บทที่ 3 เฉิ่มแต่ก็น่ารักดี (1/1)
คำพูดยียวนของเสือเหมือนแมวกวัก กำลังกวักทั้งหมัดและฝ่าเท้าเข้าหาตัวโดยใช่เหตุ
“อ้าว พูดงี้เสี่ยงโดนตีนไม่รู้เหรอวะ” เต้กระชากคอเสื้อเสือ แต่เขาแทบไม่กระดิกเพราะตัวที่ใหญ่และสูงกว่า
“ก็อยากโดนตีนพอดีเลยอ่ะครับผม” เสือยักคิ้วกวนประสาท ก่อนจะผลักอีกฝ่ายจนเซถอยหลังไป
หญิงสาวเพียงคนเดียวเอาตัวไปแทรกกลาง ก่อนเธอจะยกมือขึ้นยันอกเสือเอาไว้ไม่ให้กระโจนใส่
ดูแค่นี้ก็เดาได้ว่ารุ่นพี่เธอมันไว้ใจไม่ได้ เห็นเธอยืนตัวสั่นเป็นลูกหมาตกน้ำเขาก็รู้แล้ว สองหนุ่มฟาดฟันกันผ่านสายตา ก่อนที่คนด้านในจะเปิดประตูออกมาเพราะเอะอะเสียงดัง
“มีเรื่องอะไรกัน เสียงดังเข้าไปข้างในเลย”
“พี่แทน...”
ส้มหวานพูดชื่อรุ่นพี่ตรงหน้าออกมา แทนหันมาสบตาเธอแล้วยิ้มให้ เป็นรอยยิ้มที่หวานละมุนชวนให้เคลิ้ม จนเธอหลงคิดไปว่าเขาเป็นผู้ชายอบอุ่นในอุดมคติ
“น้องส้มหวานครับ... ไม่เข้าไปข้างในเหรอ” แทนถามเธอที่ขยับตัวไปหลบหลังชายตัวสูงที่ไม่รู้จัก
“ผัวน้องมันมาตามนี่ไง กูบอกแล้วว่าไม่ใสหรอก ที่ไม่ให้เอาเพราะผัวอยู่ที่ห้องมากกว่าทรงนี้” เต้ทำปากดีแล้วแค่นเสียงขำ จนกระทั่งปากไม่ว่างให้ขำอีกต่อไป
ผลัวะ
เสือง้างหมัดหนักซัดเข้าที่เบ้าหน้าของเต้ จนอีกฝ่ายเซล้มก้นจ้ำเบ้าไม่เป็นท่า ไม่สาแก่ใจเสือยังตามไปคร่อมตัวเต้ แล้วก็สาวหมัดรัวจนคู่กรณีที่ปากดีทั้งหน้าช้ำและเลือดกลบปาก
“เหี้ยอะไรเนี้ย” แทนยกมือขึ้นขยุ้มเส้นผม ไม่กล้าเข้าไปช่วยเพื่อนเพราะกลัวโดนลูกหลงด้วยอีกคน
“พี่เสือพอได้แล้ว...”
