บทที่ 5 คนที่ไม่ควรเข้าใกล้

เช้าวันอังคาร

มหาวิทยาลัยกลับมาคึกคักอีกครั้งหลังช่วงพักกลางวันของเมื่อวานเหนือฟ้าเดินเข้าคณะพร้อมแก้วกาแฟเย็นในมือ

หลังจากเมื่อคืนเขาใช้เวลาจัดเรียงข้อมูลสัมภาษณ์จนเกือบเที่ยงคืน แม้จะง่วงอยู่บ้าง แต่เมื่อนึกถึงรายงานที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เขาก็อดยิ้มไม่ได้

"ยิ้มแต่เช้าเลยนะ"

ไอซ์เดินเข้ามาพร้อมถือแซนด์วิช

"เมื่อคืนฝันดีหรือไง"

เหนือฟ้าหัวเราะ

"เปล่า"

"แค่รายงานคืบหน้า"

"อ๋อ..."

ไอซ์ทำหน้าล้อเลียน

"กูนึกว่าเพราะพี่ไทม์"

"ไอซ์"

เหนือฟ้าส่ายหน้าอย่างเอือม ๆ

"มึงแซวทุกวันเลย"

"ก็เห็นมึงยิ้มบ่อยขึ้น"

ไอซ์หัวเราะ ก่อนยกมือยอมแพ้

"โอเค ๆ ไม่แซวแล้ว"

ทั้งสองเดินขึ้นอาคารเรียนด้วยเสียงหัวเราะ

...

หลังเลิกคาบเช้า

เมย์เรียกสมาชิกกลุ่มมาประชุมสั้น ๆ

"ข้อมูลสัมภาษณ์ดีมากเลย"

เธอเปิดไฟล์เสียงที่เหนือฟ้าบันทึกไว้

"พี่ไทม์ตอบละเอียดกว่าที่คิด"

สมาชิกอีกคนพยักหน้า

"ฟังแล้วรู้เลยว่าพี่เขาตั้งใจทำกิจกรรมจริง ๆ"

เหนือฟ้ายิ้มบาง ๆ

เขาเองก็เพิ่งรู้จักตัวตนของไทม์มากขึ้นผ่านการสัมภาษณ์ครั้งนั้น

"งั้นเราหารหน้าที่กันเลย"

เมย์แจกงานให้แต่ละคน

เหนือฟ้ารับหน้าที่เรียบเรียงเนื้อหาและสรุปบทสัมภาษณ์ เพราะทุกคนเห็นตรงกันว่าเขาเขียนภาษาได้ลื่นที่สุด

"ไหวไหม"

เมย์ถาม

"ไหว"

เหนือฟ้าพยักหน้า

"ผมจะส่งร่างแรกภายในวันศุกร์"

"ขอบใจนะ"

...

ช่วงพักเที่ยง

เหนือฟ้าแยกจากเพื่อนเพื่อเดินไปคืนหนังสือที่ห้องสมุด

ระหว่างเดินผ่านอาคารวิศวะ เขากลับได้ยินเสียงนักศึกษากลุ่มหนึ่งกำลังพูดคุยกัน

"เห็นเด็กปีหนึ่งที่เดินกับไทม์บ่อย ๆ ไหม"

"เห็น"

"ช่วงนี้ตัวติดกันตลอด"

"ไม่รู้ไทม์คิดอะไรอยู่"

เหนือฟ้าชะลอฝีเท้า

แต่ไม่ได้หยุดฟัง

เขาเลือกเดินต่อ

เพราะรู้ดีว่า...

ต่อให้ห้ามคนอื่นพูดไม่ได้

อย่างน้อยก็เลือกได้ว่าจะเก็บคำพูดเหล่านั้นมาใส่ใจหรือไม่

ทว่า...

ยังไม่ทันเดินพ้นมุมตึก

เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

"น้อง"

เหนือฟ้าหันกลับ

ชายร่างสูงในเสื้อช็อปสีดำของอีกคณะเดินตรงเข้ามา

ใบหน้าคมเข้มดูนิ่ง แต่แววตากลับเย็นชา

"ใช่เหนือฟ้าหรือเปล่า"

"ครับ"

เหนือฟ้าตอบอย่างสุภาพ

"พี่มีอะไรหรือเปล่าครับ"

ชายหนุ่มยิ้มบาง ๆ

รอยยิ้มนั้นดูเป็นมิตร

แต่กลับทำให้เหนือฟ้ารู้สึกแปลก ๆ อย่างบอกไม่ถูก

"พี่ชื่อ 'เรย์'"

"อยู่ปีสาม"

"ได้ยินว่าน้องสนิทกับไทม์"

เหนือฟ้าชะงัก

"ก็..."

"พี่เขาเป็นรุ่นพี่ชมรมครับ"

เรย์พยักหน้า

"อย่างนั้นเอง"

เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"พี่แค่อยากเตือนไว้"

"อย่าไว้ใจไทม์มาก"

เหนือฟ้าขมวดคิ้ว

"หมายความว่ายังไงครับ"

เรย์หัวเราะเบา ๆ

"สักวัน..."

"น้องจะเข้าใจเอง"

พูดจบ เขาก็เดินจากไป ทิ้งไว้เพียงความสงสัยที่ก่อตัวขึ้นในใจของเหนือฟ้า

เด็กหนุ่มยืนมองแผ่นหลังของชายคนนั้นอยู่ครู่หนึ่ง

ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ

เขาเพิ่งสัญญากับตัวเองเมื่อไม่นานมานี้ว่า...

จะตัดสินไทม์จากสิ่งที่ได้เห็น

ไม่ใช่จากคำพูดของคนอื่น

แต่ไม่รู้ทำไม...

แววตาของผู้ชายคนนั้นกลับทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก

ในเวลาเดียวกัน

บนระเบียงชั้นสองของอาคารวิศวะ

ไทม์ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่เงียบ ๆ

ดวงตาคมจับจ้องไปยังชายที่เพิ่งเดินจากเหนือฟ้าไป

สีหน้าของเขาเรียบนิ่ง

แต่สายตากลับเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด

คิมที่เดินถือเอกสารเข้ามาหยุดยืนข้าง ๆ

"เห็นแล้วใช่ไหม"

ไทม์ตอบเพียงสั้น ๆ

"...อือ"

คิมถอนหายใจ

"เรย์เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว"

ไทม์กำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว

สายตายังคงมองไปยังร่างของเหนือฟ้าที่กำลังเดินออกจากลานคณะ

ก่อนพูดเบา ๆ ราวกับบอกตัวเอง

"คราวนี้..."

