บทที่ 6 อดีตที่ไม่มีใครพูดถึง

เช้าวันพฤหัสบดี

เหนือฟ้าตื่นขึ้นเร็วกว่าปกติ

เมื่อคืนเขานอนหลับไม่ค่อยสนิทนัก

ภาพถ่ายเก่าที่มีไทม์กับเรย์ยืนอยู่ข้างกันยังคงวนเวียนอยู่ในหัว แม้เขาจะยังไม่เคยเห็นรูปนั้นด้วยตัวเอง แต่คำพูดของเรย์และท่าทีของไทม์ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เขารู้สึกว่ามีบางอย่างถูกซ่อนเอาไว้

บางอย่างที่เกี่ยวข้องกับอดีต

และอาจสำคัญกว่าที่เขาคิด

เหนือฟ้านั่งอยู่ปลายเตียง ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กข้อความ

ไม่มีข้อความจากเรย์

ไม่มีข้อความแปลก ๆ

มีเพียงข้อความในกลุ่มชมรมอาสาที่คิมส่งมาตั้งแต่เมื่อคืน

คิม: วันนี้ห้าโมงประชุมงานบริจาค ใครว่างอย่าลืมเข้าชมรม

เหนือฟ้าพิมพ์ตอบ

เหนือฟ้า: รับทราบครับ

เขาวางโทรศัพท์ลง ก่อนมองออกไปนอกหน้าต่าง

ท้องฟ้ายามเช้าสดใส

แต่ในใจกลับรู้สึกหนักอย่างบอกไม่ถูก

เขาไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้

ความรู้สึกที่เหมือนกำลังมีบางอย่างเกิดขึ้นรอบตัว แต่ตัวเองกลับไม่รู้เรื่องอะไรเลย

...

ช่วงสาย

หลังเลิกเรียน เหนือฟ้าเดินลงจากอาคารพร้อมไอซ์

"มึงดูเครียด ๆ"

ไอซ์พูดขึ้น

เหนือฟ้าชะงัก

"เห็นชัดขนาดนั้นเลยเหรอ"

"ชัด"

ไอซ์มองหน้าเพื่อน

"เรื่องพี่ไทม์ใช่ไหม"

เหนือฟ้าเงียบไปครู่หนึ่ง

ก่อนพยักหน้า

"อือ"

"มีเรื่องที่กูยังไม่เข้าใจ"

ไอซ์ไม่ได้ถามต่อทันที

เขาเพียงเดินข้างเพื่อนอย่างเงียบ ๆ

จนเหนือฟ้าเป็นฝ่ายพูดขึ้นเอง

"มึงเคยรู้สึกไหม..."

"ว่าคนคนหนึ่งกำลังปิดบังอะไรบางอย่าง"

"แต่เราไม่รู้ว่ามันคืออะไร"

ไอซ์พยักหน้า

"เคย"

"แล้วมึงทำยังไง"

เหนือฟ้าถาม

ไอซ์ยักไหล่

"ถ้าเป็นเรื่องของคนที่กูแคร์..."

"กูจะรอจนกว่าเขาจะพร้อมพูด"

เหนือฟ้าหันไปมองเพื่อน

คำตอบนั้นทำให้เขานึกถึงตัวเอง

เขาเองก็คงเลือกแบบเดียวกัน

เพราะตั้งแต่วันแรกที่เจอไทม์...

เขาไม่เคยรู้สึกว่าอีกฝ่ายเป็นคนอันตรายเลย

ตรงกันข้าม

ไทม์เป็นคนที่คอยช่วยเขาโดยไม่เคยเรียกร้องอะไร

ดังนั้น หากวันหนึ่งไทม์มีเรื่องในอดีตที่ยังไม่พร้อมเล่า

เขาก็ไม่อยากเป็นอีกคนที่บังคับให้ไทม์ต้องพูด

...

ห้าโมงเย็น

เหนือฟ้าเดินเข้าห้องชมรมตามเวลานัด

แต่วันนี้บรรยากาศกลับแตกต่างจากทุกวัน

คิมกับเซนนั่งอยู่ที่โต๊ะกลางห้อง

ส่วนไทม์ยืนอยู่ข้างหน้าต่าง

โทรศัพท์อยู่ในมือ

สีหน้าของเขานิ่งกว่าปกติ

เหนือฟ้าเดินเข้าไป

"พี่ครับ"

ไทม์เงยหน้าขึ้น

สายตาคมสบกับดวงตาของเหนือฟ้า

เพียงเสี้ยววินาที

ก่อนจะเก็บโทรศัพท์ลง

"มาแล้วเหรอ"

"ครับ"

เหนือฟ้าพยักหน้า

"มีอะไรให้ช่วยไหม"

คิมกำลังจะตอบ

แต่ประตูห้องชมรมกลับถูกเคาะขึ้นเสียก่อน

ก๊อก ก๊อก

ทุกคนหันไปมองพร้อมกัน

ประตูเปิดออกช้า ๆ

ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามา

เรย์

เหนือฟ้าชะงัก

ส่วนไทม์...

สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที

จากนิ่งสงบ

กลายเป็นเย็นชาอย่างเห็นได้ชัด

"มาทำไม"

ไทม์ถาม

เรย์ไม่ได้ตอบในทันที

เขาหันมองเหนือฟ้า ก่อนยิ้มบาง ๆ

"ฉันไม่ได้มาหานาย"

สายตาของเขาเลื่อนไปหยุดที่ไทม์

"ฉันมาคุยเรื่องของเรา"

คิมลุกขึ้นทันที

"เรย์..."

แต่เรย์ยกมือห้าม

"ไม่ต้องห่วง"

"วันนี้ฉันไม่ได้มาทะเลาะ"

ไทม์กำมือแน่น

"งั้นพูดมา"

เรย์มองเขาอยู่ครู่หนึ่ง

ก่อนหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาจากกระเป๋า

ซองเดียวกับที่เขาเคยถือในคืนก่อน

"ฉันคิดว่า..."

"ถึงเวลาที่นายควรบอกเขาได้แล้ว"

สายตาของเรย์เลื่อนไปทางเหนือฟ้า

หัวใจของเด็กหนุ่มกระตุกวูบ

ไทม์เงียบ

"บอกอะไรครับ"

เหนือฟ้าถามขึ้น

เรย์ไม่ได้ตอบ

แต่ไทม์กลับเป็นฝ่ายพูด

"เหนือฟ้า..."