ผลัวะ
เสือคลั่งรัวหมัดหนักๆ ใส่เพราะรู้เจตจำนงจัญไรของรุ่นพี่เธอ กล้าพูดประโยคเมื่อกี้ออกมาก็แปลว่าคิดเรื่องต่ำตมอยู่
“พี่เสือเราบอกให้พอได้แล้วไงคะ”
“น้องส้มหวานห้ามผัวน้องดิครับ”
เธอตวัดสายตามองรุ่นพี่ที่ชอบ ก่อนจะรีบเข้าไปจับแขนเสือเอาไว้ ไม่งั้นเต้คงได้ตายคามือเขาแน่ๆ เธอเงยหน้ามองแทนส่งสายตาให้ไปแยกตัวเพื่อนเขาออกมา
“เจ็บมือเลยกู” เสือสะบัดข้อมือแล้วกัดฟันแน่น สภาพคู่กรณีสะบักสะบอมดูไม่จืดเลยสักนิด
“พี่เสือเราอยากกลับบ้าน” ส้มหวานกอดเอวเขาไว้ ไม่คิดที่จะสบตาแทนให้รู้สึกแย่ไปมากกว่านี้
“อย่ามายุ่งกับส้มหวานอีก ไม่งั้นมึงเละคาตีนกูแน่”
“พี่เสือ... เราบอกว่าอยากกลับบ้านไงคะ”
คนตัวสูงหลุบตามองเธอ ก่อนที่จะหยิบนามบัตรในกระเป๋าสตางค์ออกมา เขาโยนให้เต้เผื่อเรียกค่ารักษาพยาบาลทีหลัง
“เรียกค่าเสียหายมาละกันไอ้สัด” พูดทิ้งท้ายไว้ด้วยสีหน้าหยันๆ ก่อนจะคว้ามือเรียวของส้มหวานเดินออกจากผับไป
เสือไม่พูดอะไรตั้งแต่ขึ้นรถมา มอเตอร์ไซค์คันใหญ่คู่ใจขับพาส้มหวานกลับคอนโด เธอกอดรัดเอวเขาแน่นเหมือนกลัวตกซบหน้าแอบร้องไห้เบาๆ แต่เขารู้ทัน
รถบิ๊กไบค์คันสีดำแดงจอดที่ใต้คอนโด เธอก้าวลงจากรถแล้วเดินไปยืนข้างๆ เขาพร้อมกับแบมือยื่นไปตรงหน้า
“พี่เสือทำแว่นเราพังค่ะ” เธอบอกออกจะติดงอนนิดๆ ตอนนี้มองอะไรก็เห็นไม่ชัดไปหมดเลย
“เธอเซ่อซ่าหันมาชนเอง” เขาทำทีเหมือนจะไม่รับผิดชอบ
“ไม่สนหรอก จ่ายค่าเสียหายมาเลยค่ะ”
“เท่าไหร่”
“ห้าพัน”
“แว่นเหี้ยอะไรห้าพันวะ”
เสือสบถหยาบอย่างลืมตัว แว่นสายตาราคาแพงหูฉี่ไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนในชีวิต เวลาใส่แล้วสามารถทำนายทายทักอนาคตได้หรือยังไงกัน
“ทำไมชอบพูดคำหยาบจังคะ” ส้มหวานกอดอกใส่เขา
“แว่นสวรรค์วิมานอะไรครับไอ้เด็กกะโปโล ตั้งห้าพันเนี้ยถามจริงเหอะ ใส่แล้วมองเห็นอนาคตได้หรือไงหะ”
“ตัวก็โตแต่ชอบประชดเราจังนะ”
“แล้วมันแพงอะไรไอ้แว่นเธออ่ะ”
“เราสั่งตัดพิเศษไงคะถึงแพง ทำงานพิเศษตั้งสองเดือนกว่าจะหาไปจ่ายคืนแม่ได้”
คนตัวเล็กชูสองนิ้วแทบจะจิ้มกระจกหมวกกันน็อก เสือที่เห็นก็ชักสีหน้าใส่ เขาจ่ายไหวอยู่แล้วราคาแว่นเธอน่ะ ไม่ได้คิดจะบิดหรอกแค่นอยที่กับเขาเถียงคอเป็นเอ็นเลย
“กับไอ้เสือเถียงเป็นต่อยหอยเลยเว้ย”
“เราอธิบายค่ะไม่ได้เถียง”
“เหรอ ทีกับไอ้หน้าปลาน้ำจืดยืนนิ่งเลย”
“พี่แทนหน้าไม่เหมือนปลาน้ำจืดสักหน่อย”
“ปกป้องมันอีก...” เสือถอนหายใจใส่ ก่อนจะถอดหมวกกันน็อกออกมาวางบนมอเตอร์ไซค์ มองเธอที่ใต้ตาแดงก่ำเพิ่งผ่านการร้องไห้มาหมาดๆ
“แล้วร้องไห้ทำไม พวกมันทำอะไร”
ส้มหวานไม่ตอบ แต่งุดหน้าแล้วปิดปากเงียบ
“ถ้าไม่ตอบจะกัดปากนะเว้ย” ไม่ทำแค่พูดแต่จับแขนเธอแล้วกระตุกเข้าหาตัว จนร่างเล็กเซถลาเข้าไปชนอกเขาอย่างจัง
“อ้ะ- หัวชนเลยนะพี่เสือ”
“ก็ตอบมาดิ”
“กำลังจะตอบนี่ไงคะ อย่าดุสิ”