"พี่จะไม่ปล่อยให้อะไรเกิดขึ้นกับนายอีก"

ตลอดทั้งบ่าย เหนือฟ้าพยายามตั้งใจเรียน

แต่คำพูดของเรย์ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว

"อย่าไว้ใจไทม์มาก..."

เขาหมุนปากกาไปมา ก่อนถอนหายใจเบา ๆ

"เหนือฟ้า"

เสียงอาจารย์เรียกขึ้นกลางห้อง

เด็กหนุ่มรีบลุกขึ้นทันที

"ครับ"

"ช่วยอธิบายความแตกต่างระหว่างสื่อดั้งเดิมกับสื่อดิจิทัลหน่อย"

เหนือฟ้าตั้งสติ ก่อนตอบคำถามอย่างใจเย็น

แม้จะถูกเรียกแบบไม่ทันตั้งตัว แต่เขาก็ตอบได้ครบถ้วนจนเพื่อนหลายคนพยักหน้าตาม

"ดีมาก"

อาจารย์ยิ้มอย่างพอใจ

"นั่งได้"

เหนือฟ้าถอนหายใจอย่างโล่งอก

ไอซ์ที่นั่งข้าง ๆ กระซิบทันที

"เกือบไปแล้ว"

เหนือฟ้าหัวเราะเบา ๆ

"มัวแต่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย"

"เรื่องพี่ไทม์ใช่ไหม"

เหนือฟ้าหันมองเพื่อน

"มึงรู้ได้ไง"

ไอซ์ยักไหล่

"หน้ามึงฟ้อง"

"แต่กูว่า..."

เขาลดเสียงลง

"ถ้ามีอะไรสงสัย"

"ถามเจ้าตัวดีกว่า"

"ดีกว่าไปเชื่อคนอื่น"

เหนือฟ้านิ่งคิด

คำพูดของไอซ์ตรงกับสิ่งที่เขาเคยบอกไทม์ไว้ไม่มีผิด

"ผมเชื่อในสิ่งที่ผมเห็น"

เขายิ้มบาง ๆ

"อือ"

"กูก็คิดแบบนั้น"

...

หลังเลิกเรียน เหนือฟ้าแวะห้องสมุดเพื่อทำรายงานต่อ

เขาเปิดโน้ตบุ๊ก วางเอกสารที่ได้จากการสัมภาษณ์เรียงเป็นระเบียบ

ผ่านไปเกือบชั่วโมง

ร่างแรกของรายงานก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง

ขณะกำลังพิมพ์ประโยคสุดท้าย โทรศัพท์บนโต๊ะก็สั่นเบา ๆ

เป็นข้อความจากกลุ่มชมรมอาสา

คิม: พรุ่งนี้ห้าโมงเย็น ประชุมเตรียมงานบริจาคหนังสือ ใครว่างเข้าด้วยนะ

ข้อความตอบรับเด้งขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

เหนือฟ้ากดตอบทันที

เหนือฟ้า: รับทราบครับ

ไม่กี่วินาทีต่อมา

ข้อความใหม่ก็ปรากฏ

Time: ขอบใจ

เป็นเพียงสองคำสั้น ๆ

แต่เหนือฟ้ากลับยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

เมย์ที่นั่งโต๊ะฝั่งตรงข้ามเงยหน้าขึ้น

"ยิ้มอะไร"

เหนือฟ้าสะดุ้ง

"เปล่าครับ"

เมย์หัวเราะ

"พักบ้างก็ได้นะ"

"เห็นนั่งทำรายงานไม่หยุดเลย"

เหนือฟ้าพยักหน้า

"อีกนิดเดียวก็เสร็จแล้ว"

...

หกโมงเย็น

เหนือฟ้าเก็บโน้ตบุ๊กลงกระเป๋า ก่อนเดินออกจากห้องสมุด

ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วง ลมเย็นพัดผ่านลานกิจกรรมของมหาวิทยาลัย

ระหว่างทางกลับหอ เขาเดินผ่านสนามบาสเกตบอล

เสียงลูกบาสกระทบพื้นดังเป็นจังหวะ

เหนือฟ้าหันไปมองตามเสียง

ในสนามมีนักศึกษาหลายคนกำลังซ้อมอย่างจริงจัง

ท่ามกลางเสียงเชียร์จากเพื่อนร่วมทีม

ร่างสูงในเสื้อยืดสีดำกระโดดชู้ตจากนอกเส้นสามคะแนน

ลูกบาสลอยโค้งผ่านอากาศ

ก่อนตกลงห่วงอย่างแม่นยำ

"โอ้โห!"

เสียงเฮดังขึ้นรอบสนาม

เหนือฟ้ายืนนิ่ง

คนที่เพิ่งทำคะแนนได้คือ...

ไทม์

เขาไม่เคยเห็นไทม์ในสนามกีฬาเลย

ต่างจากตอนอยู่ชมรมอาสาโดยสิ้นเชิง

ที่นี่ ไทม์ดูมั่นใจ เด็ดขาด และเต็มไปด้วยพลัง

เพื่อนร่วมทีมเดินเข้ามาตบไหล่

"ฟอร์มยังไม่ตกเลยนะ"

ไทม์หัวเราะเบา ๆ

"เหลืออีกตั้งหลายเดือนกว่าจะถึงแข่ง"

"ก็ต้องซ้อมไว้"

เหนือฟ้ายืนมองอยู่เงียบ ๆ

ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินต่อ

แต่ยังไม่ทันก้าวออกไป

เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากในสนาม

"เหนือฟ้า!"