น้ำเสียงของเขาอ่อนลงอย่างที่ไม่ค่อยได้ยิน

"นายกลับก่อนได้ไหม"

เหนือฟ้ามองหน้าอีกฝ่าย

เป็นครั้งแรก...

ที่ไทม์เป็นคนขอให้เขาออกไปจากเรื่องของตัวเองอย่างชัดเจน

เขาควรจะเดินออกไป

แต่ก่อนที่จะได้พูดอะไร

เรย์ก็เอ่ยขึ้นเบา ๆ

"ถ้านายยังไม่บอกเขา..."

"ฉันจะเป็นคนบอกเองว่าเมื่อสองปีก่อนเกิดอะไรขึ้น"

ห้องทั้งห้องเงียบสนิท

เหนือฟ้าหันกลับไปมองไทม์ทันที

สองปีก่อน?

ดวงตาของไทม์ไหววูบ

และเป็นครั้งแรก...

ที่เหนือฟ้าเห็นความกลัวปรากฏอยู่ในสายตาของผู้ชายที่ใคร ๆ เรียกว่า “วิศวะตัวร้าย”

คำพูดของเรย์ทำให้บรรยากาศภายในห้องชมรมหนักอึ้งขึ้นทันที

“เมื่อสองปีก่อนเกิดอะไรขึ้น”

ประโยคนั้นยังคงก้องอยู่ในหัวของเหนือฟ้า

เขาหันไปมองไทม์อีกครั้ง

รุ่นพี่ที่เคยมีสีหน้าสงบนิ่งอยู่เสมอ ตอนนี้กลับกำลังยืนนิ่ง มือกำแน่นอยู่ข้างลำตัว

เหมือนกำลังต่อสู้กับบางอย่างในใจ

“พี่ไทม์…”

เหนือฟ้าเรียกเบา ๆ

ไทม์หลับตาลงชั่วครู่ ก่อนสูดหายใจเข้าลึก

“คิม”

เขาเรียกเพื่อนโดยไม่หันไปมอง

“พาน้องออกไปก่อน”

คิมมองหน้าเพื่อน ก่อนหันมาทางเหนือฟ้า

“ฟ้า…”

แต่เหนือฟ้ากลับส่ายหน้า

“ไม่เป็นไรครับพี่คิม”

เขามองไทม์

“ถ้าพี่ไม่อยากให้ผมรู้ ผมจะไม่ถาม”

เรย์หัวเราะเบา ๆ

“นายพูดง่ายเกินไป”

เหนือฟ้าหันไปมอง

เรย์ยังคงยืนถือซองเอกสารอยู่ในมือ

“ถ้าเป็นเรื่องของนาย…”

“นายก็ควรรู้ไม่ใช่เหรอ”

ไทม์หันขวับไปมองเรย์

“หยุด”

น้ำเสียงเย็นลงทันที

เรย์สบตาเขา

“ทำไม”

“กลัวเขารู้เหรอว่าเมื่อก่อนนายเป็นคนยังไง”

“เรย์”

เสียงของไทม์หนักแน่นกว่าเดิม

“ฉันบอกให้หยุด”

คิมรีบเดินเข้ามาคั่นกลาง

“พอได้แล้ว”

“นี่ห้องชมรม ไม่ใช่ที่ให้พวกมึงมาขุดเรื่องเก่า”

เรย์นิ่งไป

ก่อนหัวเราะออกมาเบา ๆ

“เรื่องเก่า?”

“สำหรับพวกนายมันอาจเป็นเรื่องเก่า”

เขามองไทม์

“แต่สำหรับฉัน มันไม่เคยจบ”

คำพูดนั้นทำให้ไทม์เงียบลง

เหนือฟ้าสังเกตเห็นมือของไทม์ที่กำแน่นขึ้นเรื่อย ๆ

เขาจึงตัดสินใจพูด

“พี่เรย์ครับ”

เรย์หันมามอง

“ผมไม่รู้ว่าเมื่อสองปีก่อนเกิดอะไรขึ้น”

“และผมก็ไม่คิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ตัดสิน”

เหนือฟ้าหยุดเล็กน้อย

“แต่ถ้าเรื่องนั้นสำคัญกับพี่ไทม์มาก…”

“ผมคิดว่าควรให้พี่ไทม์เป็นคนเล่าเอง”

เรย์มองเขานิ่ง ๆ

ก่อนถาม

“ถ้าเขาไม่เล่าล่ะ”

เหนือฟ้าตอบอย่างใจเย็น

“ผมก็จะรอ”

“จนกว่าเขาจะพร้อม”

คำตอบนั้นทำให้เรย์นิ่งไป

ส่วนไทม์เองก็มองเหนือฟ้าโดยไม่พูดอะไร

แววตาของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย

เหมือนกำลังพยายามทำความเข้าใจว่า…

ทำไมเด็กคนนี้ถึงยังเลือกเชื่อใจเขา ทั้งที่กำลังมีโอกาสได้รู้เรื่องราวด้านที่แย่ที่สุดของเขา

เรย์ถอนหายใจ

ก่อนวางซองเอกสารลงบนโต๊ะ

“เอาไว้”

“ถ้านายเปลี่ยนใจ”

“อ่านมัน”

เขาหันหลังเดินไปที่ประตู

ก่อนหยุดแล้วพูดขึ้นโดยไม่ได้หันกลับมา

“แต่ฉันเตือนไว้อย่างหนึ่งนะ ไทม์”

“ถ้านายยังเลือกปิดบัง…”

“คนที่เจ็บที่สุดอาจไม่ใช่นาย”

ประตูห้องชมรมปิดลง

ความเงียบกลับเข้ามาอีกครั้ง

คิมมองไทม์อย่างเป็นห่วง

“มึงโอเคไหม”

ไทม์ไม่ได้ตอบ

สายตายังคงจับจ้องซองเอกสารบนโต๊ะ

เหนือฟ้าเองก็ไม่ได้ถามอะไร

เขาเพียงเดินไปหยิบแก้วน้ำบนโต๊ะ แล้ววางไว้ตรงหน้าไทม์

“พี่ดื่มน้ำก่อนครับ”

ไทม์เงยหน้าขึ้น

“นายไม่อยากรู้เหรอ”

เหนือฟ้านิ่งไป

ก่อนยิ้มบาง ๆ

“อยากครับ”

“แต่ผมอยากให้พี่เป็นคนเล่าให้ผมฟังมากกว่า”

ไทม์มองเขาอยู่ครู่หนึ่ง

ก่อนถามเสียงเบา

“ถ้าความจริงมันไม่ได้สวยงามล่ะ”

