บทที่ 17 ยืมห้องเฉพาะกิจ (1/1)
คำว่าจะทำให้เขามีอารมณ์ภายในสามนาที เป็นเหมือนภารกิจที่เธอต้องพิชิตให้สำเร็จ ก่อนเธอจะดันร่างเสือให้นั่งลงที่ปลายเตียงนอนแล้วคร่อมตักเขาเอาไว้
“เธออยากนอนกับพี่เหรอ”
“เอ่อ...”
“ถามก็ตอบ”
ส้มหวานสบตาเขาแต่แววตาสั่นประหม่า เธอวางมือเกาะบ่ากว้างของเสือแล้วตอบกลับอย่างละล่ำละลัก
“บอกแล้วไงว่าเราจะทำให้พี่มีอารมณ์ภายในสะ...”
“งั้นก็เอาเลย อยากรู้ว่าจะเก่งเหมือนปากแค่ไหน”
เสือถอนหายใจใส่ไม่สบอารมณ์ เขาเท้าแขนลงบนเตียงแล้วเอนหลังท้าทายอำนาจเด็กเนิร์ดอย่างเธอ
รู้จักกันมาตั้งแต่เธออยู่มอสี่ ไม่เคยเห็นส้มหวานเข้าหาผู้ชายก่อนแม้แต่คนเดียว เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเธอจะมีวิธีไหนมาหลอกล่อเสือให้ออกจากถ้ำได้
“แค่นี้ก็ตัวสั่นแล้วเหรอ” เขาเลิกคิ้วถามเธอที่ตัวสั่นเทิ้ม
“เราไม่ได้สั่น...”
“เหอะ”
เสือแสยะยิ้มแล้วหยิบมือถือขึ้นมาจับเวลา เขาคิดว่าเธอก็แค่อยากเอาชนะถึงได้พูดแบบนั้น แต่วินาทีต่อมาคนตัวเล็กกลับโน้มใบหน้าลงมาที่ซอกคอ
ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดที่ลำคอเขา สัมผัสเบาบางและกลิ่นหอมจากตัวเธอกำลังรบกวนสมาธิเขาอย่างหนัก
ส้มหวานค่อยๆ กดแนบริมฝีปากที่ซอกคอเสือ เธอใช้ปากขบเบาเม้มไม่ลงน้ำหนักมากนัก ก่อนจะลากไล้ริมฝีปากขึ้นไปที่ใบหูของเขา
“อือ...” เสือหลุดเสียงครางเบาๆ ตอนเธอใช้ปากขบเข้าที่ใบหู ไม่พอยังขยับตัวบดหน้าตักเขาอย่างอ้อยอิ่งอีก
เขาเห็นส้มหวานมาตั้งหลายปี แต่นี่คงเป็นครั้งแรกที่เธอดูแปลกตาไป ถึงจะพลิกบทบาทอยากเลิกเนิร์ด แต่ก็ยังดูเงอะงะเกินกว่าจะเหมือนมืออาชีพที่ช่ำชองอยู่ดี
“ถ้าส้มหวานจีบตัวท็อปวิศวะติดก็ดูไม่เนิร์ดอีกแล้วล่ะ”
ส้มหวานหน้าเห่อร้อนราวกับเพลิงไฟ เธอไล่จูบตั้งแต่ลำคอเขาจนลากไปถึงกรอบสันกรามคมของอีกฝ่าย
แต่เสือก็ยังนิ่งไม่มีการตอบโต้ เธอเลยใช้ไม้ตายสุดท้ายในการดันเขาให้นอนราบ แล้วคร่อมทับที่กลางลำตัวเขาเอาไว้
“อีก 1 นาที” เขากำหนดเส้นตายให้เธอได้ยิน
ส้มหวานมุ่นคิ้วแล้วเลือกจับมือเขามาแนบข้างแก้ม ก่อนจะจูบซับลงบนฝ่ามือขาวแล้วไล่กดจูบตามง่ามนิ้วเรียวยาว
เธอใช้ปากจูบแต่ตามองคนใต้ร่างตลอดเวลา ถึงได้รู้ว่าสีหน้าของเขามันตายด้านแค่ไหน พอหงุดหงิดใจเธอก็เผลอบดหน้าตักเขาอย่างลืมตัว
“อย่า...” เสือเกือบหลุดปากบอกให้เธออย่าขยับ
จุดที่เธอนั่งมันอันตรายมาก แค่ขยับก้นนิดเดียวก็ไปสะกิดเจ้าโลกที่นอนหลับให้ตื่นตัว
“อีก 15 วินาที”
“เดี๋ยวสิ”
“อีก 10 วิ”
ส้มหวานลนลานอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเสือเริ่มนับถอยหลังเวลาที่ใกล้จะหมดลงเต็มที
สุดท้ายเธอก็หมดไม้ตายก้มหน้าลงไปจูบปากเขา ก่อนจะผละออกแล้วตัวค้างแข็งไปชั่วขณะ สติหลุดลอยเหมือนลูกโป่งอัดแก๊สกับการกระทำของตัวเอง
“เอ่อ... คือเรา... คือว่าเรา”
หัวใจเธอสูบฉีดแรงมาก จนอยากหายตัวไปไม่กล้าสบตากับเขาให้อับอาย เสือกดหยุดเวลาแล้วพิมพ์บางอย่างยุกยิก
“ขอยืมห้อง 30 นาที ค่อยขึ้นมา”
พอพิมพ์เสร็จเสือก็วางมือถือลงบนเตียง ก่อนที่จะจับพลิกคนตัวเล็กให้ลงมาอยู่ใต้ร่างของเขาแทน
“เธอเป็นคนเริ่มก่อนเองนะ”
“พี่เสือ...”
เพราะพอเขาเอาจริงขึ้นมาเธอก็เลยตื่นกลัว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังมีท่าทีอยากเอาชนะเขาอยู่เลย ส้มหวานที่นอนหอบหายใจแรงอยู่ใต้ร่างเสือตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำเลย
“เรา- เราไม่เล่นแล้วค่ะ”
“ไม่ทันแล้วว่ะหมวยจิ๋ว”
ไม่ทันเพราะเขาของขึ้นแล้ว...
ไวกว่าแสงก็คงจะเป็นปากของเสือ เขาก้มลงจูบปิดปากเธอแล้วรวบเรียวแขนเล็กทั้งสองข้างขึ้นเหนือหัว ก่อนที่จะมอบจุมพิตรสหวานแตกซ่านไปทั่วทั้งริมฝีปาก
“อื้อ...” เธอครางประท้วงในลำคอ เสือจูบแรงจนริมฝีปากชาหนึบเมื่อโดนบดขยี้หนักๆ
เสือลากมือลงต่ำจับที่เอวบาง ก่อนจะขยับต่ำลงไปลูบที่ต้นขาอ่อนเธอ แล้วก็มุดฝ่ามือเข้าไปใต้กระโปรงตัวจิ๋ว แต่ปากยังบดคลึงกลีบปากล่างและบนของเธอ
“อึก” ส้มหวานเบ้หน้าเมื่อเขาจะเอาลิ้นสอดเข้ามาในปาก
คนด้านบนใช้ลิ้นไล่เลียตามริมฝีปากให้เธอเปิดปากออก ทีแรกส้มหวานยังขัดขืนไม่ยอมให้ล่วงล้ำเข้ามา แต่สุดท้ายก็ต้องเปิดเผยออ้ากอบโกยอากาศเข้าปอดอยู่ดี
“พี่เสือ... อื้อ เราหายใจไม่ทัน”
“ทีนี้เริ่มกลัวพี่ขึ้นมาบ้างหรือยัง”