เด็กหนุ่มหันกลับทันที

ไทม์กำลังเดินตรงมาหา พร้อมผ้าขนหนูพาดคอ

เหงื่อเกาะอยู่ตามหน้าผาก แต่รอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้ากลับดูอบอุ่นกว่าทุกครั้ง

"กลับหอเหรอ"

"ครับ"

เหนือฟ้ายิ้มตอบ

"ผมไม่รู้เลยว่าพี่เล่นบาสด้วย"

ไทม์พยักหน้า

"เล่นตั้งแต่มัธยม"

"คิมชวนเข้าทีมมหา'ลัย"

เหนือฟ้าหัวเราะ

"เก่งมากเลยครับ"

ไทม์ยกมุมปากเล็กน้อย

"อยากลองเล่นไหม"

เหนือฟ้าส่ายหน้าทันที

"ผมเล่นไม่เป็น"

"ไม่ยาก"

ไทม์ตอบเรียบ ๆ

"วันไหนว่าง..."

"พี่สอน"

เหนือฟ้าเผลอเบิกตากว้าง

ก่อนยิ้มออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ

"งั้น..."

"ผมขอฝากตัวด้วยนะครับ"

ไทม์พยักหน้าเบา ๆ

"ได้"

ทั้งคู่ยืนคุยกันอีกไม่นาน

ก่อนไทม์จะขอตัวกลับไปซ้อมต่อ

เหนือฟ้ามองแผ่นหลังของรุ่นพี่ที่วิ่งกลับเข้าสนาม

แล้วเผลอคิดในใจ

"พี่ไทม์...มีหลายด้านจริง ๆ"

แต่ในมุมมืดหลังอัฒจันทร์

ใครบางคนกำลังมองภาพนั้นอยู่เงียบ ๆ

เรย์ยืนกอดอก สีหน้าเรียบเฉย

ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความสั้น ๆ

"เริ่มใกล้กันมากกว่าที่คิด"

ริมฝีปากของเขาค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ยากจะอ่านความหมาย

เกมที่เขาวางเอาไว้...

กำลังเดินหน้าไปทีละก้าว

เย็นวันถัดมา

ห้องชมรมอาสาคึกคักกว่าปกติ

โต๊ะยาวกลางห้องเต็มไปด้วยหนังสือเรียน หนังสือนิทาน และกล่องกระดาษสำหรับแพ็กของบริจาค สมาชิกในชมรมต่างแบ่งหน้าที่กันอย่างเป็นระบบ บางคนติดสติกเกอร์ บางคนตรวจสภาพหนังสือ ส่วนอีกกลุ่มกำลังนับจำนวนอุปกรณ์การเรียน

เหนือฟ้าวางกระเป๋าลง ก่อนรีบเดินเข้าไปช่วยคิมที่กำลังจดรายการอยู่

"พี่คิมครับ มีอะไรให้ผมช่วยไหม"

คิมเงยหน้าขึ้นแล้วยิ้ม

"มาพอดีเลย"

"ช่วยแยกหนังสือตามระดับชั้นให้หน่อย"

"หนังสือประถมกองนี้"

"มัธยมกองนั้น"

เหนือฟ้าพยักหน้า

"ได้ครับ"

เขาลงมือนั่งคัดแยกหนังสือทันที

ไม่นานไอซ์ก็เดินเข้ามาสมทบ ทั้งสองช่วยกันทำงานจนกองหนังสือเริ่มลดลงเรื่อย ๆ

...

อีกมุมหนึ่งของห้อง

ไทม์กับเซนกำลังประกอบลังไม้สำหรับใส่อุปกรณ์กีฬา

เสียงไขควงกระทบสกรูดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ

ไทม์ก้มหน้าทำงานเงียบ ๆ ตามปกติ

แต่ทุกครั้งที่เงยหน้าขึ้น เขาจะมองสำรวจสมาชิกในห้องเสมอว่ามีใครต้องการความช่วยเหลือ

หรือไม่

เหนือฟ้าสังเกตเห็นพอดี

เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า...

เหตุผลที่ไทม์เป็นประธานชมรม

ไม่ใช่เพราะเป็นคนเก่งที่สุด

แต่เพราะเขาใส่ใจทุกคนอย่างเท่าเทียม

...

เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมง

หนังสือกว่าห้าร้อยเล่มถูกจัดเรียงเรียบร้อย

คิมยืดเส้นยืดสาย ก่อนเดินไปเปิดตู้เย็นเล็ก ๆ ของห้องชมรม

"พักก่อน"

"เดี๋ยวพี่เลี้ยงน้ำ"

เสียงเฮดังขึ้นทันที

คิมหัวเราะ

"ใจเย็น มีครบทุกคน"

เขาส่งกระป๋องน้ำอัดลมให้เซน ก่อนยื่นชานมให้ไอซ์

เมื่อเดินมาถึงเหนือฟ้า คิมหยิบชานมไข่มุกอีกแก้วส่งให้

"ของน้อง"

เหนือฟ้ารับมาอย่างแปลกใจ

"พี่รู้ได้ไงว่าผมชอบชานม"

คิมชะงักไปนิด

ก่อนหัวเราะกลบเกลื่อน

"เดาเอา"

เหนือฟ้าหัวเราะตาม

"เดาเก่งจัง"

ไอซ์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แอบเลิกคิ้ว

เพราะเขารู้ดีว่า...

คิมไม่ใช่คนเดาเก่ง

แต่เป็นคนที่ถามไทม์มาตั้งแต่ก่อนออกมาซื้อน้ำ

...

สมาชิกในชมรมทยอยออกไปพักด้านหน้าห้อง

เหลือเพียงเหนือฟ้ากับคิมที่ยังนั่งเรียงหนังสือเล่มสุดท้าย

เหนือฟ้าลังเลอยู่ครู่หนึ่ง

ก่อนตัดสินใจถาม

"พี่คิมครับ"

"หืม"

"ผมถามอะไรหน่อยได้ไหม"

คิมพยักหน้า

"ถามได้"

เหนือฟ้ามองไปยังไทม์ที่กำลังช่วยเซนยกกล่องอยู่อีกมุมหนึ่ง

ก่อนลดเสียงลง

"พี่เรย์..."