เหนือฟ้าสบตาเขา

“ผมก็จะฟังจนจบครับ”

คำตอบนั้นทำให้ไทม์หลุบตาลง

ปลายนิ้วแตะพวงกุญแจดาวสีฟ้าที่ห้อยอยู่กับกระเป๋า

และในวินาทีนั้นเอง…

ความทรงจำเมื่อสองปีก่อนก็ย้อนกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง

เสียงฝน

สนามบาส

เสียงทะเลาะกัน

และเด็กคนหนึ่งที่ยืนถือ ดาวสีฟ้า อยู่ตรงหน้าเขา

“พี่ครับ…”

เสียงนั้นยังคงชัดเจนเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

ไทม์กำพวงกุญแจแน่น

ก่อนพึมพำออกมาเบา ๆ

“เหนือฟ้า…”

“พี่ตามหานายมาตั้งนานแล้ว”

แต่คำพูดนั้นเบาจนไม่มีใครได้ยิน

แม้แต่เจ้าตัวเองก็ยังไม่รู้ว่า…

วันหนึ่งความทรงจำที่เขาพยายามเก็บซ่อนไว้

จะกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาไม่สามารถปล่อยมือจากเหนือฟ้าได้อีกต่อไป

หลังจากเรย์เดินออกจากห้องชมรมไป บรรยากาศภายในห้องก็ยังคงเงียบอยู่พักใหญ่

คิมมองไทม์อย่างเป็นห่วง

“มึง…”

ไทม์ยกมือขึ้นห้าม

“กูไม่เป็นไร”

“แน่?”

“อือ”

คำตอบสั้น ๆ ทำให้คิมรู้ว่าเพื่อนยังไม่อยากพูดถึงเรื่องนั้น

เขาจึงไม่ถามต่อ

ส่วนเหนือฟ้ายังคงนั่งอยู่ที่เดิม เขามองซองเอกสารบนโต๊ะ ก่อนเลื่อนสายตาไปยังไทม์

เขาอยากรู้ความจริง

แต่ไม่อยากได้ความจริงด้วยวิธีที่ทำให้อีกฝ่ายต้องเจ็บ

“พี่ไทม์ครับ”

“หืม”

“วันนี้เราไม่ต้องประชุมก็ได้นะครับ”

ไทม์มองเขา

“ทำไม”

“ผมว่าพี่ควรพัก”

ไทม์นิ่งไปเล็กน้อย ก่อนถามกลับ

“นายไม่ต้องทำงานชมรมเหรอ”

เหนือฟ้าส่ายหน้า

“เรื่องงานไว้วันอื่นก็ได้ครับ”

“ผมไม่ได้รีบ”

ไทม์มองใบหน้าของเด็กปีหนึ่งตรงหน้าอยู่นาน

ก่อนถอนหายใจเบา ๆ

“ขอบใจ”

“ครับ”

เหนือฟ้ายิ้มให้

“งั้นผมกลับก่อนนะครับ”

เขาลุกขึ้นสะพายกระเป๋า

แต่ก่อนจะเดินออกจากห้อง ไทม์กลับเรียกไว้

“เหนือฟ้า”

เด็กหนุ่มหันกลับมา

“ครับ?”

“พรุ่งนี้…”

ไทม์หยุดไปครู่หนึ่ง

“ถ้านายว่าง ไปกินข้าวด้วยกันไหม”

เหนือฟ้ากะพริบตา

“แค่สองคนเหรอครับ”

ไทม์พยักหน้า

“อือ”

คำตอบนั้นทำให้หัวใจของเหนือฟ้าเต้นเร็วขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว

เขารีบยิ้มเพื่อกลบอาการ

“ได้ครับ”

ไทม์พยักหน้า

“พรุ่งนี้หกโมง”

“ครับ”

เหนือฟ้าหันกลับไปอีกครั้ง

แต่ก่อนที่ประตูจะปิดลง เขาได้ยินเสียงคิมดังขึ้นจากด้านหลัง

“มึงคิดดีแล้วเหรอ”

เหนือฟ้าชะงัก

แต่ไม่ได้หันกลับไป

เพียงแอบฟังอยู่เงียบ ๆ

ไทม์ตอบด้วยเสียงเรียบ

“อือ”

“ถึงเวลาที่กูต้องบอกเขาบางอย่างแล้ว”

หัวใจของเหนือฟ้าเต้นแรงขึ้น

เขาไม่ได้ยินบทสนทนาต่อจากนั้น เพราะประตูปิดลงเสียก่อน

...

ระหว่างทางกลับหอ

เหนือฟ้าเดินช้ากว่าปกติ

คำพูดของไทม์ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว

“ถึงเวลาที่กูต้องบอกเขาบางอย่างแล้ว”

เขาไม่รู้ว่าเรื่องที่จะได้ฟังคืออะไร

แต่กลับรู้สึกได้อย่างหนึ่งว่า…

เรื่องนั้นอาจเกี่ยวข้องกับตัวเขาเอง

โดยเฉพาะคำพูดที่ไทม์หลุดออกมาเบา ๆ ก่อนหน้านี้

"พี่ตามหานายมาตั้งนานแล้ว"

เหนือฟ้าหยุดเดิน

“ตามหา…ผม?”

เขาพึมพำกับตัวเอง

แต่ยังไม่ทันได้คิดต่อ โทรศัพท์ก็สั่นขึ้น

เป็นข้อความจากเบอร์ที่ไม่รู้จัก

“ถ้าอยากรู้ว่าตัวเองเกี่ยวข้องกับอดีตของไทม์อย่างไร พรุ่งนี้อย่าไปกับเขา”

เหนือฟ้าจ้องข้อความนั้นนิ่ง

ไม่ถึงสิบวินาที ข้อความใหม่ก็ถูกส่งเข้ามา

“เพราะสิ่งที่เขาจะเล่า อาจไม่ใช่ความจริงทั้งหมด”

เด็กหนุ่มกำโทรศัพท์แน่น

ครั้งนี้เขาไม่ได้รู้สึกกลัว

แต่กลับรู้สึกโกรธมากกว่า

เพราะคนที่ส่งข้อความกำลังพยายามทำให้เขาสงสัยคนที่เขาเลือกจะเชื่อใจ

เหนือฟ้าลบข้อความทั้งสองทิ้ง

ก่อนเงยหน้ามองท้องฟ้า

บนท้องฟ้ายามค่ำคืนมีดาวดวงเล็ก ๆ ส่องประกายอยู่ไกลออกไป

เขานึกถึงพวงกุญแจดาวสีฟ้าของไทม์

และคำถามหนึ่งก็เกิดขึ้นในใจ

สองปีก่อน…

เขากับไทม์เคยพบกันจริง ๆ งั้นเหรอ?

