บทที่ 5 ลองยุ่งกับเธอดูสิ
ตอนที่ 6
ลองยุ่งกับเธอดูสิ
พั่บ! พั่บ! พั่บ!
เสียงเนื้อกระทบดังลั่นทั้งรถ แรงกระแทกถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ความร้อนรุ่มปะทุพร้อมกันในจังหวะที่เขากดสะโพกจนสุดปลาย ขยี้เม็ดเสียวแรงสุดท้าย
“อ๊า อ๊ะ อ๊ะ!”
เสียงครางหวานประสานกับเสียงคำรามต่ำของเขา ร่างทั้งคู่กระตุกเกร็งในวินาทีที่ปลดปล่อยพร้อมกัน ความร้อนแรงหลั่งทะลักล้น จนขาเรียวสั่นระริกหมดแรงทิ้งตัวแนบอกแกร่งของเขา
ไดม่อนกดจูบลงบนไหล่ขาวอย่างหวงแหน หอบหายใจแรง ดวงตาคมยังเต็มไปด้วยไฟปรารถนาที่ไม่จางหาย
“อ๊า…แตกแล้ว เอาออกไม่ทัน”
“ปล่อย...จะกลับแล้ว”
น้ำชาผลักไหล่กว้างออกเบา ๆ ในขณะที่ยังหอบ
“บ้านอยู่ไหนจะไปส่ง”
“ไม่ต้อง กลับเองได้...”
“เจ็บขนาดนี้นจะกลับยังไงไหว...”
“ทำไม เป็นห่วงฉันเหรอ หรือว่าติดใจ”
ถึงแม้ข้างในใจจะสั่นไหวแต่เธอก็ไม่วายที่จะท้าทายเขา
“เหอะ...อ่อนหัดขนาดนี้มีอะไรให้น่าติดใจกัน”
สิ้นประโยคเขาคลายแรงบีบที่ต้นแขนเธอ ร่างสูงโน้มตัวผละออกอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงในรถคันมืด
มือใหญ่เลื่อนปรับปกเสื้อช็อปที่ยับยู่ยี่จากแรงยื้อเมื่อครู่ ลากนิ้วตามแนวกระดุมเหมือนจัดแจงตัวเองให้กลับมาดูสมบูรณ์แบบอีกครั้ง
รุ่งเช้า
แสงแดดยามเช้าสาดลอดผ้าม่านเข้ามาในห้องเล็ก ๆ เสียงโทรศัพท์สั่นเบา ๆ บนโต๊ะทำให้น้ำชาขยับตัวจากที่นอนอย่างงัวเงีย
เธอลุกขึ้นมาเดินโซเซเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าลวก ๆ ก่อนจะเงยหน้ามองกระจกบานใหญ่ตรงหน้า
“กรี๊ดดดดดดด!!!”
เสียงหวีดดังลั่น ริมฝีปากบางอ้าออกกว้าง ตากลมโตเบิกโพลงตรงต้นคอขาวเนียนมีรอยแดงเข้มชัดเจนหลายจุดเหมือนถูกจงใจประทับไว้
“บะ…บ้าแล้ว!!!”
น้ำชาทำตาโต ยกมือขึ้นลูบลน ๆ เหมือนคิดว่าจะลบออกได้
“นี่มัน…นี่มันรอยดูดชัด ๆ เลย อีตาบ้านั่นทำอะไรเนี่ย!”
หญิงสาวกัดริมฝีปากแน่น ใบหน้าขึ้นสีแดงเรื่อทั้งอายทั้งโกรธ ทั้งยังนึกถึงคำพูดเยาะเย้ยเมื่อคืน
“อ่อนหัดขนาดนี้ มีอะไรให้น่าติดใจกัน”
“ไอ้บ้าไดม่อน!”
เธอสบถเสียงดัง แล้วล้มตัวฟุบหน้าลงบนอ่างล้างมือ มือเล็กปิดคอพัลวัน
“ทำไงดีเนี่ยยยยยย”
ตัดภาพมาที่มหาลัย
แดดยามสายสาดลงมาบนลานกว้างหน้าอาคารเรียน นักศึกษาหลายกลุ่มนั่งจับกลุ่มคุยกันเสียงดังสลับเสียงหัวเราะ
น้ำชาเดินก้มหน้ามารอยบนคอโดนกลบด้วยเครื่องสำอางอย่างมิดชิด ก่อนจะทรุดนั่งลงบนม้านั่งข้าง ๆ เพื่อนสนิท
ทันทีที่เธอนั่งลง เพื่อนทั้งสองก็หันมามองด้วยแววตากรุ้มกริ่ม
“ว่าไงจ๊ะคุณหนู…เมื่อคืนหายไปไหนทั้งคืนเลยนะ”
ลีน่าเอ่ยขึ้นก่อน ยกคิ้วสูงเหมือนจะถามตรง ๆ
“เอ่อ...เมื่อคืนรู้สึกไม่สบายเลยกลับก่อน ขอโทษนะไม่ได้บอกพวกเธอก่อน”
“น่าจะไม่สบายจริง หน้าซีดเชียว”
“ไปดูผู้ชายเล่นบาสที่สนามกันเปล่า...”