"เขาเคยรู้จักพี่ไทม์มาก่อนใช่ไหมครับ"

มือของคิมหยุดชะงัก

สีหน้าที่เคยยิ้มแย้มเงียบลงเล็กน้อย

เขาถอนหายใจเบา ๆ

"รู้จัก"

เหนือฟ้ารอฟังต่อ

"เมื่อก่อน..."

"เรย์กับไทม์อยู่ทีมบาสเดียวกัน"

เหนือฟ้าประหลาดใจ

"จริงเหรอครับ"

"อือ"

คิมพยักหน้า

"สนิทกันมาก"

"จนใคร ๆ คิดว่าจะเป็นเพื่อนกันไปจนเรียนจบ"

"แล้ว..."

เหนือฟ้าถามอย่างระมัดระวัง

"เกิดอะไรขึ้นครับ"

คิมเงียบไปพักหนึ่ง

ก่อนส่ายหน้า

"พี่เล่าไม่ได้"

"ไม่ใช่เพราะไม่ไว้ใจน้อง"

"แต่..."

"มันไม่ใช่เรื่องของพี่"

เหนือฟ้าพยักหน้าเข้าใจ

"ขอโทษครับ"

คิมยิ้มบาง ๆ

"แต่พี่บอกได้อย่างหนึ่ง"

เขาหันไปมองไทม์ที่ยังคงช่วยคนอื่นเก็บของ

สายตาเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น

"ตลอดเวลาที่พี่รู้จักมัน"

"ไทม์ไม่เคยทำร้ายเพื่อนก่อน"

"ถ้ามันลงมือ..."

"ต้องมีเหตุผล"

เหนือฟ้านิ่งฟัง

คำพูดของคิมไม่ได้ปกป้องไทม์แบบลืมหูลืมตา

แต่เป็นความเชื่อที่เกิดจากการอยู่ร่วมกันมาหลายปี

...

"ฟ้า!"

ไอซ์โผล่หน้าเข้ามาเรียก

"ช่วยยกกล่องหน่อย"

"มาแล้ว"

เหนือฟ้าลุกขึ้นทันที

ก่อนเดินไปช่วยเพื่อน

แต่ระหว่างที่เขากำลังยกกล่องหนังสือออกจากห้อง

สายตาก็เหลือบไปเห็นใครบางคนยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามถนน

เรย์

ชายหนุ่มยืนพิงต้นไม้ มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง

เมื่อสบตากับเหนือฟ้า เขาเพียงยิ้มบาง ๆ แล้วเดินจากไป

รอยยิ้มนั้น...

ไม่ได้ดูเป็นมิตร

แต่ก็ไม่ได้เต็มไปด้วยความเกลียดชัง

ราวกับเขากำลังรอเวลาบางอย่าง

เหนือฟ้ามองตามแผ่นหลังของเรย์จนลับสายตา

ความรู้สึกไม่สบายใจค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นอีกครั้ง

เขาไม่รู้เลยว่า...

อดีตที่เชื่อมโยงระหว่างเรย์กับไทม์

กำลังจะย้อนกลับมาเปลี่ยนชีวิตของทุกคน

หลังจากจัดหนังสือเสร็จเรียบร้อย สมาชิกชมรมอาสาก็ช่วยกันขนลังกระดาษออกไปไว้หน้าห้อง

หนังสือที่คัดแยกแล้วถูกแบ่งออกเป็นหลายชุด รอส่งไปยังโรงเรียนต่างจังหวัดในสัปดาห์หน้า

คิมก้มดูรายชื่อปลายทางอีกครั้ง ก่อนหันไปพูดกับทุกคน

"ยังเหลืออีกสิบสองลัง"

"วันนี้ขนไปเก็บที่คลังของมหา'ลัยก่อน"

สมาชิกหลายคนพยักหน้ารับ ก่อนแยกกันยกของ

เหนือฟ้าก้มลงอุ้มลังหนังสือขนาดกลางขึ้นมา

แม้น้ำหนักจะไม่มากนัก แต่เมื่อเดินได้เพียงไม่กี่ก้าว เขาก็ต้องเปลี่ยนท่าจับเพราะลังเริ่มลื่น

ไทม์ที่เดินตามหลังอยู่เห็นพอดี

"เดี๋ยว"

เขาวางลังของตัวเองลง ก่อนรับลังจากมือเหนือฟ้ามาถือแทน

"พี่..."

เหนือฟ้าทำหน้าเกรงใจ

"ผมถือไหวครับ"

ไทม์ส่ายหน้า

"ไหว"

"แต่เดินลำบาก"

เขาพยักหน้าไปที่ลังใบเล็กซึ่งวางอยู่ข้างประตู

"เอาใบนั้นแทน"

เหนือฟ้ายิ้มบาง ๆ

"ครับ"

เขาเริ่มชินกับการที่ไทม์ไม่เคยพูดหวาน

แต่เลือกดูแลผ่านการกระทำมากกว่า

...

คลังเก็บของมหาวิทยาลัยอยู่หลังอาคารกิจกรรมนักศึกษา

เป็นโกดังขนาดไม่ใหญ่สำหรับเก็บอุปกรณ์ของชมรมต่าง ๆ

เมื่อมาถึง สมาชิกช่วยกันเรียงลังหนังสือไว้บนชั้นเหล็กอย่างเป็นระเบียบ

เหนือฟ้าหยิบปากกาเมจิกขึ้นมาเขียนชื่อโรงเรียนและจำนวนหนังสือลงบนกล่องทีละใบ

ไทม์เดินเข้ามาหยุดข้าง ๆ

"ลายมือสวย"

เหนือฟ้าชะงัก ก่อนหัวเราะเขิน ๆ

"พี่ชมอีกแล้ว"

"ชม?"

ไทม์เลิกคิ้ว

"ก็จริง"

เหนือฟ้าส่ายหน้าเบา ๆ

"ถ้าพี่พูดแบบนี้บ่อย ๆ"

"เดี๋ยวผมได้เขินทุกวัน"

พูดจบเขาก็รีบก้มหน้าเขียนต่อ

ไม่ทันเห็นว่า...