คืนนั้น เหนือฟ้านอนไม่หลับ

เขาพยายามบอกตัวเองว่าไม่ต้องคิดมาก แต่ยิ่งหลับตา ภาพข้อความปริศนาก็ยิ่งวนกลับมาในหัว

“ตัวเองเกี่ยวข้องกับอดีตของไทม์อย่างไร”

คำถามนั้นทำให้เขาสงสัยมากขึ้นเรื่อย ๆ

สุดท้ายเหนือฟ้าจึงลุกขึ้นนั่งบนเตียง แล้วเปิดโทรศัพท์อีกครั้ง

เขาเข้าไปดูรูปที่เคยถ่ายในกิจกรรมอาสา

รูปห้องสมุด

รูปเด็ก ๆ

รูปสมาชิกชมรม

และรูปของไทม์

เหนือฟ้าซูมภาพหนึ่งเข้าไป

พวงกุญแจรูปดาวสีฟ้าห้อยอยู่กับกระเป๋าของไทม์

เขามองมันอยู่นาน

ก่อนนึกถึงสิ่งที่ไทม์เคยพูด

“บางครั้งคำพูดสั้น ๆ ก็เปลี่ยนชีวิตคนได้”

เหนือฟ้าขมวดคิ้ว

ทำไมเขาถึงรู้สึกคุ้นกับคำพูดนี้เหลือเกิน

เหมือนเคยได้ยินมาก่อน

แต่ไม่ว่าจะพยายามนึกเท่าไร ความทรงจำก็ยังว่างเปล่า

เช้าวันต่อมา

เหนือฟ้าไปมหาวิทยาลัยตามปกติ

แต่ทันทีที่เดินเข้าคณะ เขาก็รู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไป

นักศึกษาหลายคนมองมาทางเขา

บางคนกระซิบคุยกัน

บางคนหันหน้าหนีเมื่อสบตา

เหนือฟ้าไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งไอซ์เดินเข้ามาหาพร้อมสีหน้ากังวล

“ฟ้า…”

“มีอะไรเหรอ”

ไอซ์ยื่นโทรศัพท์ให้

หน้าจอเป็นโพสต์ใหม่จากเพจนิรนาม

คราวนี้ไม่ได้พูดถึงไทม์เพียงคนเดียว

แต่มีรูปของเหนือฟ้าปรากฏอยู่ด้วย

หัวข้อเขียนว่า

“เด็กปีหนึ่งคนนี้เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องเมื่อสองปีก่อน?”

หัวใจของเหนือฟ้าหล่นวูบ

ด้านล่างมีข้อความมากมาย

บางคนตั้งคำถามว่าเขารู้จักไทม์มาก่อนหรือไม่

บางคนบอกว่าเขาอาจเข้าหาไทม์เพราะต้องการผลประโยชน์

บางคนถึงขั้นกล่าวหาว่าเขารู้เรื่องอดีตทั้งหมดอยู่แล้ว

“มันเกิดอะไรขึ้น…”

เหนือฟ้าพึมพำ

ไอซ์ถอนหายใจ

“กูก็ไม่รู้”

“แต่ตอนนี้คนเริ่มพูดถึงมึงแล้ว”

เหนือฟ้ากำโทรศัพท์แน่น

เขาไม่สนใจว่าคนอื่นจะพูดถึงตัวเองอย่างไร

แต่สิ่งที่ทำให้เขากังวลคือไทม์

หากเรื่องนี้แพร่กระจายไปมากกว่านี้…

ไทม์อาจต้องกลับมาเผชิญกับเรื่องในอดีตอีกครั้ง

ช่วงพักกลางวัน

เหนือฟ้าได้รับข้อความจากไทม์

Time: เย็นนี้หกโมงเหมือนเดิมนะ

เหนือฟ้ามองข้อความอยู่ครู่หนึ่ง

ก่อนพิมพ์ตอบ

เหนือฟ้า: ครับ

เขาไม่ได้บอกเรื่องโพสต์

เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องกังวลระหว่างเรียน

แต่ทันทีที่เก็บโทรศัพท์ลง

เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

“เหนือฟ้า”

เขาหันกลับ

เรย์ยืนอยู่ตรงนั้น

เหนือฟ้าสูดหายใจเข้าลึก

“พี่เรย์”

“เห็นข่าวแล้วใช่ไหม”

“ครับ”

เรย์มองเขาอยู่ครู่หนึ่ง

“ตอนนี้นายเข้าใจหรือยังว่าทำไมพี่ถึงเตือน”

เหนือฟ้าไม่ได้ตอบทันที

“พี่เป็นคนปล่อยข่าวหรือเปล่าครับ”

คำถามตรง ๆ ทำให้เรย์ชะงัก

“คิดว่าพี่ทำ?”

“ผมไม่รู้ครับ”

“แต่พี่เป็นคนเดียวที่พูดเรื่องสองปีก่อนกับผม”

เรย์หัวเราะเบา ๆ

“ฉลาดกว่าที่คิด”

เหนือฟ้าขมวดคิ้ว

“หมายความว่า…”

“พี่ไม่ได้เป็นคนโพสต์”

เรย์ตอบ

“แต่พี่รู้ว่าใครทำ”

“ใครครับ”

เรย์ไม่ตอบ

เขาเพียงเดินเข้ามาใกล้ ก่อนพูดเสียงเบา

“คนที่อยากให้ไทม์เจ็บที่สุด”

เหนือฟ้ารู้สึกเย็นวาบ

“แล้วพี่รู้ไหมว่าเขาต้องการอะไร”

เรย์มองหน้าเขา

“ต้องการให้นายออกจากชีวิตไทม์”

เหนือฟ้านิ่งไป

เรย์จึงพูดต่อ

“เพราะนายคือสิ่งเดียวที่ทำให้ไทม์มีความสุขในตอนนี้”

คำพูดนั้นทำให้เหนือฟ้าพูดไม่ออก

เรย์เดินจากไป

แต่ก่อนจะลับสายตา เขาหันกลับมาอีกครั้ง

“ถ้านายอยากรู้ความจริง…”

“คืนนี้ถามไทม์เรื่อง คืนฝนตกเมื่อสองปีก่อน”

เหนือฟ้าชะงัก

“คืนฝนตก?”

