บทที่ 10 ยัยน้องเสียจูบแรก (1/2)
“ไอ้พี่เสือคนไม่ดี มาหลอกขโมยจูบเราได้ยังไง”
“หมวยจิ๋วใจเย็นก่อนดิคือพี่...” เขาจะอธิบายว่าอารมณ์มันพาไป แต่พูดไปก็มีแต่จะโดนข้อหาหนักกว่าเดิม
พอได้สติเธอก็ลุกออกห่างเขา ก่อนจะหยิบหนังสือในชั้นขึ้นมาแล้วจะปาใส่ เสือรีบยกมือขึ้นปัดป้องตัวกลัวว่าจะโดนหนังสือปาเข้าจริงๆ
“เฮ้ย อย่าปาหนังสือนะไอ้หมวยจิ๋ว”
“ออกไปจากห้องเราเลยนะไอ้พี่เสือ ไอ้คนฉวยโอกาส”
“ถ้าหัวแตกโดนข้อหาพยายามฆ่านะเว้ย”
เธอปาหนังสือในมือใส่แต่ไม่โดนเขา ทำให้เสือร้ายรีบเผ่นแหนบไม่คิดจะหันมากวนประสาทเธออีก
คนตัวเล็กรีบเดินไปล็อคประตูห้อง พลางยืนพิงประตูอย่างอ่อนแรง ยกมือขึ้นกุมอกที่กระหน่ำตุบตับอยู่ข้างใน สัมผัสอุ่นร้อนของเขายังชาๆ อยู่ที่ริมฝีปากอยู่เลย
“ทะ- ทำไมใจเต้นแรงจัง”
พารัมบาร์
ส้มหวานตกปากรับคำแตงโมว่าจะมาร้านเหล้าเป็นเพื่อนเธอ เพราะยังสลัดภาพของเสือที่ขโมยจูบเธอไปไม่ได้ ต่อให้ฝืนข่มตานอนก็หลับไม่ลงอยู่ดี
เธอไม่ได้แตะของมึนเมา แต่สั่งเป็นเครื่องดื่มพวกโซดามาแทน แค่มานั่งดื่มเอาบรรยากาศเท่านั้นพอ
“ดีเจที่นี่โคตรจะหล่อเลยเนอะแก” แตงโมโน้มตัวมากระซิบข้างหู ดีเจหนุ่มหล่อผมทองหน้าตาดีจนสาวๆ แห่สนใจ
“อือ- อื้อ” ส้มหวานที่เผลอเหม่อพยักหน้าหงึกหงัก
“ส้มหวาน”
“หื้อ”
คนตัวเล็กดันกรอบแว่นเล็กน้อย ก่อนจะหันไปสบตาแตงโมที่เขยิบตัวมาใกล้
“พี่แทนเขาอยากให้แกตอบข้อความเขานะ” แตงโมบอกสีหน้าจริงจัง แต่ส้มหวานกลับส่ายหน้าปฏิเสธไป
“เราไม่อยากยุ่งกับพี่เขาแล้วอ่ะแตงโม”
“แต่พี่เขารู้สึกผิดจริงๆ นะที่พูดแบบนั้นลับหลังแก”
พอได้ยินส้มหวานก็มุ่นคิ้วเล็กน้อย แตงโมยิ้มเจื่อนเมื่อเพิ่งรู้ตัวว่าหลุดปากพูดในสิ่งที่ไม่ควรออกไป
“นี่แตงโมเอาเรื่องที่เราเล่าไปบอกพี่เขาเหรอ”
“ก็... ก็ฉันอยากให้แกปรับความเข้าใจกับพี่เขาไง”
แตงโมทำหน้าอ้อนแล้วซบไหล่เพื่อนสนิท พวกเธอรู้จักกันตั้งแต่มอสี่จนตอนนี้มหาวิทยาลัยปีสอง ก็ยังเป็นเพื่อนสนิทกันอยู่ อีกอย่างส้มหวานไม่ค่อยมีเพื่อนรอบตัวเท่าไหร่ด้วย
“แกชอบพี่แทนเพราะเขาใจดีไม่ใช่เหรอ นี่ฉันช่วยแก้ข่าวเรื่องพี่เสือให้ด้วยนะ” แตงโมพูดแล้วเงยหน้ามองอีกฝ่าย
แทนเป็นรุ่นพี่แพทย์ปีที่สาม เขาเป็นคนยิ้มง่ายแล้วก็ชวนคุยเก่งมาก ส้มหวานดันไปสะดุดรักเขาตอนที่ช่วยเธอไม่ให้โดนรถชนตอนข้ามทางม้าลาย
“แกลองให้โอกาสพี่เขาหน่อยไม่ได้เหรอ”
“คือว่าเรา...”
“พี่แทนขอให้แกตอบข้อความเขาก็ยังดี”
ส้มหวานงุดหน้าคิดหนัก ไม่ได้ให้คำตอบแตงโมที่รอฟังอยู่
“เราขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ เดี๋ยวมา” เธอบอกปัดเพื่อหนีสถานการณ์ที่กดดัน แตงโมไม่เซ้าซี้ต่อแค่พยักหน้ารับ
“โอเคๆ ฉันไม่ไปเป็นเพื่อนนะ กำลังดูดีเจเพลินเลย”
คนตัวเล็กปลีกตัวไปเข้าห้องน้ำครู่เดียว ก่อนจะกลับมานั่งที่โต๊ะแล้วดื่มตามเดิม แต่พอดื่มไปได้สักพักกลับรู้สึกมึนตึงที่หัวอย่างบอกไม่ถูก
“อื้อ...” ส้มหวานเบ้หน้าเพราะปวดหัวหนักมาก
เธอยันแขนลงบนโต๊ะเพื่อลุกขึ้นยืน รู้สึกเลือดลมร้อนผ่าวจนวิงเวียนจะเป็นลม เริ่มหายใจถี่กระชั้นไม่ทั่วท้องแปลกๆ
“แกจะไปไหน” เสียงแตงโมดังแว่วมาบางๆ ให้ได้ยิน
“ร้อนจัง...” เธอพูดเสียงเบาแล้วใช้มือเช็ดเหงื่อที่ลำคอ
สองขาของส้มหวานแทบจะรั้งร่างไว้ไม่อยู่ ภาพวืดดับไปวูบหนึ่งพร้อมร่างที่จะล้มลง แต่แล้วก็ถูกท่อนแขนแกร่งคว้าเอวเธอไว้ได้ทัน
“น้องส้มหวานครับ”
“อื้อ...”
เสียงผู้ชายคุ้นหูกระซิบข้างหูเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนราดรดลำคอ มือที่จับเอวไว้รัดแน่นมากกว่าเก่าอย่างคุกคาม
“พี่แทน... ปล่อยเรา” เธอลืมตาขึ้นมองวิเดียวแล้วก็หลับตาลงอีกครั้ง รู้สึกมึนตึงทั้งร่างกายก็ร้อนผ่าวขึ้นเรื่อยๆ เลย
“คืนนี้... เรามาคืนดีกันเถอะนะเด็กดี”