คนตรงหน้าหลุดยิ้มออกมาน้อย ๆ

เป็นรอยยิ้มที่คิมซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลเห็นเข้าพอดี

"เซน"

คิมสะกิดเพื่อน

"มองนั่น"

เซนเหลือบตามสายตา ก่อนหัวเราะในลำคอ

"ยิ้มอีกแล้ว"

"อือ"

คิมอมยิ้ม

"ตั้งแต่ฟ้าเข้าชมรม"

"ไทม์ยิ้มบ่อยขึ้นเยอะ"

ทั้งสองไม่ได้พูดแซว

เพราะต่างรู้ดีว่า...

รอยยิ้มแบบนี้หายไปจากไทม์นานหลายปี

...

เมื่อเก็บของเสร็จ ทุกคนก็ทยอยเดินออกจากโกดัง

ขณะกำลังจะล็อกประตู

โทรศัพท์ของไทม์สั่นขึ้น

ชายหนุ่มมองหน้าจอเพียงแวบเดียว

สีหน้าที่เคยผ่อนคลายกลับนิ่งลงทันที

เหนือฟ้าสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้น

แม้ไทม์จะรีบกดปิดหน้าจอ แต่เขาก็เห็นชื่อบนหน้าจอชัดเจน

เรย์

ไทม์ไม่ได้รับสาย

เขากดตัดสายทันที

ไม่ถึงครึ่งนาที โทรศัพท์ก็สั่นอีกครั้ง

ครั้งนี้ไทม์ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนปิดเสียงโทรศัพท์ แล้วเก็บลงกระเป๋าเสื้อ

"มีอะไรหรือเปล่าครับ"

เหนือฟ้าถามอย่างเป็นห่วง

ไทม์เงียบอยู่ครู่หนึ่ง

ก่อนตอบเรียบ ๆ

"ไม่มีอะไร"

แม้คำตอบจะเหมือนเดิม

แต่เหนือฟ้าสัมผัสได้ว่า...

น้ำเสียงของไทม์ต่างจากทุกครั้ง

เหมือนกำลังพยายามซ่อนความรู้สึกบางอย่างเอาไว้

...

ระหว่างเดินกลับห้องชมรม

ทั้งสองเดินเคียงกันโดยไม่มีบทสนทนา

จนเหนือฟ้าเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน

"พี่ไทม์"

"หืม"

"ถ้าวันไหน..."

เหนือฟ้าหยุดคิด ก่อนเลือกคำพูดอย่างระมัดระวัง

"พี่ไม่สบายใจ"

"พี่ไม่จำเป็นต้องเล่าให้ผมฟังก็ได้นะครับ"

ไทม์หันมองเขา

เหนือฟ้ายิ้มบาง ๆ

"แต่ถ้าพี่อยากมีคนฟัง"

"ผมยินดี"

คำพูดเรียบง่ายนั้น...

ทำให้ไทม์หยุดเดินไปชั่วขณะ

ไม่มีใครเคยพูดกับเขาแบบนี้มานานแล้ว

ไม่ใช่การคาดคั้น

ไม่ใช่การซักถาม

แต่เป็นการบอกว่า...

"เมื่อพร้อม ผมจะอยู่ตรงนี้"

ไทม์มองรอยยิ้มอ่อนโยนของเด็กปีหนึ่งตรงหน้า

ก่อนตอบเบา ๆ

"...ขอบใจ"

เพียงสองพยางค์

แต่สำหรับไทม์

มันคือคำที่ออกมาจากใจที่สุดในรอบหลายปี

ทั้งคู่เดินต่อไปพร้อมกัน

โดยไม่มีใครรู้ว่า

ที่มุมตึกฝั่งตรงข้าม

เรย์ยังคงยืนมองพวกเขาอยู่เงียบ ๆ

สายตาของเขาไม่ได้จับจ้องเหนือฟ้า

แต่กลับมองไปที่ไทม์

ราวกับกำลังรอเวลาที่เหมาะสม...

เพื่อเปิดเผยความจริงบางอย่างที่ถูกฝังไว้ในอดีต

การประชุมชมรมเลิกเกือบหนึ่งทุ่ม

สมาชิกทยอยแยกย้ายกลับหอพัก เหลือเพียงไทม์ คิม และเซนที่ยังช่วยกันปิดห้องชมรมตามปกติ

เหนือฟ้าสะพายกระเป๋า ก่อนยกมือไหว้รุ่นพี่ทั้งสาม

"ผมกลับก่อนนะครับ"

คิมยิ้มกว้าง

"เดินกลับดี ๆ"

เซนพยักหน้า

"ถึงหอแล้วพักผ่อนเยอะ ๆ"

เหนือฟ้ายิ้มรับ

"ครับ"

เขาหันไปมองไทม์เป็นคนสุดท้าย

"พี่ไทม์...เจอกันพรุ่งนี้นะครับ"

ไทม์พยักหน้าเบา ๆ

"อือ"

"ถึงหอแล้วส่งข้อความในกลุ่ม"

เหนือฟ้าหลุดหัวเราะ

"ได้ครับ"

...

ลมยามค่ำพัดเอื่อย ๆ ตลอดทางเดินกลับหอพัก

ผู้คนในมหาวิทยาลัยเริ่มบางตา เหลือเพียงนักศึกษาบางกลุ่มที่ยังนั่งทำรายงานอยู่ตามโต๊ะหินอ่อน

เหนือฟ้าหยิบหูฟังออกมาจากกระเป๋า

แต่ยังไม่ทันใส่

เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

"เหนือฟ้า"

เด็กหนุ่มหยุดเดิน ก่อนหันกลับไป

เรย์ยืนอยู่ใต้แสงไฟจากเสาไฟฟ้า มือหนึ่งถือแฟ้มเอกสารสีน้ำตาล

สีหน้าของเขายังคงเรียบเฉยเหมือนเดิม

"พี่มีอะไรหรือเปล่าครับ"

เหนือฟ้าถามอย่างสุภาพ

เรย์เดินเข้ามาใกล้เพียงสองก้าว

ก่อนยื่นซองเอกสารให้

"ลองอ่านดู"

เหนือฟ้าขมวดคิ้ว

"อะไรครับ"

"เรื่องของไทม์"

เรย์ตอบสั้น ๆ

"พี่คิดว่าน้องควรรู้"

เหนือฟ้ามองซองเอกสารในมืออีกฝ่าย

แต่ไม่ได้ยื่นมือไปรับ

"ผมขอโทษนะครับ"

เขาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

"แต่ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวของพี่ไทม์..."