เรย์พยักหน้า

“เขาจะจำได้”

“เพราะคืนนั้น…”

เรย์หยุดพูด

ก่อนเดินจากไปโดยไม่บอกต่อ

ทิ้งให้เหนือฟ้ายืนอยู่กับคำถามที่มากกว่าเดิม

หกโมงเย็น

ร้านอาหารเล็ก ๆ ข้างมหาวิทยาลัย

ไทม์มาถึงก่อนเวลา

เมื่อเหนือฟ้าเดินเข้าไป เขาก็เห็นรุ่นพี่นั่งอยู่ริมหน้าต่าง

“ขอโทษครับพี่ ผมมาช้า”

ไทม์ส่ายหน้า

“พี่ก็เพิ่งมา”

เหนือฟ้านั่งลงตรงข้าม

ทั้งสองสั่งอาหารเรียบร้อย

แต่วันนี้บรรยากาศกลับต่างจากทุกครั้ง

เหนือฟ้ากำลังรวบรวมความกล้า

เขาไม่รู้ว่าควรเริ่มอย่างไร

จนกระทั่งไทม์เป็นฝ่ายถาม

“มีอะไรอยากถามพี่ไหม”

เหนือฟ้าชะงัก

ไทม์มองเขานิ่ง ๆ

“ตั้งแต่เดินเข้าร้านมา นายดูเหมือนมีเรื่องในใจ”

เหนือฟ้าหลุบตาลง

ก่อนเงยหน้าขึ้น

“พี่ครับ…”

“เมื่อสองปีก่อน…”

ไทม์นิ่งทันที

“เกิดอะไรขึ้นในคืนฝนตกครับ”

เสียงช้อนที่อยู่ในมือไทม์หยุดลง

ความเงียบเข้าปกคลุมโต๊ะอาหาร

ก่อนที่ไทม์จะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น

สายตาที่มองเหนือฟ้าในครั้งนี้…

เต็มไปด้วยความทรงจำที่เขาพยายามฝังมานาน

“นาย…”

ไทม์พูดเบามาก

“จำอะไรได้แล้วเหรอ”

เหนือฟ้าส่ายหน้า

“ผมจำไม่ได้ครับ”

“แต่ผมรู้สึกว่า…”

เขากำมือแน่น

“ผมเคยเจอพี่มาก่อน”

ไทม์เงียบไปนาน

ก่อนเอื้อมมือไปแตะพวงกุญแจดาวสีฟ้าที่ห้อยอยู่ข้างกระเป๋า

และพูดคำหนึ่งออกมา

“ใช่…”

“เราเคยเจอกัน”

หัวใจของเหนือฟ้าเต้นแรง

ในที่สุด…

ความจริงที่ถูกซ่อนมานาน

กำลังจะถูกเปิดเผย

“ใช่…”

เสียงของไทม์เบาจนแทบกลืนไปกับเสียงผู้คนในร้าน

“เราเคยเจอกัน”

เหนือฟ้านั่งนิ่ง

คำตอบที่เขาเคยสงสัยมาตลอดกลับถูกยืนยันในที่สุด

“เมื่อสองปีก่อนเหรอครับ”

ไทม์พยักหน้า

“อือ”

“แล้วทำไมผมจำพี่ไม่ได้”

ไทม์ไม่ได้ตอบทันที

เขาหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่ม ก่อนวางลงช้า ๆ

“เพราะตอนนั้นนายยังเด็ก”

“แล้วก็…”

เขาหยุดไปครู่หนึ่ง

“เกิดเรื่องหลายอย่างขึ้น”

เหนือฟ้ามองใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างตั้งใจ

“พี่จำผมได้ตั้งแต่วันแรกที่เจอเลยเหรอครับ”

คำถามนั้นทำให้ไทม์ชะงัก

ก่อนตอบตามตรง

“ตั้งแต่วันที่พี่เห็นนายใต้ตึกวิศวะ”

“พี่ก็รู้แล้ว”

เหนือฟ้ากะพริบตา

“รู้ว่าเป็นผม?”

“อือ”

“แต่พี่ไม่เคยบอก”

“เพราะพี่ยังไม่แน่ใจว่านายจำอะไรได้บ้าง”

เหนือฟ้าก้มมองโต๊ะ

เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าเหตุใดไทม์ถึงมักมองเขาเหมือนกำลังนึกถึงอะไรบางอย่าง

“แล้วดาวสีฟ้าล่ะครับ”

สายตาของไทม์เลื่อนไปยังพวงกุญแจที่ห้อยอยู่ข้างกระเป๋า

“มันเกี่ยวกับนาย”

เหนือฟ้ารู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ

“ผม?”

ไทม์พยักหน้า

“นายเคยให้มันกับพี่”

“เมื่อสองปีก่อน”

เหนือฟ้าพยายามนึก

แต่ในหัวกลับมีเพียงภาพความทรงจำที่เลือนราง

เสียงฝนตก

พื้นถนนเปียก

แสงไฟจากเสาไฟ

และเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา

แต่ใบหน้ากลับมองไม่ชัด

เหนือฟ้ายกมือกุมขมับ

“ผม…”

“เหมือนจะจำได้”

ไทม์รีบพูด

“ไม่ต้องฝืน”

“ค่อย ๆ นึก”

เหนือฟ้าหลับตาลง

ภาพหนึ่งค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในหัว

เขาเห็นมือของตัวเองกำลังถือพวงกุญแจรูปดาวสีฟ้า

ก่อนจะยื่นให้ใครบางคน

เสียงของตัวเองในวัยเด็กดังขึ้นอย่างเลือนราง

“ถ้าพี่หลงทาง…”

“ก็ให้มองดาวนะครับ”

เหนือฟ้าลืมตาขึ้นทันที

หัวใจเต้นแรง

“ประโยคนี้…”

ไทม์มองเขา

“จำได้แล้วเหรอ”

เหนือฟ้าพยักหน้าช้า ๆ

“ผมเคยพูดกับพี่จริง ๆ”

ไทม์ยิ้ม

เป็นรอยยิ้มที่มีทั้งความคิดถึงและความเจ็บปวดปะปนกัน

“อือ”

“นายพูดแบบนั้น”

“แล้วพี่ก็จำมาตลอด”

เหนือฟ้ามองดาวสีฟ้าบนกระเป๋า

“พี่เก็บมันไว้สองปีเลยเหรอครับ”

“อือ”

“ทำไมครับ”

ไทม์เงียบไปนาน

ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงจริงใจที่สุด

“เพราะหลังจากคืนนั้น…”

“พี่ไม่เคยเจอนายอีกเลย”

เหนือฟ้าชะงัก

“พี่ตามหาผม?”