แป้งหอมเอ่ยถามพรางเลิกคิ้วขึ้นสูง
“ฉันขอบาย..”
น้ำชาสะดุ้งนิดหน่อย รีบโบกมือปฏิเสธ
แต่ยังไม่ทันจบดี ลีน่าก็รวบแขนไว้ ส่วนแป้งหอมก็รีบลุกขึ้นมาฉุดอีกข้าง
“ไม่เอาน่า! ไปด้วยกัน สนุกจะตาย”
“เดี๋ยว ๆ ฉันบอกว่าไม่ไป”
น้ำชาโวยวายพลางดึงแขนกลับ แต่แรงเพื่อนทั้งสองมากกว่า สุดท้ายเธอก็ถูกลากออกไปจนได้
ไม่นาน เสียงเชียร์และเสียงลูกบาสกระทบพื้นก็ดังใกล้เข้ามา แสงแดดบ่ายส่องแรงลงบนสนามกลางแจ้งที่เต็มไปด้วยนักศึกษามุงดูกันอยู่หลายกลุ่ม
น้ำชาทำหน้าไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก แต่เพื่อน ๆ กลับหัวเราะคิกคักเหมือนกำลังรู้อะไรบางอย่าง
“โอ๊ะ…ดูนั่นสิ”
แป้งหอมชี้ไปทางกลางสนาม ดวงตาเป็นประกาย
น้ำชาหันไปตามสายตาแล้วหัวใจเธอก็เต้นแรงทันที
ไดม่อนยืนอยู่กลางสนามบาสในชุดช็อป ร่างสูงกำลังเลี้ยงลูกบาสอย่างมั่นใจ เหงื่อเกาะกรอบหน้าคมชัด ใบหน้าสงบนิ่ง แต่กลับดึงดูดสายตาของผู้หญิงรอบสนามทั้งหมดโดยไม่ต้องพยายาม
“ถ้าจำผิดล่ะก็...พี่คนนั้นชื่อไดม่อนนี่น่า หล่อลากไส้เลย แต่เสียดายยัยชาเอาไปกินซะแล้ว”
ลีน่าพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงติดตลก
“จะบ้ารึไง! ฉันไม่ได้เป็นแบบที่เธอพูดสักหน่อย”
“แซว ๆ น่า อย่าจริงจังไปเลย”
น้ำชากัดริมฝีปากแน่น กอดอกแน่นเหมือนจะใช้บังใบหน้าร้อนผ่าว หัวใจยังเต้นแรงทุกครั้งที่สายตาเหลือบไปเห็นร่างสูงกลางสนาม
ไม่นานเสียงนกหวีดดังขึ้น เกมบาสสิ้นสุดลง ผู้คนรอบสนามปรบมือและโห่เชียร์ดังสนั่น
นักศึกษาหลายคนวิ่งไปที่ข้างสนาม ยื่นขวดน้ำกับผ้าเช็ดหน้าให้ผู้เล่น โดยเฉพาะกับร่างสูงในชุดช็อปที่กลายเป็นจุดสนใจที่สุดของสนาม
“พี่ไดม่อนคะ ดื่มน้ำหน่อยค่ะ!”
เสียงผู้หญิงสองสามคนเรียกแข่งกัน ขวดน้ำถูกยื่นเข้าไปแทบพร้อมกัน
น้ำชาเห็นแล้วก็เบะปากทันที ดวงตากลอกขึ้นฟ้ามองบนชัด ๆ ก่อนจะพึมพำออกมาหน้าไม่สบอารมณ์
“พวกผู้หญิงนี่...ชอบคนแบบนั้นไปได้ยังไง”
ไดม่อนไม่ได้สนใจเสียงรอบข้างนัก สายตาคมกริบกลับเหลือบไปยังร่างเล็กที่ยืนมองอยู่ข้างสนาม
ดวงตาคมหยุดอยู่ตรงนั้นนานกว่าปกติมองเธอที่กำลังเบะปาก ทำทีเป็นไม่สนใจ แต่ยิ่งทำให้เขารู้สึกขำในใจมากกว่าเดิม
“เห้ย ไอ้ม่อน!”
เวย์เพื่อนสนิทเดินเข้ามาชนไหล่เบา ๆ พร้อมหัวเราะหึ ๆ
“มองตาไม่กระพริบเลยนะมึง”
ไดม่อนหลุบตาลงหัวเราะหึในลำคอ แต่ไม่ได้ตอบอะไร เพียงยกขวดน้ำขึ้นจิบช้า ๆ ริมฝีปากหยักยังคงยกยิ้มมุมปากจาง ๆ
“มองเหี้ยอะไรของมึง”
“อ้าว...ก็เห็นมองน้องตาไปไม่กระพริบเลย ไปถึงไหนกันแล้ว เห็นวันนั้นยังผลักเขาออกอยู่เลย”
“ตากูก็มองไปทั่ว ไม่ได้เจาะจงใคร อีกอย่างคนที่มึงกำลังพูดถึงเป็นใครกูยังไม่รู้เลย”
เวย์ส่ายหน้า หัวเราะพรืด