"ผมอยากฟังจากเจ้าตัวมากกว่า"

เรย์หัวเราะเบา ๆ

"นายไว้ใจเขามากกว่าที่คิด"

เหนือฟ้าส่ายหน้า

"ไม่ใช่เรื่องไว้ใจอย่างเดียวครับ"

"ผมแค่คิดว่า..."

"ทุกคนควรมีโอกาสเล่าเรื่องของตัวเอง"

เรย์นิ่งไปชั่วครู่

ก่อนเก็บซองเอกสารกลับเข้ากระเป๋า

"นายต่างจากคนอื่นจริง ๆ"

เขาพูดพลางมองเหนือฟ้าตรง ๆ

"แต่หวังว่า..."

"เมื่อนายรู้ความจริง"

"นายจะยังพูดแบบเดิมได้"

เหนือฟ้าไม่ตอบ

เขาเพียงยืนมองเรย์เงียบ ๆ

เรย์ยิ้มบาง ๆ ก่อนหมุนตัวเดินจากไป

ทิ้งไว้เพียงความเงียบกับคำถามมากมาย

...

เหนือฟ้าเดินกลับหอต่อ

ตลอดทาง เขาคิดถึงคำพูดของเรย์ซ้ำไปซ้ำมา

"เมื่อนายรู้ความจริง..."

เขายอมรับว่าเริ่มสงสัย

แต่ความสงสัยนั้นไม่ได้ทำให้เขาอยากวิ่งไปถามคนอื่น

ตรงกันข้าม...

เขาอยากรอวันที่ไทม์พร้อมเล่าเอง

...

ในเวลาเดียวกัน

ภายในลานจอดรถของคณะวิศวะ

คิมยืนพิงรถมอเตอร์ไซค์ มองไทม์ที่กำลังสวมหมวกกันน็อก

"เมื่อกี้..."

"เรย์มารอน้อง"

ไทม์ชะงัก

"รู้"

"มึงเห็น?"

ไทม์พยักหน้า

"เห็น"

คิมถอนหายใจยาว

"มึงจะปล่อยไว้แบบนี้จริง ๆ เหรอ"

ไทม์เงียบไปพักหนึ่ง

ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"ถ้ากูเข้าไปห้าม"

"เรย์ก็จะยิ่งเล่นแรงกว่าเดิม"

เซนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พูดขึ้น

"แล้วมึงจะทำยังไง"

ไทม์มองออกไปยังถนนหน้ามหาวิทยาลัย

สายตาสงบนิ่ง

"กูเชื่อ..."

"เหนือฟ้าจะเลือกเชื่อในสิ่งที่ตัวเองเห็น"

คิมมองหน้าเพื่อน

ก่อนยิ้มบาง ๆ

"มึงเชื่อน้องขนาดนั้นเลยเหรอ"

ไทม์ไม่ได้ตอบทันที

เขาสตาร์ทรถ ก่อนพูดทิ้งท้าย

"...อือ"

"เพราะน้องไม่เหมือนคนอื่น"

เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้น

รถมอเตอร์ไซค์ค่อย ๆ แล่นออกจากลานจอดรถ

คิมกับเซนยืนมองตาม

ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่า...

ประโยคเมื่อครู่

ไม่ใช่แค่ความเชื่อใจ

แต่มันคือความรู้สึกที่ไทม์เริ่มมีต่อเหนือฟ้า

โดยที่เจ้าตัวเองก็ยังไม่ทันรู้ตัว

...

คืนนั้น

เหนือฟ้านั่งอยู่ที่โต๊ะอ่านหนังสือในห้องพัก

เขาเปิดไฟล์รายงานที่ทำค้างไว้

แต่สายตากลับมองออกไปนอกหน้าต่างแทน

บนท้องฟ้ามีดาวเพียงไม่กี่ดวง

เขานึกถึงคำพูดของแม่

"ถ้ารู้สึกหลงทาง...ให้เงยหน้ามองดาว"

เหนือฟ้ายิ้มบาง ๆ

ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

ในช่องแชตของกลุ่มชมรม เขาพิมพ์ข้อความสั้น ๆ

เหนือฟ้า: ถึงหอแล้วครับ ขอบคุณสำหรับวันนี้นะครับ

ไม่นานนัก

ข้อความตอบกลับก็เด้งขึ้น

Time: พักผ่อนเยอะ ๆ

เหนือฟ้ามองข้อความนั้น ก่อนยิ้มออกมา

เพียงไม่กี่คำ

แต่กลับทำให้ความวุ่นวายในใจของเขาเบาลงอย่างประหลาด

เช้าวันพุธ

เหนือฟ้าเดินเข้ามหาวิทยาลัยพร้อมแก้วโกโก้เย็นในมือ

อากาศหลังฝนตกเมื่อคืนสดชื่นกว่าทุกวัน ต้นไม้สองข้างทางยังมีหยดน้ำเกาะอยู่ตามใบ เสียงนกร้องดังแว่วมาจากสวนเล็ก ๆ ข้างอาคารเรียน

"ฟ้า!"

ไอซ์รีบวิ่งเข้ามาหา สีหน้าดูร้อนรนผิดปกติ

"มึงเห็นหรือยัง"

เหนือฟ้าขมวดคิ้ว

"เห็นอะไร"

ไอซ์ยื่นโทรศัพท์มาให้

หน้าจอแสดงโพสต์จากเพจนิรนามของมหาวิทยาลัย

หัวข้อเขียนไว้ตัวใหญ่

'ประธานชมรมอาสา...คนดีสร้างภาพ?'