ไทม์พยักหน้า

“แต่หาไม่เจอ”

“จนกระทั่งมาเจอนายที่มหาวิทยาลัย”

ความเงียบเข้าปกคลุมระหว่างทั้งคู่

เหนือฟ้าไม่รู้ว่าควรพูดอะไร

เพราะไม่เคยคิดมาก่อนว่า…

ตัวเองจะเป็นใครบางคนในความทรงจำของไทม์มานานถึงสองปี

“แล้วเรย์…”

เหนือฟ้าเอ่ยขึ้นเบา ๆ

“เขาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ยังไงครับ”

รอยยิ้มบนใบหน้าของไทม์หายไปทันที

เขาหลุบตาลง

“เรย์อยู่ที่นั่นในคืนนั้น”

เหนือฟ้านิ่ง

“เขาเห็นทุกอย่าง”

“แล้วเกิดอะไรขึ้นครับ”

ไทม์กำมือแน่น

“คืนนั้น…”

“พี่กับเรย์ทะเลาะกัน”

“เพราะเรื่องที่เกี่ยวกับการแข่งขันบาส”

เหนือฟ้าตั้งใจฟัง

“แล้วนาย…”

ไทม์เงยหน้าขึ้น

“เข้ามาเห็นเหตุการณ์พอดี”

“พยายามจะห้ามเรา”

“แต่เกิดอุบัติเหตุขึ้นก่อน”

เหนือฟ้าขมวดคิ้ว

“อุบัติเหตุ?”

ไทม์พยักหน้า

“นายล้มลง”

“แล้วหลังจากนั้น…”

เขาหยุดพูด

สายตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

“พี่คิดว่านายเป็นอะไรไป”

เหนือฟ้ารู้สึกจุกในอก

“แต่ผมไม่ได้เป็นอะไร”

“ใช่”

ไทม์ยิ้มเศร้า

“นายไม่เป็นอะไร”

“แต่พอพี่กลับมา…”

“นายหายไปแล้ว”

เหนือฟ้ากำมือแน่น

ความทรงจำในหัวเริ่มกลับมาเป็นภาพทีละชิ้น

ฝนตกหนัก

เสียงคนทะเลาะกัน

เสียงเบรกของรถ

และมือของใครบางคนที่ดึงเขาออกจากถนน

ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดลง

“ผม…”

เหนือฟ้าพูดเบา ๆ

“เหมือนจะจำได้แล้ว”

ไทม์มองเขาอย่างเป็นห่วง

“ไม่ต้องฝืน”

แต่เหนือฟ้ากลับส่ายหน้า

“ผมอยากรู้ครับ”

“เพราะถ้าเรื่องนี้เกี่ยวกับผม…”

เขาสบตาไทม์

“ผมก็อยากรู้ความจริงทั้งหมด”

ไทม์นิ่งไป

ก่อนพยักหน้า

“ได้”

“แต่พี่ขอเวลาอีกหน่อย”

“เพราะมีเรื่องหนึ่ง…”

เขาหยุด

“ที่พี่ยังไม่รู้ว่าจะบอกนายยังไง”

เหนือฟ้าขมวดคิ้ว

“เรื่องอะไรครับ”

ไทม์ยังไม่ทันตอบ

โทรศัพท์ของเขาก็สั่นขึ้น

หน้าจอปรากฏข้อความจากเรย์

“ถ้านายเล่าเรื่องคืนนั้นแล้ว ก็ควรเล่าต่อด้วยว่าใครเป็นคนทำให้นายต้องออกจากทีมในวันนั้น”

ไทม์อ่านข้อความแล้วสีหน้าเปลี่ยนไปทันที

เหนือฟ้ามองเขาอย่างสงสัย

“มีอะไรเหรอครับ”

ไทม์คว่ำโทรศัพท์ลง

ก่อนตอบเบา ๆ

“ไม่มีอะไร”

แต่ครั้งนี้…

เหนือฟ้ารู้แล้วว่าไทม์กำลังปิดบังบางอย่าง

และเรื่องที่ยังไม่ได้เล่า

อาจเป็นส่วนสำคัญที่สุดของความจริงทั้งหมด

หลังจากอ่านข้อความจากเรย์ ไทม์ก็เก็บโทรศัพท์ลงทันที

แต่สีหน้าของเขายังคงเปลี่ยนไป

เหนือฟ้าสังเกตเห็นทุกอย่าง

“พี่ไทม์…”

“หืม”

“ถ้าเรื่องที่พี่กำลังจะเล่าเกี่ยวกับผมจริง ๆ…”

เหนือฟ้าหยุดเล็กน้อย

“พี่ไม่จำเป็นต้องปิดบังผมก็ได้นะครับ”

ไทม์มองเขานิ่ง ๆ

“พี่ไม่ได้อยากปิดบัง”

“แต่พี่กลัวว่า…”

เขาเว้นช่วง

“ถ้านายรู้ทั้งหมด นายจะมองพี่ไม่เหมือนเดิม”

เหนือฟ้ายิ้มบาง ๆ

“ผมเคยบอกพี่แล้วไม่ใช่เหรอครับ”

“ผมจะตัดสินพี่จากสิ่งที่พี่ทำ ไม่ใช่จากสิ่งที่คนอื่นพูด”

ไทม์เงียบไป

ก่อนพยักหน้าเบา ๆ

“ขอบใจ”

ทั้งสองนั่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง

อาหารบนโต๊ะเริ่มเย็นลง แต่ไม่มีใครสนใจ

จนกระทั่งเหนือฟ้าถามขึ้นอีกครั้ง

“ตอนนั้น…”

“พี่ออกจากทีมบาสเพราะอะไรครับ”

ไทม์หลุบตาลง

“เพราะพี่รับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้น”

“เรื่องอะไรครับ”

“คืนที่นายหายไป…”

ไทม์กำมือแน่น

“พี่ทะเลาะกับเรย์”

“เรื่องอะไร”

“เรื่องการแข่งขัน”

เขาหยุด

“เรย์ทำผิดกติกา”

“พี่เห็น แต่เขาไม่ยอมรับ”

เหนือฟ้าตั้งใจฟัง

“หลังจากนั้นเราทะเลาะกัน”

“แล้วนายก็เข้ามา”

“พยายามห้าม”

“จนเกิดอุบัติเหตุ”

เหนือฟ้าพยักหน้าช้า ๆ

“แล้วทำไมพี่ถึงต้องออกจากทีม”

ไทม์เงียบไปนาน

ก่อนตอบ

“เพราะมีคนบอกว่าพี่เป็นต้นเหตุ”

“พี่เลยยอมรับผิด”

เหนือฟ้าเบิกตา

“ทั้งที่พี่ไม่ได้เป็นคนทำ?”

