาก่อน
จากนั้นเธอก็ทิ้งตัวลงบนตักไดม่อนอย่างยั่วยวน ทุกคนรอบโต๊ะอึ้งเงียบไปถนัดตา
กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ของเธอลอยแตะจมูกชายหนุ่มในทันที เส้นผมนุ่มปลิวลงบนไหล่เขา ดวงตากลมโตเงยขึ้นสบกับสายตาคมกริบของไดม่อนที่ตอนนี้แข็งค้างไปครู่หนึ่ง
ใบหน้าหวานโน้มเข้าใกล้จนริมฝีปากแทบจะแตะข้างแก้มของชายหนุ่ม เสียงกระซิบเบาราวลมหายใจทำให้หัวใจใครหลายคนแทบหยุดเต้น
“เท่าไหร่เหรอ...จ่ายจบครบแยกย้ายสนใจเปล่า”
ชายหนุ่มโน้มตัวเข้าใกล้ ปลายจมูกเกือบแตะแก้มขาวของน้ำชา เสียงกระซิบดังขึ้นชัดเจนแม้ท่ามกลางเพลงที่ดังลั่น
“ในกระเป๋ามีเงินอยู่เท่าไหร่ล่ะ…ถึงอยากจะซื้อกู”
ดวงตาคมกริบตวัดมองใบหน้าเล็กที่เริ่มซีดเล็กน้อย แต่ริมฝีปากยังคงยิ้มท้าทาย เขาหยักยิ้มเย็นขึ้นกว่าเดิม พร้อมกระซิบซ้ำรัว ๆ แทบแนบหู
“ถ้าเงินไม่พอ…กูขอซื้อมึงคืนได้เปล่า เท่าไหร่ล่ะ…พัน? สองพัน?”
มือใหญ่บีบเอวบางแน่นขึ้นเล็กน้อยราวกับจะตอกย้ำทุกคำพูด
“หรือว่า…”
เสียงทุ้มต่ำลากยาว ก่อนริมฝีปากหยักจะเฉียดใกล้หูเธอแทบแตะ
“ให้กู…เฉย ๆ”
มือเรียวลูบไล้ไปตามกรอบหน้าหล่อ ใบหน้าเผยรอยยิ้มนิด ๆ
“ถ้าหล่อแบบนี้…ไม่คิดเงินค่ะ แต่ถ้า…ไม่ดีจริง ๆ ขอคอมเพลนนะคะ”
“แล้วถ้าเธอไม่ดีล่ะ ฉันจะฟ้องร้องใครได้บ้าง”
หญิงสาวก้มลงกระซิบที่ข้างหูเขาอีกครั้ง
“ถ้าหนูไม่ดีจริง...ก็แล้วแต่พี่จะทำเลยค่ะ ทำยังไงหนูก็ได้ให้พี่พอใจ”
ไดม่อนกลับไม่หัวเราะ เขาเพียงเหยียดยิ้มมุมปาก ก่อนมือใหญ่จะดันเอวบางออกอย่างไม่ใยดี
ร่างเล็กเซไปเล็กน้อยด้วยแรงผลัก เสียงทุ้มต่ำของเขาตวัดขึ้นดุ ๆ ท่ามกลางสายตาทั้งร้าน
“คันมาก…ก็ไปเล่นที่อื่น”
น้ำชาก้าวออกจากโต๊ะนั้นทันที ก้าวขาเรียวอย่างมั่นคงแม้ในอกจะสั่นไหว เสียงหัวเราะแซวของเพื่อนไดม่อนยังดังตามหลังเหมือนมีดคมบาดใจ
เธอเดินกลับมาที่โต๊ะตัวเอง ดวงตาของลีน่าและแป้งหอมรีบจ้องมองมาทันที สีหน้าทั้งคู่เต็มไปด้วยคำถาม
“เป็นไง สำเร็จมั้ย”
ลีน่าเอ่ยถามเสียงเบาลงเหมือนเกรงว่าคำพูดจะไปสะกิดแผลเพื่อน
น้ำชาหยุดเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะหยิบกระเป๋าสะพายขึ้นมาพาดไหล่ ดวงตากลมโตยังแดงระเรื่อ แต่ริมฝีปากบางกลับขยับเอ่ยเพียงคำสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“กลับกันเถอะ”
สองเพื่อนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แต่ก็รีบเก็บของตามไปโดยไม่ถามซ้ำ
น้ำชาเดินนำออกจากผับ ไหล่เล็กสั่นเล็กน้อยใต้แสงไฟสลัว ดวงตาเหม่อมองไปข้างหน้าทั้งอาย ทั้งเจ็บ แต่ลึก ๆ ในใจกลับยังไม่ยอมแพ้