ใต้โพสต์มีข้อความยาวหลายบรรทัด กล่าวหาว่าไทม์เคยทำร้ายเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัย และใช้ตำแหน่งประธานชมรมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ตัวเอง

แม้จะไม่มีชื่อจริง

แต่ทุกคนอ่านก็รู้ว่าหมายถึงใคร

เหนือฟ้าค่อย ๆ เลื่อนอ่านข้อความลงไป

ด้านล่างเต็มไปด้วยความคิดเห็นมากมาย

"รู้อยู่แล้วว่าไม่น่าไว้ใจ"

"เห็นหน้าก็น่ากลัว"

"สงสารคนที่ยังหลงเชื่อ"

เด็กหนุ่มเม้มริมฝีปากแน่น

เขาปิดหน้าจอโทรศัพท์ทันที

"มึงคิดว่า..."

ไอซ์ถามอย่างลังเล

เหนือฟ้าส่ายหน้าเบา ๆ

"กูไม่รู้ว่าใครโพสต์"

"แต่กูไม่อยากตัดสินจากโพสต์เดียว"

ไอซ์ถอนหายใจ

"กูก็เหมือนกัน"

...

ข่าวแพร่กระจายไปทั่วมหาวิทยาลัยอย่างรวดเร็ว

ระหว่างเดินไปอาคารเรียน เหนือฟ้าได้ยินเสียงคนพูดถึงเรื่องนี้แทบทุกมุม

บางคนเชื่อทันที

บางคนบอกว่ารอความจริง

แต่ไม่มีใครรู้ว่าเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะอะไร

...

หลังเลิกเรียน

เหนือฟ้าตัดสินใจเดินไปห้องชมรม

เมื่อเปิดประตูเข้าไป บรรยากาศภายในห้องกลับเงียบผิดปกติ

สมาชิกหลายคนนั่งอ่านโทรศัพท์ สีหน้าต่างเคร่งเครียด

คิมกำลังคุยโทรศัพท์กับอาจารย์ที่ปรึกษา

เซนนั่งพิมพ์ข้อความตอบสมาชิกในกลุ่มอย่างต่อเนื่อง

ส่วนไทม์...

กำลังนั่งเรียงเอกสารอยู่ที่โต๊ะเหมือนทุกวัน

สีหน้าของเขานิ่งสงบ

ราวกับข่าวที่กำลังแพร่สะพัดไม่ได้กระทบอะไรเลย

เหนือฟ้ายืนมองอยู่ครู่หนึ่ง

ก่อนเดินเข้าไปหา

"พี่ไทม์"

ไทม์เงยหน้าขึ้น

"มาแล้วเหรอ"

น้ำเสียงยังเหมือนเดิม

เหนือฟ้านั่งลงตรงข้าม

"พี่เห็นข่าวหรือยัง"

"เห็น"

"พี่ไม่ทำอะไรเหรอครับ"

ไทม์วางปากกาในมือลงช้า ๆ

ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ

"ถ้ารีบแก้ตัวตอนนี้"

"คนที่อยากเชื่อก็จะไม่ฟังอยู่ดี"

เหนือฟ้านิ่ง

"แล้วพี่จะปล่อยไปแบบนี้เหรอ"

ไทม์สบตาเขา

"ความจริง..."

"ไม่จำเป็นต้องตะโกน"

"ถ้ามันเป็นความจริง"

ประโยคนั้นทำให้เหนือฟ้าพูดไม่ออก

เขาไม่รู้ว่าต้องใช้ความมั่นใจมากแค่ไหน...

ถึงจะพูดแบบนี้ได้

...

ทันใดนั้น

ประตูห้องชมรมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง

นักศึกษาชายสองคนจากอีกคณะเดินเข้ามา

สีหน้าของทั้งคู่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ

"ไทม์"

หนึ่งในนั้นพูดเสียงแข็ง

"มึงไม่มีอะไรจะอธิบายหน่อยเหรอ"

บรรยากาศในห้องเงียบกริบทันที

สมาชิกหลายคนลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ

ไทม์ค่อย ๆ ลุกจากเก้าอี้

แต่สีหน้าของเขายังคงสงบนิ่ง

"ถ้าจะคุย"

"ออกไปคุยข้างนอก"

ชายคนนั้นแค่นหัวเราะ

"ทำไม"

"กลัวภาพลักษณ์เสียเหรอ"

ยังไม่ทันที่ไทม์จะตอบ

เหนือฟ้าก็ลุกขึ้นยืนเช่นกัน

เขาไม่ได้ยืนขวาง

ไม่ได้พูดเสียงดัง

แต่เดินมายืนข้างไทม์อย่างเงียบ ๆ

การกระทำเล็ก ๆ นั้น

ทำให้ทุกคนในห้องชะงัก

ไทม์หันมองเด็กปีหนึ่งที่ยืนเคียงข้างเขา

ดวงตาคมสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที

"เหนือฟ้า"

เสียงของเขาเบาลง

"นายไม่จำเป็นต้องเข้ามาเกี่ยว"

เหนือฟ้าหันไปสบตา

ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"ผมไม่ได้เข้าข้างพี่"

เขาหยุดเล็กน้อย

"แต่ผมจะไม่ปล่อยให้ใครมาตัดสินพี่"

"ทั้งที่ยังไม่มีใครรู้ความจริง"

ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ

แม้แต่คิมกับเซนยังมองเหนือฟ้าด้วยความประหลาดใจ

ไทม์ไม่พูดอะไร

เพียงกำมือแน่นอยู่ข้างลำตัว

เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี...

ที่มีใครสักคนเลือกยืนอยู่ข้างเขา

ทั้งที่ยังไม่รู้ความจริงทั้งหมด

บรรยากาศภายในห้องชมรมเงียบงัน

สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังเหนือฟ้าที่ยืนอยู่ข้างไทม์

ไม่มีใครคาดคิดว่า...

นักศึกษาปีหนึ่งที่เพิ่งเข้าชมรมได้ไม่นาน จะกล้ายืนเผชิญหน้ากับสถานการณ์แบบนี้

ชายจากต่างคณะหัวเราะในลำคอ ก่อนมองเหนือฟ้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

"น้อง..."

"รู้จักมันดีแค่ไหน"

เหนือฟ้าสบตาอีกฝ่ายอย่างสุภาพ

"ยังรู้จักไม่ทั้งหมดครับ"

"แต่ผมคิดว่า..."

"การตัดสินใครจากข่าวลือ ไม่ยุติธรรม"

อีกฝ่ายแค่นหัวเราะ

"ข่าวลือ?"