ไทม์ไม่ได้ตอบ

เพียงมองออกไปนอกหน้าต่าง

ความเงียบของเขากลับเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด

“แล้วเรย์ล่ะครับ”

“เขาไม่ได้ช่วยอธิบายเหรอ”

ไทม์ส่ายหน้า

“เขาเลือกเงียบ”

เหนือฟ้ารู้สึกหนักในอก

“ทำไม…”

“พี่เองก็ไม่รู้”

ไทม์ตอบ

“จนถึงวันนี้”

...

หลังจากออกจากร้าน ทั้งคู่เดินกลับมหาวิทยาลัยด้วยกัน

อากาศยามค่ำเย็นลงเรื่อย ๆ

เหนือฟ้าเดินอยู่ข้างไทม์โดยไม่ได้พูดอะไร

เขากำลังเรียบเรียงเรื่องทั้งหมดในหัว

สองปีก่อน

ไทม์กับเรย์ทะเลาะกัน

เขาเข้าไปห้าม

เกิดอุบัติเหตุ

หลังจากนั้นไทม์ออกจากทีมบาส

และเรย์เลือกที่จะไม่พูดความจริง

แต่สิ่งหนึ่งที่เหนือฟ้ายังไม่เข้าใจคือ…

ทำไมเรย์ถึงกลับมาในตอนนี้

และทำไมต้องพยายามให้เขาออกห่างจากไทม์

“พี่ครับ”

เหนือฟ้าหยุดเดิน

ไทม์หันกลับมา

“อะไร”

“เรย์…”

“เขาเกลียดพี่เหรอครับ”

ไทม์นิ่ง

“พี่ไม่รู้”

“แต่พี่คิดว่า…”

“เขาไม่ได้เกลียดพี่”

เหนือฟ้าขมวดคิ้ว

“แล้วเขาต้องการอะไร”

ไทม์มองท้องฟ้า

“บางที…”

“เขาอาจไม่ได้ต้องการทำร้ายพี่”

“แต่อยากให้พี่รู้สึกเหมือนที่เขาเคยรู้สึก”

เหนือฟ้าพยายามทำความเข้าใจ

“ความรู้สึกผิด?”

ไทม์พยักหน้า

“อาจจะ”

ทั้งคู่เดินต่อ

จนมาถึงหน้าอาคารชมรม

ไทม์หยุดอยู่ตรงนั้น

“เหนือฟ้า”

“ครับ”

“เรื่องคืนนี้…”

เขาสบตาอีกฝ่าย

“อย่าเพิ่งบอกใคร”

“โดยเฉพาะเรื่องสองปีก่อน”

เหนือฟ้าพยักหน้า

“ผมสัญญา”

ไทม์มองเขาอยู่ครู่หนึ่ง

ก่อนยื่นมือไปแตะศีรษะเบา ๆ

“ขอบใจนะ”

เหนือฟ้าชะงัก

สัมผัสนั้นเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาที

แต่กลับทำให้หัวใจเขาเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้

ไทม์เองก็เหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป

จึงรีบชักมือกลับ

“กลับหอดี ๆ”

เหนือฟ้าพยักหน้า

“ครับ”

เขาเดินออกไปได้ไม่กี่ก้าว

ก่อนหันกลับมา

“พี่ไทม์”

“หืม”

“ไม่ว่าความจริงจะเป็นยังไง…”

เหนือฟ้ายิ้มให้

“ผมยังเชื่อพี่นะครับ”

ไทม์ยืนนิ่ง

ก่อนยิ้มตอบอย่างอ่อนโยน

“พี่รู้”

เหนือฟ้าเดินจากไป

โดยไม่รู้เลยว่า…

บนชั้นสองของอาคารฝั่งตรงข้าม

เรย์กำลังมองพวกเขาอยู่

มือของเขากำโทรศัพท์แน่น

บนหน้าจอเป็นรูปถ่ายเก่าใบหนึ่ง

รูปของไทม์กับเรย์เมื่อสองปีก่อน

แต่ครั้งนี้…

ในภาพไม่ได้มีเพียงพวกเขาสองคน

ยังมีเด็กผู้ชายอีกคนยืนอยู่ข้างสนาม

เด็กผู้ชายที่ถือ ดาวสีฟ้า อยู่ในมือ

เรย์มองรูปนั้นด้วยสายตาซับซ้อน

ก่อนพูดกับตัวเองเบา ๆ

“ถ้านายจำได้ทั้งหมด…”

“นายจะยังเลือกเขาอยู่ไหม…เหนือฟ้า”

และนั่นคือสิ่งที่เรย์กำลังรอคอย

วันที่ความทรงจำของเหนือฟ้ากลับคืนมาทั้งหมด

เพราะเมื่อถึงวันนั้น…

ความจริงเกี่ยวกับคืนเมื่อสองปีก่อน

จะไม่สามารถปิดบังได้อีกต่อไป

คืนนั้น เหนือฟ้ากลับถึงห้องช้ากว่าปกติ

เขาวางกระเป๋าลงบนโต๊ะ ก่อนทิ้งตัวนั่งบนเตียงอย่างหมดแรง

เรื่องราวที่ไทม์เล่าให้ฟังยังคงวนเวียนอยู่ในหัว

สองปีก่อน…พวกเขาเคยเจอกัน

และสิ่งที่ทำให้เหนือฟ้าสับสนที่สุดคือ เขาเองกลับจำเรื่องราวเหล่านั้นได้เพียงบางส่วน