"แล้วถ้ามันเป็นเรื่องจริงล่ะ"

เหนือฟ้ายังไม่ทันตอบ

เสียงของไทม์ก็ดังขึ้นอย่างหนักแน่น

"พอ"

เพียงคำเดียว

แต่ทุกคนในห้องกลับเงียบลงทันที

ไทม์ก้าวออกมายืนด้านหน้าเหนือฟ้าโดยไม่รู้ตัว

เป็นการเคลื่อนไหวสั้น ๆ

แต่เหมือนกำลังบอกทุกคนว่า...

เขาจะไม่ปล่อยให้รุ่นน้องต้องรับแรงกดดันแทน

"ถ้ามีอะไร"

"คุยกับกู"

ไทม์พูดเรียบ ๆ

"ไม่เกี่ยวกับน้อง"

ชายคนนั้นกำลังจะพูดต่อ

แต่ประตูห้องก็เปิดออก

อาจารย์ที่ปรึกษาชมรมเดินเข้ามาพร้อมคิม

สายตาของอาจารย์กวาดมองทุกคน ก่อนถามด้วยน้ำเสียงสุขุม

"เกิดอะไรขึ้น"

ไม่มีใครตอบในทันที

ชายจากต่างคณะเม้มริมฝีปาก ก่อนยกมือไหว้อาจารย์

"ไม่มีอะไรครับ"

"พวกผมกลับก่อน"

เมื่อทั้งสองคนเดินออกจากห้อง บรรยากาศที่ตึงเครียดจึงค่อย ๆ คลี่คลายลง

อาจารย์หันมาทางไทม์

"ทุกคนไม่เป็นไรใช่ไหม"

ไทม์พยักหน้า

"ครับ"

อาจารย์มองลูกศิษย์ทุกคนอย่างเป็นห่วง

"จำไว้นะ"

"อย่าใช้อารมณ์แก้ปัญหา"

"ความจริงต้องใช้เวลา"

"แต่สุดท้าย..."

"มันจะพิสูจน์ตัวเอง"

ทุกคนรับคำพร้อมกัน

"ครับ"

...

หลังอาจารย์กลับไป

สมาชิกในชมรมก็ช่วยกันเก็บของที่ค้างอยู่

ไม่มีใครพูดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่อีก

แต่ทุกคนต่างรับรู้ว่า...

เรื่องนี้ยังไม่จบ

เหนือฟ้าก้มเก็บแฟ้มเอกสารที่ตกอยู่บนพื้น

ขณะกำลังจะเดินออกจากห้อง

ไทม์ก็เรียกไว้

"เหนือฟ้า"

เด็กหนุ่มหันกลับมา

"ครับ"

ไทม์มองเขาอยู่ครู่หนึ่ง

ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"ครั้งหน้า..."

"อย่าทำแบบเมื่อกี้อีก"

เหนือฟ้าขมวดคิ้ว

"ทำไมครับ"

"ผมแค่..."

ไทม์ถอนหายใจเบา ๆ

"พี่ไม่อยากให้นายเดือดร้อน"

เหนือฟ้ายิ้มอ่อน

"แต่ผมไม่ได้เดือดร้อนนะครับ"

เขาหยุดเล็กน้อย

ก่อนพูดต่ออย่างมั่นคง

"ผมแค่ทำในสิ่งที่คิดว่าถูก"

ไทม์นิ่งไป

คำพูดนั้นทำให้เขานึกถึงตัวเองเมื่อหลายปีก่อน

คนที่เคยเชื่อว่า...

หากทำในสิ่งที่ถูกต้อง ทุกอย่างจะลงเอยด้วยดี

แต่ความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น

เขาไม่อยากให้เหนือฟ้าต้องเจอแบบเดียวกัน

"พี่..."

เหนือฟ้าเอ่ยเบา ๆ

"ไม่ว่าคนอื่นจะพูดยังไง"

"ผมจะรอฟังจากพี่"

ไทม์หลุบตาลง

ก่อนพยักหน้าเบา ๆ

"...ขอบใจ"

เป็นอีกครั้ง...

ที่คำพูดของเหนือฟ้า ทำให้กำแพงในใจของเขาเริ่มร้าวทีละนิด

...

คืนนั้น

ไทม์กลับถึงหอพักเกือบสี่ทุ่ม

เขาเพิ่งวางกระเป๋าลง โทรศัพท์ก็สั่นขึ้น

หน้าจอปรากฏข้อความจากเบอร์ที่ไม่ได้บันทึกชื่อ

"ถ้ายังไม่หยุดเข้าใกล้เหนือฟ้า..."

"ครั้งนี้ ฉันจะไม่ปล่อยไว้แค่ข่าวลือ"

ไทม์อ่านข้อความซ้ำอยู่ครู่หนึ่ง

ก่อนกดโทรกลับ

แต่ปลายสายกลับปิดเครื่องไปแล้ว

ชายหนุ่มกำโทรศัพท์แน่น

สายตาเย็นลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เขารู้ทันที...

ว่าใครเป็นคนส่งข้อความนั้น

...

ในเวลาเดียวกัน

เรย์ยืนอยู่บนดาดฟ้าอาคารเรียนของอีกคณะ

สายลมยามค่ำคืนพัดชายเสื้อช็อปให้ปลิวไหว

เขามองแสงไฟทั่วมหาวิทยาลัยด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก

ก่อนหยิบรูปถ่ายเก่าใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าสตางค์

ในรูปมีนักศึกษาสามคนยืนยิ้มอยู่ข้างสนามบาส

หนึ่งในนั้นคือไทม์

ส่วนอีกคน...

คือเรย์

ชายหนุ่มลูบขอบรูปเบา ๆ

ก่อนพึมพำกับตัวเอง

"ไทม์..."

"นายกำลังจะทำผิดซ้ำเป็นครั้งที่สอง"

เขาค่อย ๆ พับรูปเก็บเข้าที่เดิม

ดวงตาที่เคยสงบนิ่งกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

ราวกับอดีตบางอย่าง...

ยังไม่เคยจางหายไปจากหัวใจของเขา

จบตอน5

บทก่อนหน้า
บทถัดไป