เสียงฝน

สนามบาส

ความวุ่นวาย

ดาวสีฟ้า

และผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ท่ามกลางสายฝน

เหนือฟ้าหลับตาลง พยายามนึกให้มากกว่านั้น

แต่ยิ่งพยายาม ภาพในหัวกลับยิ่งพร่าเลือน

เขาจึงหยุดคิด

บางที…

การฝืนความทรงจำอาจไม่ใช่เรื่องดี

โทรศัพท์บนโต๊ะสั่นขึ้น

เหนือฟ้าหยิบขึ้นมาดู

เป็นข้อความจากไทม์

Time: ถึงหอแล้วใช่ไหม

เหนือฟ้ายิ้ม ก่อนตอบกลับ

เหนือฟ้า: ถึงแล้วครับ

ไม่กี่วินาทีต่อมา ข้อความใหม่ก็เด้งขึ้น

Time: ดี

เหนือฟ้าพิมพ์ต่อ

เหนือฟ้า: พี่ก็พักผ่อนด้วยนะครับ

คราวนี้อีกฝ่ายใช้เวลานานกว่าจะตอบ

Time: อือ

Time: ฝันดี

เหนือฟ้าจ้องคำสองพยางค์บนหน้าจอ

ก่อนยิ้มออกมา

เหนือฟ้า: ฝันดีครับพี่

เขาวางโทรศัพท์ลง

หัวใจที่วุ่นวายมาตลอดทั้งวันกลับสงบลงอย่างประหลาด

ในเวลาเดียวกัน

อีกฝั่งของมหาวิทยาลัย

ไทม์นั่งอยู่คนเดียวในห้องพัก

บนโต๊ะตรงหน้ามีรูปถ่ายเก่าวางอยู่

เขาหยิบมันขึ้นมา

ภาพเมื่อสองปีก่อน…

ภาพที่เขาพยายามเก็บซ่อนไว้มาโดยตลอด

ในภาพมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งถือดาวสีฟ้า

ใบหน้าของเด็กคนนั้นยังคงเป็นรอยยิ้มที่เขาจำได้ไม่เคยลืม

ไทม์ลูบรูปเบา ๆ

“ในที่สุด…”

“พี่ก็ได้เจอนายอีกครั้ง”

แต่รอยยิ้มของเขากลับค่อย ๆ จางลง

เพราะเขารู้ดีว่า…

การที่เหนือฟ้ากลับมาอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง

ไม่ได้หมายความว่าอดีตจะหายไป

ตรงกันข้าม

มันกำลังกลับมาเร็วกว่าเดิม

โทรศัพท์ของไทม์สั่นขึ้น

ข้อความจากเรย์ปรากฏบนหน้าจอ

เรย์: พรุ่งนี้มาที่สนามบาสเก่า

เรย์: เราต้องคุยกันให้จบ

ไทม์มองข้อความอยู่ครู่หนึ่ง

ก่อนตอบกลับเพียงคำเดียว

Time: ได้

เขาวางโทรศัพท์ลง

สายตาเหลือบไปยังดาวสีฟ้าที่ห้อยอยู่ข้างกระเป๋า

“ครั้งนี้…”

“พี่จะไม่หนีอีกแล้ว”

เช้าวันรุ่งขึ้น

ข่าวลือในมหาวิทยาลัยกลับเงียบลงอย่างผิดปกติ

โพสต์ที่เคยกล่าวหาไทม์หลายโพสต์ถูกลบออก

นักศึกษาที่เคยพูดถึงเรื่องนี้ก็เริ่มเงียบ

แต่ความเงียบครั้งนี้กลับไม่ได้ทำให้ทุกอย่างจบลง

เพราะเหนือฟ้าได้รับข้อความจากบัญชีนิรนามอีกครั้ง

“อยากรู้ความจริงทั้งหมดใช่ไหม?”

ตามด้วยรูปถ่ายหนึ่งใบ

เหนือฟ้าเปิดดู

ภาพนั้นทำให้เขานิ่งไปทันที

เป็นรูปจากเมื่อสองปีก่อน

ในภาพมีไทม์

มีเรย์

และมีเขา

เด็กผู้ชายในรูปยืนอยู่ข้างสนามพร้อมดาวสีฟ้าในมือ

เหนือฟ้ามองรูปนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ความทรงจำบางอย่างเริ่มไหลกลับมา

เสียงฝนดังขึ้นในหัว

เสียงคนทะเลาะกัน

เสียงไทม์ตะโกน

“ถอยไป!”

จากนั้น…

เสียงเบรกของรถ

ร่างของใครบางคนพุ่งเข้ามา

และมือของไทม์ที่ยื่นออกมาหาเขา

เหนือฟ้าหายใจแรงขึ้น

มือสั่นจนแทบถือโทรศัพท์ไม่อยู่

“ผม…”

“จำได้แล้ว”

แต่ก่อนที่ภาพทั้งหมดจะชัดเจน

โทรศัพท์ก็ดับลง

เหนือฟ้ากำมันแน่น

เขาไม่รู้ว่าความทรงจำที่กลับมาเพียงบางส่วนจะนำไปสู่ความจริงแบบไหน

แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้แน่นอนคือ…

คืนนั้นไม่ได้เป็นเพียงอุบัติเหตุธรรมดา

และไทม์…

กำลังแบกรับบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเขามาตลอดสองปี

ช่วงเย็น

สนามบาสเก่าในมหาวิทยาลัยเงียบกว่าปกติ

ไทม์เดินเข้ามาตามนัด

เรย์ยืนอยู่กลางสนาม

ทั้งสองสบตากันโดยไม่มีใครพูดอะไร

ก่อนเรย์จะเอ่ยขึ้น

“นายยังเก็บดาวนั่นไว้อีกเหรอ”

ไทม์มองพวงกุญแจที่ห้อยอยู่กับกระเป๋า

“อือ”

“เพราะเขา?”

“ใช่”

เรย์หัวเราะเบา ๆ

แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

“นายไม่เคยลืมเลยสินะ”

ไทม์ตอบอย่างหนักแน่น

“ไม่เคย”

เรย์กำมือแน่น

“งั้นฉันจะถามนายเป็นครั้งสุดท้าย”

“ถ้าวันนั้น…”

“คนที่ทำให้นายกับฉันต้องจบกัน…”

เรย์หยุด

ก่อนพูดประโยคที่ทำให้สีหน้าของไทม์เปลี่ยนไป

“คือนายเองล่ะ?”

ไทม์นิ่งงัน

และในเวลาเดียวกัน…

อีกฟากหนึ่งของสนาม

เหนือฟ้ายืนอยู่หลังเสา

ได้ยินทุกคำ

หัวใจของเขาเต้นแรง

เพราะคำถามของเรย์ทำให้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า…

เรื่องราวเมื่อสองปีก่อนอาจไม่ได้มีเพียงคนผิดกับคนถูก

และความจริงที่กำลังจะเปิดเผย

อาจทำให้ความรักของเขากับไทม์ต้องเผชิญบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุด

จบตอน6

บทก่อนหน้า
บทถัดไป